advertisement

รวม10ข่าวดังวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีปี'56

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2556 08:00

เผยผลสำรวจข่าวดัง 10 อันดับ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบประชาชนนิยมเหตุการณ์ใกล้ตัวและกระทบการดำเนินชีวิตเป็นหลัก…

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ประกาศผลการจัดอันดับ 10 ข่าวดังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2556 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจข่าวสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประชาชนทั่วไป โดย นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า การจัดอันดับ 10 ข่าวดังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2556 เป็นกิจกรรมที่ สวทช. และ วท. จัดขึ้นเพื่อสร้างความนิยมและส่งเสริมความเข้าใจข่าวสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสังคมไทย โดยในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายใต้สังกัด วท. ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยรวบรวมข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.2555-15 พ.ย.2556

สำหรับผลการสำรวจในปีนี้ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเหตุการณ์ที่เป็นกระแสความสนใจของคนสังคมในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ข่าวการค้นพบ "อนุภาคฮิกส์" โดยนักวิจัยฟิสิกส์ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งถือเป็นการค้นพบที่สำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกไม่ได้รับการโหวตติดอันดับ 1 ใน 10 เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว เข้าใจยาก และยังคงไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของตน

ส่วนผลการสำรวจ 10 ข่าวดังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2556 ได้แก่ 1. น้ำมันรั่วและเทคโนโลยีการกำจัดคราบน้ำมันที่จังหวัดระยอง จากเหตุการณ์การรั่วไหลของน้ำมันดิบกลางทะเลใน จ.ระยอง ส่งผลให้น้ำทะเลและชายหาดถูกปกคลุมด้วยคราบน้ำมันเป็นบริเวณกว้าง กระทรวงวิทย์ฯ ได้นำเทคโนโลยีภาพจากดาวเทียมและข้อมูลกระแสน้ำจากสถานีเรดาร์ชายฝั่งตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำ เพื่อติดตามและคาดการณ์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน รวมถึงการเฝ้าติดตามข่าวการใช้เทคโนโลยีกำจัดคราบน้ำมันเพื่อฟื้นฟูทะเลและชายหาด

2. แอพพลิเคชั่นจีนแต่งรูปสุดฮิต ใครไม่อัพตกเทรนด์ "Mo Man Xiang Ji" แอพพลิเคชั่นแต่งภาพการ์ตูนล้อเลียนสัญชาติจีนโด่งดังทั่วโซเชียลของคนไทย จนทำให้แอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นแท่น Top Chart ในเวลารวดเร็ว ด้วยภาพวาดลายเส้นที่อ่อนช้อย และมีลวดลายให้เลือกหลายแบบและสามารถตกแต่งภาพถ่ายให้เป็นภาพการ์ตูนที่ดูเนียนจนเสมือนหนึ่งเป็นภาพวาดลายพู่กัน จนชาวออนไลน์ต้องดาวน์โหลดมาใช้งานและโชว์ภาพบนไทม์ไลน์ของตนเอง

3. ข้าวสารรมข้าว และผลการตรวจสอบ กระแสข่าวข้าวที่ปนเปื้อนสารเมทิลโบรไมด์ และฟอสฟีน หรือทั่วไปเรียกว่าการรมยานั้น ได้สร้างความวิตกกังวลต่อคนไทยเป็นอย่างมาก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาทำการตรวจสอบข้าว กระบวนการผลิต และสุ่มตัวอย่างข้าวที่ออกจำหน่ายให้กับผู้บริโภค พร้อมได้มีการออกมายืนยันว่าการรมควันมีความจำเป็นและเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล

4. ระทึกอุกกาบาตตกที่รัสเซีย โดยเหตุอุกกาบาตตกในรัสเซียเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 15 ก.พ.2556 นักวิทยาศาสตร์พบว่าอุกกาบาตดังกล่าวเป็นอุกกาบาตหินที่ประกอบไปด้วยแร่ chondrite และมีเหล็กผสมอยู่เล็กน้อยเพียง 10% ก่อนจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกมีมวลประมาณ 10,000 ตัน (เทียบเท่ารถยนต์เกือบ 8,000 คัน) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่สุดที่ประมาณการไว้คือ 17 เมตร พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วราว 30 กิโลเมตรต่อวินาที ความร้อนจากการเสียดสีอย่างรุนแรงกับอากาศทำให้อากาศขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว และระเบิดกลายเป็นควันที่ปรากฏยาวถึง 20 กิโลเมตร

5. การประมูลทีวีดิจิตอล ถือเป็นมิติใหม่ของทีวีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะมีทีวีดิจิตอลให้ผู้ชมได้เลือกชมถึง 48 ช่อง จากเดิมที่มีฟรีทีวีเพียง 6 ช่องเท่านั้น สร้างความคึกคักให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่เตรียมรอรับชมทีวีดิจิตอล แต่ด้วยเหตุของระบบโครงข่ายที่ยังขาดความพร้อมทำให้กำหนดราคาไม่ได้ เงื่อนไขการประมูลอาจไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและความไม่ชัดเจนในการแจกคูปองให้ประชาชนทุกครัวเรือน ประมาณ 22 ล้านครัวเรือน เพื่อนำไปเป็นส่วนลดในการซื้อกล่องแปลงสัญญาณ จึงเป็นเหตุให้การประมูลต้องเลื่อนออกไปจากเดิม

6. อาวุธเคมีซีเรีย ปลิดชีพ 1,300 ศพ การใช้อาวุธเคมีสังหารชาวซีเรียในเขตกูตา ใกล้กรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2556 ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีไม่ต่ำกว่า 1,300 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุดคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC โดยสมาชิกทั้ง 15 ชาติ เห็นพ้องในการประชุมที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ในร่างเอกสารให้ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมกับออกคำสั่งเด็ดขาดให้รัฐบาลซีเรียทำลายอาวุธเคมีที่ครอบครองอยู่ทั้งหมดภายในกลางปี 2557

7. สั่งจำคุก 7 ปีนักธุรกิจอังกฤษหลอกขายจีที 200 โดยศาลประเทศอังกฤษ ตัดสินจำคุกนายแกรี่ โบลตัน เจ้าของบริษัทโกลบอล เทคนิคัล เป็นเวลา 7 ปี ในข้อหาฉ้อโกงด้วยการหลอกขายเครื่องตรวจจับระเบิด จีที 200 ให้แก่ลูกค้านานาชาติ รวมถึงไทยในราคาเครื่องละกว่า 10,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5 แสนบาท ทั้งที่จริงมีราคา 5 ปอนด์ 250 บาทเท่านั้น

8. นวัตกรรมมูลค่าสูงจากข้าวและยางของไทย โดยกระทรวงวิทย์ฯ ชูนวัตกรรมปลายน้ำเพิ่มมูลค่าน้ำยางพารา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรไทยที่กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ ด้วยการคิดค้นนวัตกรรม อาทิ "ล้อตัน" ประหยัดพลังงานที่ใช้ปริมาณน้ำยางมาก "เซรั่มและครีมหน้าขาวจากสารสกัดน้ำยางพารา" เป็นต้น และการสร้างนวัตกรรมข้าว ตั้งแต่ระบบการผลิตข้าว ที่มีวิธีหลากหลายในการจำกัดมอด อาทิ ใช้คลื่นวิทยุรมไนโตรเจนแทนสารเคมีเพื่อไม่ให้มีสารตกค้าง การแปรรูป เช่น น้ำมันรำข้าวออริซานอลสูง น้ำสลัดไร้ไขมัน เครื่องดื่มให้พลังงานจากข้าว เป็นต้น การแปรรูปเป็นยาและอาหารเสริม อย่างนมข้าวอะมิโน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากข้าวหอมนิล รวมถึงการผลิตเป็นเครื่องสำอางอย่างแป้งพัฟจากแป้งข้าวเจ้า แป้งฝุ่นจากแป้งข้าวเจ้า หรือแม้กระทั่งครีมเคลือบเงาสำหรับอุปกรณ์ในรถยนต์ การสร้างนวัตกรรมข้าวโดยเฉพาะการแปรรูปเป็นเครื่องสำอางนั้นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ กระทรวงวิทย์ฯ ยังได้ริเริ่มจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมข้าวไทย” (Rice Innovation Center of Excellence: RICE) ด้วย

9. มศว เปิดเครื่องรักษามะเร็งมูลค่า 60 ล้านบาท ใช้คลื่นความร้อนยิงผ่านผิวหนัง ไร้แผล ไม่ต้องผ่าตัด ขณะนี้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับบริษัท เอสคูแลป คลินิก (เอเชีย) จำกัด ร่วมวิจัยพัฒนาและให้บริการ "เครื่องมือรักษาเนื้องอกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง" (High-Intensity Focused Ultrasound : HIFU) ซึ่งเครื่องนี้ได้ทำการติดตั้งที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นเครื่องแรกของประเทศโดยการทำงานของเครื่องมีหลักการคล้ายกับการใช้แว่นขยายรวมแสงอาทิตย์ให้ตกอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน (focus) ทำให้ความเข้มข้นของแสงสูง จนเกิดเป็นความร้อน ซึ่งแพทย์จะยิงคลื่นความร้อนนี้ผ่านผิวหนังไปยังเซลล์เนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งโดยไม่ทำลายผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออื่นๆ

10. ล้างพิษตับ เทรนด์สุขภาพใหม่-จริงหรือลวง เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่สำคัญ ทำหน้าที่หลายอย่างให้กับร่างกาย ทั้งในระบบย่อยอาหารและกำจัดพิษในร่างกายจึงเกิดกระแสการดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในขณะนี้ คือ การเข้าคอร์สล้างพิษตับ ด้วยโปรแกรมหรือหลักสูตรที่มีให้เลือกมากมาย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจังถึงผลดีและผลเสียของการล้างพิษตับแต่อย่างใด.

 

โหวตข่าวนี้