advertisement

วีเอ็มแวร์ชี้องค์กรไทยยอมรับ"คลาวด์"ช่วยในการแข่งขันทางธุรกิจ

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ย. 2555 16:00

วีเอ็มแวร์เผยผลการสำรวจ ชี้องค์กรไทยปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มขึ้น เกือบครึ่งเตรียมดำเนินการใน 18 เดือน เพื่อความยืดหยุ่นในการรองรับบุคลากรที่ทำงานนอกสถานที่ ขณะที่ธุรกิจไทยลงทุนเพิ่มจัดฝึกอบรม และเสริมศักยภาพสำหรับเทคโนโลยีคลาวด์...

วีเอ็มแวร์ อิงค์ เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีคลาวด์ VMware Cloud Index ปีที่สาม สำหรับประเทศไทย ที่ดำเนินการโดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง (Forrester Consulting) โดยมีการสอบถามความคิดเห็นของบุคลากรในเมืองไทยกว่า 300 คน ในช่วงปี 2555 และมีการนำเสนอผลการสำรวจดังกล่าวในการประชุมประจำปี VMware Solutions Symposium (VSS) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยผลการสำรวจพบว่า อัตราการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ปรับใช้โซลูชั่นหรือแนวทางคลาวด์แล้ว หรือมีแผนที่จะปรับใช้คลาวด์คอมพิวติ้ง ส่วนองค์กรที่ยังไม่ได้ติดตั้งโซลูชั่นคลาวด์ เกือบครึ่งหนึ่ง (48%) มีแผนที่จะทำเช่นนั้นในช่วง 18 เดือนข้างหน้า โดยการลงทุนในคลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทยเป็นหนทางในการเพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ตอบแบบสอบถามในไทยมีความคิดเห็นตรงกันว่า คลาวด์คอมพิวติ้งจะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (83%) และหากบริษัทของตนไม่ได้ดำเนินโครงการคลาวด์ ก็จะไม่สามารถก้าวตามคู่แข่งได้ทัน (68%)

นายชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของวีเอ็มแวร์ กล่าวว่า ดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ประจำปี 2555 ระบุอย่างชัดเจนถึงความก้าวหน้าและการปฏิรูปไอทีใน ประเทศไทย เพราะคาดว่าเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดในเมืองไทยจะปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ภายใน 18 เดือนข้างหน้า วีเอ็มแวร์ยังคงให้การสนับสนุนแก่องค์กรต่างๆ ในการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ด้วยแนวคิด software-defined data center สำหรับเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง

ผจก.ประจำประเทศไทยฯ วีเอ็มแวร์ กล่าวต่อว่า เมื่อถามถึงเหตุผลหลักสำหรับการปรับใช้คลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทย ผู้ตอบแบบสอบถามระบุถึงความจำเป็นในการเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจด้วยการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากรไอที (80%), ความสามารถในการปรับปรุงการจัดการไอทีและระบบงานอัตโนมัติ (78%) และความต้องการที่จะเสียค่าใช้จ่ายไอทีตามปริมาณการใช้งานจริงในส่วนงานธุรกิจ (76%) ขณะเดียวกัน 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามในเมืองไทยมีความคิดเห็นตรงกันว่า คลาวด์คอมพิวติ้งจะช่วยให้บริษัทสามารถรองรับบุคลากรที่ทำงานนอกสถานที่ได้อย่างยืดหยุ่น ขณะที่ 70% คิดว่าองค์กรของตนมีความกังวลเกี่ยวกับการที่ผู้ใช้เข้าถึงแอพพลิเคชั่นและบริการบนระบบคลาวด์ผ่านทางอุปกรณ์พกพาที่ใช้ในการทำงาน

นายชวพล กล่าวอีกว่า จากบริษัทที่เราได้สำรวจ 65% มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสนับสนุนระบบประมวลผลสำหรับผู้ใช้ รวมถึงการเข้าใช้บริการบนระบบคลาวด์จากอุปกรณ์พกพา วีเอ็มแวร์คาดหมายว่าแนวโน้มดังกล่าวจะแพร่หลายมากยิ่งขึ้นเมื่อองค์กรต่างๆ ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานและนโยบายไอทีเพื่อรองรับความต้องการของพนักงานสำหรับการทำงานในรูปแบบโมบายล์ ทั้งนี้ 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า คลาวด์คอมพิวติ้งช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนในการทำงาน และ 62% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยว่า องค์กรของเขามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในส่วนของการจัดฝึกอบรมเรื่องเทคโนโลยีคลาวด์ให้แก่พนักงาน ส่งผลให้ประเทศไทยมีสถิติแซงหน้าประเทศอื่นๆ ในระดับภูมิภาคอยู่ที่ 55%

 

"องค์กรต่างๆ ต้องการเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยอาศัยทั้งเทคโนโลยีและบุคลากร ดังนั้นในช่วงปีนี้ วีเอ็มแวร์จึงจัดระเบียบแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าก้าวทันพัฒนาการล่าสุดในแวดวงอุตสาหกรรม ฝ่ายบริการระดับผู้เชี่ยวชาญของวีเอ็มแวร์ทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อออกแบบและติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และฝ่ายทรัพย์สินทางปัญญา Cloud Ops ของวีเอ็มแวร์ ช่วยเหลือลูกค้าในการสร้าง ใช้งาน จัดสรรบุคลากร และประเมินสภาพแวดล้อมคลาวด์ เพื่อผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจและปรับปรุงประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ดัชนีคลาวด์ยังเปิดเผยถึงอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในประเทศไทย นั่นคือ การเข้าถึงบริการบรอดแบนด์ราคาประหยัดที่มีเสถียรภาพ (75%), การที่องค์กรไม่สามารถควบคุมการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว (73%) และการผนวกรวมเข้ากับระบบที่มีอยู่ภายในองค์กร (70%)" ผจก.ประจำประเทศไทยฯ วีเอ็มแวร์ กล่าว

ด้าน นายเควิน พราเทซ่า ผู้อำนวยการฝ่ายผู้ให้บริการและพับบลิคคลาวด์ประจำภูมิภาคอาเซียนของวีเอ็มแวร์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในปีนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทโทรคมนาคมและผู้ให้บริการจะมีบทบาทหรือความสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยเป็นผลมาจากเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง (64%) เมื่อเทียบกับปี 2554 (50%) นับเป็นการตอกย้ำแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นของลูกค้าที่ย้ายเวอร์ช่วลแมชชีนและเวอร์ช่วลแอพพลิเคชั่นระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ภายในองค์กรและดาต้าเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการ เช่น ไอเน็ต ด้วยอินเทอร์เฟสผู้ใช้แบบรวมศูนย์สำหรับการจัดการระบบไฮบริดคลาวด์

ผู้อำนวยการฝ่ายผู้ให้บริการและพับบลิคคลาวด์ประจำภูมิภาคอาเซียนของวีเอ็มแวร์ กล่าวด้วยว่า วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อและจัดการระบบคลาวด์และระบบเวอร์ช่วลทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรและใช้งานทรัพยากร และมั่นใจว่าระบบจะมีความพร้อมใช้งานสูงและเปี่ยมด้วยคุณภาพในการให้บริการ.

โหวตข่าวนี้