advertisement

'กูเกิล' รณรงค์ใช้เน็ตอย่างสร้างสรรค์ ฉลอง1ขวบออฟฟิศในไทย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2555 15:30

"อริยะ พนมยงค์" ผู้บริหารกูเกิล ประเทศไทย เขียนบทความฉลองครบรอบ 1 ปี เปิดสำนักงานในไทย กระตุ้นคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง เพิ่มศักยภาพรับเออีซีปี 2558...

เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี วันที่ 24 ส.ค.2555 สำหรับการเปิดสำนักงานกูเกิลในประเทศไทย นายอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย ได้เขียนบทความเรื่อง “เราน่าจะหยุดเล่นอินเทอร์เน็ตกัน” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและชาวไทย หันมาใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อสร้างสรรค์รากฐานทางวัฒนธรรม การศึกษา ธุรกิจ และการเมืองของเรา พร้อมขยายศักยภาพสู่เวทีโลก

“ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งเขียนเรื่องที่ว่าการเปิดสำนักงาน Google ในบ้านเรานั้นแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะมีระบบนิเวศอินเทอร์เน็ตของเราแล้ว แต่พอกลับมาอ่านเรื่องอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านมาหนึ่งปี ผมต้องยอมรับว่า ยังมีอะไรอีกมากมายให้เรียนรู้ ไม่ใช่เรื่องศักยภาพของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย แต่เป็นเรื่องของปัจจัยที่ทำให้เราไปไม่ถึงศักยภาพนั้นเสียที แม้ว่าจะ Google ประเทศไทยจะมีอายุเพียง 1 ขวบเท่านั้น แต่วันครบรอบเช่นนี้นับเป็นโอกาสที่ดีในการทบทวนถึงปีที่ผ่านมาและบทเรียนที่เราได้เจอ

บทเรียนสำคัญบทแรกคือ อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เติบโตเกินทุกความคาดหมาย โตเร็วกว่าที่คาดกันไว้ ตอนที่เราเริ่มทำ โครงการธุรกิจไทย Go Online นั้น ก็คิดว่าเป้าหมายในการช่วยให้ธุรกิจ 50,000 รายมีตัวตนบนโลกออนไลน์นั้นเป็นงานช้าง แต่กลายเป็นว่าเราประมาณการต่ำไปเสียด้วยซ้ำ มีผู้ประกอบการมากกว่า 100,000 รายเข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศในปีที่ผ่านมา และผู้ประกอบการหลายรายพบว่าแค่การมีตัวตนบนโลกออนไลน์สามารถขยายธุรกิจ เข้าถึงผู้บริโภคใหม่ๆ รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เคยเข้าถึงมาก่อน พร้อมกับสร้างรายได้อย่างชัดเจน

ในทำนองเดียวกันจากการเติบโตของการใช้โทรศัพท์มือถือแสดงให้เห็นว่าคนไทยต้องการใช้อินเทอร์เน็ตในทุกขณะของการใช้ชีวิต ตอนที่เราเปิดสำนักงานฯ เมื่อปีที่แล้วสิ่งที่เราเรียกกันว่า ผู้บริโภคแบบ 4 จอ ดูเหมือนจะไกลจากความเป็นจริงมาก แต่มาตอนนี้มันเริ่มเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยไปแล้ว ที่จะเห็นคนนั่งอยู่ด้วยกันหน้าโทรทัศน์พร้อมๆ กับสนทนา แบ่งปัน ค้นหาสิ่งที่กำลังชมอยู่ผ่านทางแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อป โดยเฉลี่ยชาวไทยที่ออนไลน์แล้วใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งมากกว่าเวลาที่พวกเขาใช้ดูทีวี อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสื่อกระแสหลักที่เป็นช่องทางขนาดใหญ่สำหรับผู้ประกอบการในการเข้าถึงผู้บริโภคไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือ ที่ผู้คนต้องพึ่งพาเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ และข่าวสารล่าสุดทั้งจากในและต่างประเทศ

การเติบโตที่น่าทึ่งนี้ทำให้ผมคิดได้อีกอย่างหนึ่งว่าเราน่าจะเลิก “เล่น” อินเทอร์เน็ต แล้วหันมาใช้อย่างจริงจังกันได้แล้ว

เราใช้คำว่า “เล่น” เวลาพูดถึงการใช้อินเทอร์เน็ต แต่เราแค่เล่นจริงๆ หรือ เป็นเพราะคำๆ นี้หรือเปล่าที่ทำให้เราลืมไปว่าอินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญได้เพียงใดในสังคมและเศรษฐกิจ อินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นแค่ที่เล่นเกมเท่านั้น

ผลการวิจัยจาก Nielsen บอกว่าในกลุ่มคนไทยที่ออนไลน์แล้วเกือบ 80% อ่านข่าวจากอินเทอร์เน็ตทุกสัปดาห์ แต่เราไม่เคยพูดว่าเป็นการ “เล่นหนังสือพิมพ์” เช่นเดียวกันกับผู้ประกอบการไทย ที่มีเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก ไม่มีคนไหนที่จะพูดว่า “กำลังเล่นธุรกิจออนไลน์” เมื่อปีที่แล้ว ผมคิดว่าการที่คนไทยคิดว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องง่ายเหมือนการ “เล่น” เกมแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน  แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนความคิดนี้

เมื่อตอนที่ผมเริ่มงานกับ Google ผมพูดไว้อย่างมั่นใจว่าทุกธุรกิจสามารถเป็นธุรกิจออนไลน์ได้ ยิ่งมีผู้ประกอบการและผู้บริโภคออนไลน์เพิ่มขึ้นเท่าไร อินเทอร์เน็ตก็ยิ่งมีบทบาทต่ออนาคตของประเทศไทยมากขึ้นเท่านั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา

สำนวนไทยที่มีมาแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” มักจะถูกนำมาเปรียบเปรยถึงความโชคดีที่เราได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นั้นยังทันสมัยอยู่เสมอ วันนี้ ในอินเทอร์เน็ตก็มีปลาเช่นกัน เช่นเรื่องราวดีๆ ของคุณดลสิริ อารมย์สุข (แตงโม) ที่เปลี่ยนความชอบปลาทะเลสดๆ มาเป็นธุรกิจออนไลน์ ที่คึกคักได้ และสร้างรายได้ให้เธอเดือนละสี่ถึงห้าหมื่นบาทจากการขายและส่งปลาทะเลสดๆ ในเขตกรุงเทพฯ ความอุดมสมบูรณ์ที่เราเคยมีอยู่บนผืนดินนั้นก็มีในโลกออนไลน์ รอให้ทุกคนเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

ยิ่งเมื่อเรากำลังก้าวสู่การเป็นหนึ่งในสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในปี 2558 ผู้ประกอบการทุกรายสามารถเริ่มเตรียมความพร้อมวันนี้ ด้วยการถามตัวเองว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่กำลังใช้ชีวิตออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศอย่างไร อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมและสามารถแข่งขันได้ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว ทำไมศิลปินไทยจะโกอินเตอร์เหมือนดารา K-Pop ไม่ได้ล่ะ

นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้เอง แต่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราตัดสินใจในวันนี้ว่า ต้องการให้มันเกิดขึ้น ในปีที่ผ่านมาอินเทอร์เน็ตได้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคใช้ในการค้นหาข้อมูลและการอ่านข่าวสารทุกวัน เป็นเครื่องมือสำหรับธุรกิจเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างรายได้ และอินเทอร์เน็ตก็ไปสู่โลกของอุปกรณ์มือถือแล้วด้วย

ผมพูดเมื่อปีที่แล้วว่าอินเทอร์เน็ตเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของประเทศไทย และวันนี้ผมยังยืนยันว่านี้เป็นเรื่องจริงสำหรับประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากให้เรา “เลิกเล่น” แล้วมา “ใช้” อินเทอร์เน็ตเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์วัฒนธรรม การศึกษา ธุรกิจ และการเมืองของเรา มาช่วยกันทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นรากฐานเพื่อให้ประเทศไทยของเรายิ่งใหญ่ และขยายศักยภาพไปสู่เวทีโลกกันเถิด อย่ารออีกเลย”.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement