advertisement

แคนนอนเปิดตัวเลนส์-เฟิร์มแวร์ใหม่ เสริมประสิทธิภาพกล้อง EOS M

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2556 08:00

แคนนอน เสริมแกร่งกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้  EOS M เปิดตัวเลนส์มุมกว้าง EF-M11-22mm f/4-5.6 IS STM ออโต้โฟกัสทำงานได้เงียบกริบและลื่นไหล เมื่อถ่ายวิดีโอ พร้อมระบบกันสั่น มาพร้อมกับเฟิร์มแวร์ใหม่ เวอร์ชั่น 2.0.2 ที่ช่วยจับโฟกัสได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในโหมด One-Shot AF พร้อมปรับราคาขายใหม่...

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ประกาศเปิดตัวเลนส์มุมกว้างพิเศษรุ่นใหม่ EF-M11-22mm f/4-5.6 IS STM สำหรับใช้งานร่วมกับกล้อง EOS M โดยเฉพาะ ด้วยขนาดทางยาวโฟกัส 11 – 22 มม.เหมาะสำหรับถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่ภาพวิวทิวทัศน์ไปจนถึงการจับภาพกลุ่มบุคคล และยังทรงประสิทธิภาพในการซูมแบบออปติคัลที่เหนือชั้นเมื่อเทียบกับเลนส์ระดับเดียวกัน พร้อมทั้งสะดวกในการใช้งานด้วยบอดี้ขนาดกะทัดรัดและมีกลไกยืด-หดเลนส์ได้


กล้อง EOS M ที่มีจุดเด่นเรื่องการออกแบบที่ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีถ่ายภาพชั้นเลิศเทียบเท่ากล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์ตระกูล EOS เลนส์ EF-M11-22mm f/4-5.6 IS STM จึงได้รับการพัฒนาและออกแบบมาบนหลักการเดียวกัน โครงสร้างเลนส์พัฒนาพิเศษเพื่อให้ครบครันเรื่องคุณสมบัติการถ่ายภาพยอดเยี่ยม ประกอบขึ้นจากชิ้นเลนส์ Aspherical 2 ชิ้น และชิ้นเลนส์ UD 1 ชิ้น ส่งผลให้คุณภาพคมชัดเสมอกันทุกรายละเอียด ตั้งแต่กลางเฟรมไปจนถึงบริเวณขอบโดยรอบ มาพร้อมชั้นเคลือบผิวพิเศษลดการเกิดแสงแฟลร์และอาการแสงหลอน ให้สีสวยสมจริง

และเป็นครั้งแรกที่แคนนอนติดตั้งระบบป้องกันการสั่นไหว (Image Stabilizer) ในเลนส์มุมกว้างตระกูล EF ช่วยให้ภาพคมชัดสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย สามารถชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ 3 stops ขณะที่กลีบรูรับแสงแบบ 7 ใบ (Electromagnetic Diaphragm) ที่เรียงตัวเป็นรูปวงกลม ยังช่วยให้ได้ฉากหลังที่มีความเบลอสวยงามนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ เพื่อให้รับกับขนาดกะทัดรัดของตัวกล้อง EOS M เลนส์นี้ยังมีกลไกยืดหดเลนส์ได้ทำให้เลนส์มีขนาดเล็กลงเหลือเพียง 60.9 x 58.2 มม. เท่ากับเลนส์ EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM ช่วยให้นักถ่ายภาพเต็มอิ่มกับประสิทธิภาพของเลนส์มุมกว้างได้โดยไม่ต้องกังวลกับขนาดที่ใหญ่เทอะทะ


คุณสมบัติเด่นของกล้อง EOS M ไม่ได้มีเพียงการถ่ายภาพนิ่งคุณภาพดี แต่ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้ภาพสวยงามไม่แพ้กัน เลนส์ EF-M11-22mm f/4-5.6 IS STM จึงถูกออกแบบพิเศษมาเพื่อเสริมจุดเด่นในการจับภาพเคลื่อนไหวให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยประสิทธิภาพของชิ้นเลนส์น้ำหนักเบาและระบบมอเตอร์ Stepping Motor (STM) เมื่อใช้งานในโหมดถ่ายวิดีโอ ออโต้โฟกัสจึงทำงานได้เงียบกริบและลื่นไหล ได้ภาพคมชัดปราศจากเสียงรบกวนจากเลนส์ขณะบันทึกภาพ โดยเลนส์มีเสียงดังระหว่างทำงานเพียง 30 เดซิเบล หรือน้อยกว่านั้น เทียบเท่าได้กับเสียงพัดลมระบายอากาศในเครื่องคอมพิวเตอร์ และยังมีระบบป้องกันการสั่นไหว Dynamic IS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถือกล้องเดินถ่ายวิดีโอและได้ภาพที่สวยงามสมบูรณ์แบบ

เลนส์ชุดนี้ยังมีจุดแข็งเรื่องการค้นหาและจับโฟกัสภาพได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การซูมระยะอินฟินิตี้ไปจนถึงการซูมระยะใกล้ห่างวัตถุเพียง 0.15 เมตรตลอดทุกช่วงซูม  ก็สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 0.35 วินาที หรือน้อยกว่านั้น ถือเป็นเลนส์ที่มีระยะโฟกัสได้ใกล้สูงสุดเมื่อเทียบกับเลนส์อื่นๆ ในระดับเดียวกันที่ระยะ 0.15 เมตร ด้วยจุดแข็งด้านการจับโฟกัสรวดเร็วและระยะโฟกัสที่ใกล้มาก ผู้ใช้จะเห็นได้ถึงความแตกต่างและมั่นใจได้ว่าจะได้ภาพสวยคมชัดทุกรายละเอียด และในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ถูกใจการทำงานของระบบออโต้โฟกัส ยังสามารถเลือกปรับแต่งโฟกัสแบบแมนนวลได้ตามต้องการหลังจากนั้นอีกด้วย


นอกจากจะพัฒนาให้มีขนาดกะทัดรัดสะดวกในการใช้งานเป็นพิเศษคู่กับกล้อง EOS M แคนนอนยังให้ความสำคัญกับการออกแบบเลนส์ที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร โดยเลนส์ EF-M11-22mm f/4-5.6 IS STM มาในรูปลักษณ์แบบคลาสสิค บอดี้ภายนอกผลิตจากอะลูมีเนียมชุบผิวคุณภาพดี ส่วนวงแหวนโฟกัสและวงแหวนปรับซูมพิมพ์ลายนูนรูปข้าวหลามตัดให้สัมผัสกระชับมือและสวยงามเวลาใช้งาน ตัวอักษรสีเงินเรียบหรูบนชิ้นเลนส์แมชได้กับกล้องทุกสีสัน

นอกจากนี้ แคนนอน เปิดตัวเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดสำหรับกล้องดิจิตอล EOS M เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานในโหมด One-shot AF ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยเฟิร์มแวร์ EOS M เวอร์ชั่น 2.0.2 ตัวล่าสุดนี้จะช่วยให้กล้อง EOS M สามารถจับโฟกัสได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในโหมด One-Shot AF ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นเมื่อเปิดใช้โหมด Live Multi-Point AF เพื่อจับโฟกัสหลายจุดพร้อมๆ กัน เพราะกล้องสามารถจับโฟกัสได้เร็วยิ่งกว่าเดิมสูงสุดถึง 2.3 เท่า (เมื่อถ่ายภาพในระบบ One-Shot AF และ Live Multi-Point AF คู่กับเลนส์ EF-M18-55mm f3.5-5.6 IS STM ทางยาวโฟกัส 55 มม.)

สำหรับ กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ EOS M ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่อยากเปลี่ยนจากกล้องคอมแพ็คมาสู่ กล้องที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และกลุ่มผู้ใช้กล้อง EOS เดิมที่ต้องการหากล้องดีๆ อีกตัวไว้ใช้งาน กล้อง EOS M จึงบรรจุความสามารถต่างๆ ไว้อย่างพร้อมสรรพในบอดี้ขนาดเล็ก แต่ถึงจะมีขนาดเล็ก กล้อง EOS M ก็ยังมีความสามารถรอบด้านทุกอย่างตามแบบกล้องตระกูล EOS ทุกประการ อาทิ การใช้ชิปประมวลผลภาพ DIGIC 5 เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถจับภาพคมชัดทุกรายละเอียด และยังสามารถใช้งานร่วมกับเลนส์ EF และ EF-S รุ่นต่างๆ ได้มากกว่า 60 รุ่น

ทั้งนี้ บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ได้มีการประกาศปรับราคาจำหน่ายกล้อง EOS M ทั้งแบบ กล้องพร้อมเลนส์คิต 18-55 STM, กล้องพร้อมเลนส์ 22 mm. f2 และ adapter คิท และ กล้องพร้อมเลนส์ 22 mm. และเลนส์ 18-55 mm. ควบคู่กับแฟลชภายนอก รุ่น Speedlite 90EX.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement