บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลตุรกีสั่งยกเลิกแบนทวิตเตอร์ ชี้เป็นสิทธิเสรีในการพูด

กูเกิลชนะคดีในศาลของตุรกี ในการขอให้พิจารณายกเลิกคำสั่งปิดกั้นการเข้าถึงทวิตเตอร์ของรัฐบาลตุรกี ชี้เป็นเสรีภาพในการพูด ทำให้การเข้าถึง และเนื้อหาที่ถูกปิดกั้นไว้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง...

หลังจากที่รัฐบาลของประเทศตุรกี ออกคำสั่งห้ามใช้งานทวิตเตอร์ในประเทศตุรกี ล่าสุด ได้มีการยกเว้นคำสั่งดังกล่าวชั่วคราว แต่การพักคำสั่งห้ามดังกล่าวยังไม่ได้ดำเนินการไม่ได้เป็นไปตามสากลอย่างสมบูรณ์ หนึ่งในสามของคำสั่งศาล ที่แจ้งไว้เดิมคือ ห้ามใช้ทวิตเตอร์ในประเทศสำหรับบัญชีใช้งานที่เป็นเครื่องมือในการกล่าวหา อดีตนายกรัฐมนตรีของตุรกีว่าทุจริตในหน้าที่ จากมุมผู้ใช้ในตุรกีที่ถือเป็นการปิดกั้นการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเครือข่ายสังคมออนไลน์ดังกล่าวได้ปฏิบัติตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยทันที แต่ศาลก็ได้สั่งให้คำสั่งเป็นโมฆะ เพราะมันเป็นการถกเถียงตามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทีมกฎหมายของทวิตเตอร์ตอบเรื่องนี้ออกไป โดยทวิตเตอร์แจ้งว่า คำสั่งที่ใช้ได้รับการยกเลิก และการระงับเนื้อหาในบัญชีใช้งานในประเทศก็กลับมาใช้งานได้

<content_pic id="413676" location="20" orderNo="2" class="mceNonEditable">



บล็อกแบบเป็นทางการของทวิตเตอร์ (https://blog.twitter.com/2014/victory-for-free-expression-in-turkish-court) หัวข้อ "Victory for free expression in Turkish court" ระบุว่า "นี่คือชัยชนะที่สุดจะแข็งแกร่ง เพื่อเสรีภาพในการแสดงออก มันมีค่ามากสำหรับเรา มันจะมีค่าอย่างยิ่งสำหรับทวิตเตอร์ในการปกป้องผู้ใช้จากการพยายามเซ็นเซอร์เนื้อหาในอนาคตข้างหน้า นายกรัฐมนตรีตุรกีอาจมองเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่าเป็นเรื่องเลวร้ายต่อสังคม แต่การพิจารณาคดีในประเทศในเรื่องนี้ชัดเจน "ไม่มีใครที่ถูกบังคับให้แสดงความคิดเห็นด้วยวัตถุประสงค์หรือเหตุผลใดก็ตาม และจะไม่มีใครต้องถูกตรวจสอบ หรือถูกกล่าวหาด้วยเหตุผลนั้น หน่วยงานรัฐจึงควรหลีกเลี่ยงกฎ และการกระทำทั้งหมดที่จำกัดเสรีภาพของประชาชน"

ทั้งนี้ ประเทศตุรกีไม่ได้เป็นประเทศเดียวที่มีการสั่งห้ามใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กภายในประเทศ ทั้งทวิตเตอร์ และยูทูบ เพราะในโลกใบนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่มองว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก คือ สิ่งต้องห้าม และเป้นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ จากข้อมูลของเว็บไซต์ motherjones.com รายงานว่า ประเทศที่มีการปิดกั้นการเข้าถึงสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ ประกอบด้วย

สาธารณรัฐประชาชนจีน เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบถูกบล็อกตั้งแต่ปี 2009 นับตั้งแต่การประท้วงอย่างสันติของชนกลุ่มน้อยกุยอูร์ที่เป็นชาวมุสลิม ในเขตปกครองตนเองซินเจียง โดยในปี 2013 รัฐบาลจีนตัดสินใจยกเลิกการบล็อกโซเชียลเน็ตเวิร์กในพื้นที่ของเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ ครอบคลุมพื้นที่ 17 ตารางไมล์ แต่ทั้งประเทศก็ยังคงถูกปิดกั้นการเข้าถึงเว็บดังกล่าวอยู่ดี

อิหร่าน มีการบล็อกเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ ตั้งแต่ปี 2009 ที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่าน

เวียดนาม เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่เวียดนามได้ปิดกั้นการเข้าถึงเฟซบุ๊ก แต่ก็มีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งหาทางลัดออกไปใช้งานได้ และก็มีชาวเวียดนามจำนวนไม่น้อยใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ ขณะที่เฟซบุ๊กไม่มีท่าทีใดๆ ต่อเรื่องดังกล่าว

ปากีสถาน นับตั้งแต่ปี 2012 ปากีสถานก็ได้มีการปิดกั้นการเข้าถึงยูทูบ เนื่องจากมีการโพสต์วิดีโอต่อต้านศาสนาอิสลาม จนเป็นเหตุให้มีการประท้วงไปทั่วประเทศ

เกาหลีเหนือ ประเทศเกาหลีเหนือ มีการควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศอย่างเข้มงวด

รัฐเอริเทรีย จากการรายงานของสื่อไร้พรมแดนในปี 2011 ประเทศเอริเทรียในทวีปแอฟริกานี้ มีการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต และยังเป็นประเทศที่มีการเซ็นเซอร์มากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง โดยล่าสุดยังมีรายงานว่า มีการบล็อกการเข้าถึงยูทูบอยู่.

ที่มา : engadget