advertisement

Trendy Review: Sony Xperia Go

โดย คงเดช กี่สุขพันธ์ 16 ก.ย. 2555 17:00

ดูท่าทางตลาดของผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ทนทานต่อทุกสภาพการใช้งานนั้น จะไม่ใช่ตลาดเล็กๆ อีกต่อไปซะแล้ว หลังจากที่เปิดตลาดโดย Motorola และตอนนี้ แม้แต่ Sony เองก็เล็งเห็นโอกาสในตลาดกลุ่มนี้ ส่ง Sony Xperia Go แอนดรอยด์สุดแรงแบบไม่เกรงกลัวน้ำ มาร่วมวงไพบูลย์ด้วยแล้ว...

จุดเด่นของ Sony Xperia Go ในฐานะของ Android Smartphone ที่เป็นตระกูล อึด ถึก ทน ก็คือ สนนราคา 9,900 บาท ผ่านมาตรฐาน IP67 แต่มีสเปกของ CPU และ GPU ที่จัดว่าแรงมากทีเดียวครับ

แกะกล่องเอาตัวเครื่องมาลูบๆ คลำๆ ก่อน

นานๆ ผมจะได้ Android Smartphone มารีวิวแบบที่ครบชุดทั้งกล่องมา ดังนั้น ขอถ่ายรูปกล่องไว้เป็นที่ระลึกหน่อยครับ (ฮา)​กล่องของ Sony Xperia Go ทำออกมาได้ดูดีทีเดียวครับ ตอนได้กล่องมาใหม่ๆ ผมนึกว่ากล่องเปียกน้ำ อ้าว ที่ไหนได้ เป็นรูปภาพของตัวเครื่องที่ต้องการสื่อว่าเจ้านี่มันกันน้ำนะเออ อะไรแบบนี้

ด้านหน้าเป็นหน้าจอ LCD ที่ใช้ LED เป็น Backlight ขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 320×480 พิกเซล … ใช่ครับ อ่านไม่ผิด เจ้านี่มีความละเอียดหน้าจอระดับ iPhone 3GS เท่านั้นเอง ซึ่งทำให้มี Pixel Density 165ppi เท่านั้น แต่แสดงผลสีได้จริงจังมาก คือ 16 ล้านสี และรองรับการสัมผัสพร้อมๆ กัน 4 จุดครับ

ด้านหลังของ Sony Xperia Go นี่เรียบๆ ง่ายๆ ครับ มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash กับลำโพงเล็กๆ อยู่ตรงด้านล่างของตัวเครื่อง

ด้านบนไม่มีอะไรครับ เป็นปุ่มเปิดปิดหน้าจอเฉยๆ

ด้านล่างยิ่งเรียบง่ายสุดๆ ฮะ มีแค่รูเอาไว้สำหรับร้อยสายคล้องมือ (แถมมาให้ในกล่อง) … เล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญ เพราะเท่าที่ผมสอบถามมา ผู้ใช้งานหลายคนชอบร้อยสายคล้องมือ หรือ หานู่นนี่นั่นมาคล้องนะ

ด้านซ้ายของ Sony Xperia Go จะเห็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. แบบมีฝาปิดมิดชิดอยู่

ด้านขวาของ Sony Xperia Go ก็มีพอร์ต Micro USB ที่ถูกฝาปิดมิดชิดเอาไว้เป็นอย่างดี แล้วก็ปุ่มปรับระดับเสียง แค่นั้นเองครับ Sony Xperia Go เนี่ย ออกแบบมาแตกต่างจากพวก Android Smartphone พันธุ์อึดถึกทนที่ผมเคยลองมา เพราะพวกนั้นส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ถอดแบตเตอรี่เปลี่ยนได้ เลยติดว่าอาจจะหนาไปหน่อย และต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าไปโดนแบตเตอรี่ ซึ่งจากที่ลองรีวิวมา ทุกรุ่นป้องกันไม่ให้น้ำเข้าถึงแบตเตอรี่ได้ แต่หนีไม่พ้นที่จะต้องมีซึมเข้าไปนิดๆ จนต้องเช็ดให้แห้งทุกครั้ง หลังจมน้ำ … แต่ Sony Xperia Go นี่ออกแบบมาไม่ให้ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เลย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าจะปลอดจากปัญหานี้ และที่สำคัญก็คือ ตัวเครื่องก็จะมีขนาดบางและเบาลงได้อีกครับ

ถามว่าการที่ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่ได้ จะมีผลต่อผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไหม? ในยุคที่แบตเตอรี่เสริมขนาดพกพาขายกันเกลื่อนเมืองแบบนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆ คน คงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว (ที่สำคัญ การใช้แบตเตอรี่ภายนอก มันสะดวกกับผู้ใช้กว่าด้วย เพราะเมื่อไหร่เปลี่ยนมือถือเป็นยี่ห้ออื่น รุ่นอื่น ก็ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่สำรองจะหมดค่า)

สเปกและประสิทธิภาพของ Sony Xperia Go

ก่อนจะไปดูรายละเอียดสเปก … ขอสปอยล์ตรงนี้ก่อนว่าด้วยสนนราคาของ Sony Xperia Go ที่ 9,900 บาทนี่ เกือบจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบแล้วทีเดียว เพราะสเปกแรงเอาการเลย แต่ก็เหมือนอคิลลิสน่ะ คือต้องมีจุดอ่อนจนได้ คือเรื่องของความละเอียดหน้าจอที่ไม่ค่อยเท่าไหร่น่ะครับ เหอๆ

 

  • CPU: Nova Thor U8500 Dual-core 1GHz
  • GPU: Mali-400
  • RAM: 512MB
  • ROM: 8GB (ผู้ใช้งานเข้าถึงได้แค่ 4GB นะจ๊ะ)
  • Display: LCD (LED Backlit) 3.5 นิ้ว 320×480 พิกเซล (165ppi) รองรับการสัมผัสสูงสุด 4 จุด

Connectivity:

  • 2G: 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: 900/2100MHz (ตัวที่ผมได้มาเป็น ST27i ซึ่งรองรับแค่นี้ครับ)
  • WiFi: 802.11 b/g/n
  • Bluetooth: 3.0 A2DP EDR
  • Dimensions: 111 มม. x 60.3 มม. x 9.8 มม.
  • Weight: 110 กรัม
  • Battery: 1,305 mAh
  • Operating System: Android 2.3.7 Gingerbread


เห็นไหมครับ สเปกน่ะดูดีทีเดียวเลยนะ แต่ไปตายตรงหน้าจอที่ความละเอียดต่ำไปหน่อยครับ … เดาว่าคงเป็น Trade-off ที่ต้องรับให้ได้ จากการที่มีสเปกแรงร้ายกาจแบบนี้ แถมยังเป็นพันธุ์อึดถึกทนอีก … แต่บอกใบ้ให้ครับว่าคงเพราะหน้าจอมันแสดงผลสีได้ 16 ล้านสี ก็เลยทำให้เวลาใช้งานจริงๆ ภาพมันก็ยังดูสวยดีอยู่ครับ (แต่ก็อีกนั่นแหละ สายตาเราก็ยังฟ้องได้ว่าภาพไม่คมชัดเท่าไหร่)
แต่มาดูที่การวัดประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ แล้วก็จะเห็นว่าสเปกมันก็สมกับเป็น Dual-core จริงๆ นั่นแหละ เพียงแต่ไม่ถึงขนาดที่สุดยอด คงเพราะติดข้อจำกัดเรื่องหน่วยความจำที่มีแค่ 512MB เท่านั้นเอง

มาตรฐาน IP67 คือ?!?

เห็นบอกว่าได้รับการรับรองมาตรฐาน IP67 แล้วมันอึดถึกทน มันหมายความว่าไง?!? คำว่า IP มันมาจากคำว่า Ingress Protection Rating ครับ (บางคนเรียก International Protection Rating) เอาไว้สำหรับให้คะแนนความสามารถในการปกป้องตัวอุปกรณ์จากสิ่งต่างๆ ได้แก่ ของแข็ง, ฝุ่น, การกระทบโดยอุบัติเหตุ และ น้ำ

เป้าหมายของ IP Code เนี่ย ก็เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดแก่ผู้ใช้งานให้มากขึ้น มากกว่าที่จะแค่พูดว่า “Waterproof” “Dustproof” หรือ กันน้ำ กันฝุ่น อะไรทำนองนี้นั่นเอง

ปกติแล้ว IP Code จะใช้กันเป็นเลข 2 หลัก โดยตัวแรกจะหมายถึงระดับการป้องกันพวกวัตถุของแข็ง (ฝุ่น) และ ตัวที่สองจะหมายถึงการป้องกันพวกของเหลว (พูดง่ายๆ การถูกน้ำนั่นแหละ) เลขยิ่งมาก ยิ่งแสดงว่าป้องกันได้ดี โดยเลขตัวแรกนั้นสูงสุดคือระดับ 6 หมายถึงมิดชิด หมดสิทธิ์ที่ฝุ่นจะเข้าไป … ส่วนเลขตัวหลังสูงสุดคือเลข 8 ครับ หมายถึงสามารถอยู่ในน้ำลึกกว่า 1 เมตรได้แบบต่อเนื่อง (อุปกรณ์เหมาะสำหรับการใช้งานในน้ำ ภายใต้เงื่อนไขของผู้ผลิต)

แล้ว IP67 ที่ Sony Xperia Go ได้มา ก็เลยหมายความว่า กันฝุ่นมิดชิด และสามารถอยู่ในน้ำระดับลึกได้สูงสุด 1 เมตร โดยอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ จะต้องถูกทดสอบอยู่ในน้ำนาน 30 นาที

User Interface ของ Sony Xperia Go
ขอพูดถึง User Interface ของ Sony Xperia Go ซักหน่อยครับ … ยังแบ่งออกเป็น Home Screen กับ App Tray อยู่เหมือน Android Smartphone ทั่วๆ ไป แต่ Sony Xperia Go นั้นให้เราสามารถเปลี่ยน Theme เป็นสีต่างๆ ได้ครับ … เผื่อใครถามผมว่าเจ้านี่ Capture หน้าจอได้ไหม … ทำได้นะครับ แต่ไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะต้องกดปุ่ม Power ค้างไว้ (เหมือนตอนจะปิดเครื่องอ่ะ) แล้วจะเห็นตัวเลือกให้ Take Screenshot ครับ ... แต่เอาน่ะ ดีกว่าไม่มี จริงป่ะ

ความสามารถในการเล่นไฟล์มัลติมีเดีย
ด้วยสเปกของ CPU ระดับ Dual-core และ GPU ระดับ Mali-400 เนี่ย ผมไม่ค่อยห่วงเรื่องการเล่นไฟล์มัลติมีเดียระดับ HD เลย แต่มันก็ได้แค่ระดับ 720p นะครับ เท่าที่ผมลองเอาไฟล์ไปเล่นดู พบว่า 1080p เนี่ย มันบอกว่าเล่นไม่ได้ … แต่ 720p ก็เนียนดีครับ ลื่นไหล ไม่แปลกใจอะไร เพราะ CPU/GPU แรงอยู่แล้ว เพียงแต่หน้าจอความละเอียดต่ำ เลยไม่สามารถแสดงศักยภาพของความละเอียดระดับ HD ได้เต็มที่

ลองเอา Sony Xperia Go มาลองเล่นเกม
แม้จะสเปกสูง แต่ด้วยหน้าจอความละเอียดต่ำ ผมเองก็แอบทำใจแล้วว่าจะมีเกมให้เลือกเล่นได้น้อย ซึ่งก็แอบเป็นไปตามนั้นแหละครับ เกม 3D เจ๋งๆ จากค่าย Gameloft อย่าง N.O.V.A.3 หรือ Modern Combat 3: Fallen Nation นี่ไม่มีให้เล่นครับ แต่ว่าเกม Asphalt 7: Heat เกมขับรถสุดมันส์นี่มีให้ซื้อหาไปเล่นได้สบายๆ และด้วยสเปกของฮาร์ดแวร์ เกมนี้ก็เล่นได้อย่างมันส์สะใจ ไหลลื่นดีจริงๆ ลองดูวิดีโอรีวิวด้านล่างได้


ใครเป็นสาวกเกม RPG ก็มีเกมอย่าง Final Fantasy III ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่กราฟิกเป็น 3D ให้ซื้อหาไปเล่นด้วยเช่นกัน … สรุปคือ แม้ว่าจะไม่ได้มีตัวเลือกเกมมากมายเหมือนพวกระดับไฮเอนด์หน้าจอใหญ่ๆ ความละเอียดสูงๆ แต่ก็มีเกม 3D กราฟิกเจ๋งๆ ให้เล่นอยู่บ้าง ซึ่งต่างจากคู่แข่ง Android Smartphone ในแบบอึดถึกทนทั้งหลายครับ

คุณภาพในการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย Sony Xperia Go
ตัวเลือกลูกเล่นของ Sony Xperia Go มีไม่มากเท่ากับค่ายคู่แข่งอย่าง Samsung แฮะ … ในส่วนของตัวเลือก Scenes ถ่ายภาพนี่ถือว่ามีเยอะดีอยู่ แต่โหมดถ่ายภาพเนี่ย มีไม่มาก แต่ที่เจ๋งเห็นจะเป็นโหมดถ่ายภาพแบบ 3D Multi Angle ครับ คือ เวลาถ่าย จะต้องใช้การแพนกล้องไปรอบๆ เหมือนกับการถ่ายภาพแบบพาโนรามา แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แบบนั้น  ในโหมด 3D Multi Angle เนี่ย ซอฟต์แวร์จะทำการคำนวณภาพ แล้วสิ่งที่เราได้ คือ ภาพมุมกว้าง ที่ตอนเวลาเราดู เราจะสามารถเอียงตัวเครื่องไปมา เพื่อมองภาพในมุมมองต่างๆ (Multi Angle) เหมือนกับการเปลี่ยนตำแหน่งมองจริงๆ

ในแง่ของคุณภาพของภาพที่ระดับ 5 ล้านพิกเซล ต้องบอกว่า ภาพที่ได้นั้น อาจจะไม่คมกริบมาก แต่ก็ถือว่าคุณภาพโอเคอยู่ครับ … เพียงแต่เวลาที่เราถ่ายเสร็จแล้วดูภาพบนหน้าจอของ Sony Xperia Go เนี่ย จะดูหลอกตาอยู่พอสมควร ทั้งนี้ เพราะหน้าจอความละเอียดมันต่ำครับ เลยทำให้ภาพระดับ 5 ล้านพิกเซลมันดูคมกริบมาก
คุณภาพของรูปถ่ายเป็นยังไง ลองดูภาพตัวอย่างได้เลย

วิดีโอสามารถถ่ายได้ระดับ HD 720p ครับ อานิสงส์ของ CPU ระดับ Dual-cure และ GPU สุดแรง แต่ไปเจอคอขวดตรงที่เซ็นเซอร์ภาพของกล้องแค่ 5 ล้านพิกเซลครับ คุณภาพวิดีโอ ก็ตามคลิปด้านล่างนี่เลย


ทั้งโหมดถ่ายภาพนิ่งและถ่ายวิดีโอ ที่รู้สึกผิดหวังก็คือ มันไม่มีคุณสมบัติ Tap-to-Focus นี่แหละ และไม่สามารถปรับ Exposure ได้จากตำแหน่งที่แตะบนหน้าจอ ทำให้เวลาถ่ายวิดีโอ หรือ ถ่ายภาพนิ่งในสภาวะแสงต่างๆ มันไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ เสียดายจริงๆ ทั้งๆ ที่สเปกเครื่องแรงดีแล้วแท้ๆ

การทดสอบการทนน้ำ
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงมาตรฐาน IP67 ที่เขาว่าทนน้ำๆ เนี่ย มันจริงจังขนาดไหน ดังนั้นผมจะทดสอบให้ได้ดูกัน เป็นวิดีโอรีวิวแล้วกัน ตามนี้เลย


บทสรุปการรีวิว Sony Xperia Go
ดูจากสนนราคา และ คุณสมบัติแล้ว เจ้านี่เป็นอีกหนึ่งตัวที่ผมว่าน่าสนใจมากครับ 9,900 บาท กับสเปกระดับนี้ แถมยังเป็นพันธุ์อึดถึกทน เรียกว่าคุ้มค่าครับ ด้านสเปกนี่เหนือกว่าคู่แข่งในสายพันธุ์เดียวกันเยอะทีเดียว (เพราะส่วนใหญ่คู่แข่งที่ทำรุ่นอึดถึกทนและเน้นถูกเนี่ย จะสเปกแค่ Single-core CPU เท่านั้นเอง) เพียงแต่จุดที่จะทำให้เราๆ ท่านๆ ตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ อยู่ที่ความพอใจในเรื่องของความละเอียดหน้าจอครับ ซึ่งแปลกใจเหมือนกันว่าทำไม Sony จึงเลือกความละเอียดหน้าจอแค่ 320×480 พิกเซล แทนที่จะเป็น 480×800 พิกเซล … ซึ่งตรงนี้ผมขอเดาว่าเป็นเหตุผลเรื่องต้นทุนละมั้งครับ

คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://bit.ly/kafaakGPlus
YouTube: http://www.youtube.com/user/kafaak
Blog: http://www.kafaak.com

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement