advertisement

ศาลปค.กลางยกฟ้อง'ทีโอที' รมว.สั่งเดินหน้าสู้ ป้องผลประโยชน์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ย. 2555 20:45

"ทีโอที" ถอนหายใจคล่องอีกเฮือก หลังศาลปกครองกลาง ยกคำฟ้องไม่ต้องจ่ายทรู 9,000 ล้านบาท ด้าน "อนุดิษฐ์" สั่งสู้ต่อถึงที่สุด...

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ผู้บริหารระดับสูงบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้รายงานผลคำตัดสินของศาลปกครองกลางให้ทีโอที เป็นผู้ชนะ ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนแบ่งรายได้ในคดีข้อพิพาทระหว่าง ทีโอที กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เรื่องส่วนแบ่งค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (แอ็คเซสชาร์จ) โดยได้กำชับให้ฝ่ายกฎหมายของทีโอทีเตรียมการให้พร้อม เพื่อต่อสู้ในชั้นศาลปกครองสูงสุดต่อไป

"คำตัดสินครั้งนี้เป็นเพียงศาลชั้นต้นเท่านั้น แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีกับทีโอทีด้วย แต่ทีโอทีต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด พร้อมทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ทีโอทีอย่างดีที่สุด" รมว.ไอซีที กล่าว

นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีมีเวลา 30 วันในการเตรียมข้อมูลเพื่อต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด

ด้านนายอธึก อัศวานนท์ รองประธานกรรมการ และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมายทรู กล่าวว่า วานนี้ ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ที่เคยชี้ขาดให้ทีโอทีต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ทรู ฉะนั้น ทรูก็ต้องอุทธรณ์ต่อสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีฟ้องร้องระหว่างทีโอทีกับทรูนั้น เริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 โดยกลุ่มทรูฯ เรียกร้องขอแบ่งส่วนแบ่งรายได้จากค่าเชื่อมโยงโครงข่ายจากทีโอที ที่ได้รับจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (อัตรา 200 บาทต่อเดือน รวม 1 ล้านเลขหมาย โดยทรูอ้างว่าการเชื่อมโครงข่ายดังกล่าว มีการใช้โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานของทรูฯ รวมอยู่ด้วย ซึ่งทีโอทีได้ยืนยันคัดค้านและไม่เห็นด้วยมาตลอดว่า ทีโอทีไม่สามารถจ่ายส่วนแบ่งรายได้ตามข้อเรียกร้องของทรูได้ เพราะสัญญาสัมปทานที่ทรูทำไว้กับทีโอที รายได้ที่เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นรายได้ของทีโอทีไม่เกี่ยวกับบริษัททรู ทำให้ต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ตัดสิน ต่อมาสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม มีหนังสือส่งคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 17 ม.ค.2549 โดยคณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดโดยเสียงข้างมาก ให้ทรูมีสิทธิ์รับผลประโยชน์จากการที่ทีโอทีนำบริการพิเศษมาใช้ผ่านโครงข่ายทรู หรือการที่ทีโอทีอนุญาตให้บุคคลอื่นนำบริการพิเศษมาใช้ผ่านโครงข่ายของทรู

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2549 คณะอนุญาโตตุลาการได้เรียกคู่กรณีมาสอบสวนข้อเท็จจริง และตัดสินให้ทีโอทีเป็นผู้แพ้คดีดังกล่าว ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ทรู 9,175 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย 7.5% ไปจนถึงสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน แบ่งเป็นผลประโยชน์นับแต่ต้นจนถึงวันที่ 22 ส.ค.2545 ให้ทีโอทีชำระเงินจำนวน 9,175 ล้านบาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ส่วนผลประโยชน์ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.2545 เป็นต้นไป ให้ทีโอทีแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนในอัตรา 50% ของผลประโยชน์ที่ทีโอทีได้รับจริง เฉพาะส่วนที่นำมาผ่านโครงข่ายของทรูฯ ให้แก่ทรูฯ ในกรณีที่ไม่อาจคำนวณแบ่งแยกผลประโยชน์ตอบแทน ที่ทีโอทีได้รับจริงในส่วนโครงข่ายของทรูได้ ให้ถือว่าส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนจากการเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านโครงข่ายของทรู มีจำนวนเท่ากับ 50% จำนวนเลขหมายโทรศัพท์ที่มีผู้ใช้ในขณะนั้นของโครงข่ายทรู กับจำนวนผลประโยชน์ตอบแทนทั้งหมดที่ทีโอทีได้รับจากการให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่กับโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานทั้ง 3 โครงข่าย หารด้วยจำนวนเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานที่มีผู้ใช้ในขณะนั้นของทั้ง 3 โครงข่าย ขณะที่ทีโอทีคัดค้านไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน จึงยื่นฟ้องต่อ ศาลปกครองกลาง เพื่อต่อสู้คดีต่อไป จนล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่สั่งให้ทีโอทีชนะคดีดังกล่าว.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement