advertisement

สามก๊กไอที ตอนที่ 12

โดย มาร์ค Blognone 26 ก.ค. 2555 05:30

แนวรบที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้คือ “ระบบปฏิบัติการ” หลายคนคงนึกถึงแต่ "ไมโครซอฟท์วินโดวส์" เรื่องนี้แอปเปิลและกูเกิลเองก็ทราบดี จึงพยายามบุกมากขึ้น โดยแอปเปิลได้พัฒนา Mac OS X จนดีขึ้นมากและมีคนใช้งานมากขึ้น ส่วนกูเกิลกลับวิธีคิดไปอีกแบบ หันมาเน้นเว็บแอพ นำไปสู่การมาของ Chrome OS...

ห่างหายไปนานกับ “สามก๊กไอที” นะครับ เนื่องจากรอบเดือนที่ผ่านมา บริษัทไอทีใหญ่ๆ ต่างเปิดตัวผลิตภัณฑ์กันชุดใหญ่ เลยต้องแบ่งเวลาไปเขียนถึงข่าวเกาะกระแสกันสักหน่อย

สัปดาห์นี้ไม่มีเรื่องราวใหญ่โตมาก ดังนั้น “สามก๊กไอที” กลับมารับใช้คุณผู้อ่านกันต่อครับ

ตอนที่แล้วผมเขียนถึง “แนวรบด้านมือถือ” ที่เป็นชนวนสร้างรอยร้าวให้แก่อดีตพันธมิตรใกล้ชิดอย่างแอปเปิลและกูเกิล เหตุผลสำคัญก็เพราะสตีฟ จ็อบส์ มองว่ากูเกิล “จงใจลอก” แนวทางของ iPhone ไปใช้กับ Android ที่กลายเป็นคู่แข่ง เขาให้สัมภาษณ์ไว้ในชีวประวัติก่อนเสียชีวิตว่าจะก่อ “สงครามนิวเคลียร์” กับกูเกิลเพื่อสั่งสอนให้รู้สำนึก

อย่างไรก็ตาม ทั้งแอปเปิลและกูเกิลก็ไปได้ดีมากในตลาดสมาร์ทโฟน กลายเป็นสองมหาอำนาจใหญ่แห่งวงการมือถือในขณะนี้ และเหลือที่ว่างอันดับสามให้รายอื่นๆ ช่วงชิงกันอีกไม่เยอะแล้ว

แต่ทั้งแอปเปิลและกูเกิลคงไม่พอใจแค่สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาแน่นอนครับ วงการไอทียุคใหม่ รายใหญ่ต้องเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ระดับล่างยันบริการระดับสูง ทำทุกอย่างตั้งแต่ซ่อมเครื่องยันขายเพลง ขายหนังออนไลน์ และเราก็เห็น 3 ยักษ์ใหญ่ คือ แอปเปิล กูเกิล ไมโครซอฟท์ แผ่ขยายแนวรบของตัวเองออกมาจากจุดที่ตัวเองถนัด

แนวรบที่น่าสนใจและผมจะเขียนถึงในสัปดาห์นี้คือ “ระบบปฏิบัติการ” ส่วนแนวรบอื่นๆ จะทยอยเขียนถึงในโอกาสต่อไป

เมื่อพูดถึง “ระบบปฏิบัติการ” แล้ว ทุกคนคงนึกถึง “ไมโครซอฟท์วินโดวส์” ในฐานะเจ้าพ่อแห่งระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ มีส่วนแบ่งตลาดแทบเบ็ดเสร็จเกือบ 100% ในอดีต ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จอย่างมากกับยุทธศาสตร์ “ขายระบบปฏิบัติการพ่วงซอฟต์แวร์อย่างอื่น” เอาชนะคู่แข่งมาแล้วนับไม่ถ้วน

แรกสุดไมโครซอฟท์ใช้วิธี “ขายวินโดวส์พ่วงออฟฟิศ” ยึดตลาดพีซีสำหรับธุรกิจที่ต้องทำงานเอกสาร สร้างกำไรมหาศาล (ออฟฟิศนี่ทำกำไรให้ไมโครซอฟท์เยอะกว่าวินโดวส์ด้วยซ้ำนะครับ) จากนั้นก็บุกเข้ามายังโลกอินเทอร์เน็ต ใช้ยุทธศาสตร์การพ่วงเว็บเบราว์เซอร์ Internet Explorer ไปกับวินโดวส์ เอาชนะคู่แข่งอย่าง Netscape ในอดีตมาได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ในขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์กลับต้องเผชิญปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ สะดุ้งตื่น ลงมาสอบสวนข้อหาผูกขาด ถึงขนาดว่าคนระดับบิล เกตส์ ที่ยิ่งใหญ่มากในขณะนั้นต้องเดินทางไปขึ้นศาลด้วยตัวเอง คดีจบลงโดยไมโครซอฟท์ยอมความ ยอมเสียค่าปรับ เพื่อให้ไมโครซอฟท์ยังคงความยิ่งใหญ่ต่อมาได้ แต่ก็สามารถใช้ยุทธศาสตร์ขายพ่วงได้น้อยลง

แต่อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ต้องมีวันเสื่อม ถึงแม้วินโดวส์จะมีส่วนแบ่งตลาดมากเพียงใด ก็ต้องเผชิญกับคู่แข่งหน้าใหม่ๆ ที่ไม่ได้เข้ามาเล่นในเกมเดิมของไมโครซอฟท์ แต่สร้างกติกาขึ้นมาใหม่แทน ซึ่งในที่นี้คือแอปเปิลที่รุกเข้ามาจากตลาดมือถือ และกูเกิลที่รุกเข้ามาจากตลาดเว็บ

ทั้งมือถือและเว็บเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้คนไม่จำเป็นต้องใช้ระบบปฏิบัติการพีซี (ซึ่งวินโดวส์ครองตลาดอยู่) มากเหมือนในอดีตอีกแล้ว

อันนี้คนที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตคงเข้าใจกันดีใช่ไหมครับว่า ถ้าอยากเล่นเว็บหรืออ่านเมล์แบบง่ายๆ เราสามารถทำบนอุปกรณ์พกพาได้เลย สะดวกกว่าการเปิดคอมพิวเตอร์มาก

อย่างไรก็ตาม วินโดวส์ก็ยังไม่ได้ล่มสลายไปในชั่วข้ามคืน และยังมีที่ยืนของตัวเองขนาดใหญ่มาก เพราะพีซียังถือเป็นอุปกรณ์ที่โดดเด่นเรื่องการป้อนข้อมูลด้วยคีย์บอร์ดและเม้าส์ การสร้างเอกสาร การตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพ การเขียนแบบ งานพวกนี้พีซียังเหนือกว่าอุปกรณ์พกพามาก

เรื่องนี้แอปเปิลและกูเกิลเองก็ทราบดี จึงพยายามบุกเข้ามายังตลาดระบบปฏิบัติการสำหรับพีซีด้วย นอกเหนือจากการครองตลาดอุปกรณ์พกพาและเว็บ

แอปเปิลนั้นจริงๆ เป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลด้วยซ้ำ แต่ระบบคอมพิวเตอร์แมคอินทอชในอดีตก็พ่ายให้กับวินโดวส์จนมีส่วนแบ่งตลาดเหลือเพียงนิดเดียว แอปเปิลยุคใหม่ภายใต้การนำของสตีฟ จ็อบส์ ซุ่มทำระบบปฏิบัติการใหม่ Mac OS X ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าในอดีตมาก และฉวยจังหวะที่ไมโครซอฟท์เผลอไปกับความสำเร็จของ Windows XP ค่อยๆ แทรกตัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าในหลายๆ เรื่อง เมื่อผนวกกับคอมพิวเตอร์ตระกูลแมคอินทอชช่วงหลังที่ออกแบบได้สวยงามและมีคุณภาพสูง ทำให้คนจำนวนไม่น้อยหันมาเลือก Mac OS X แทนวินโดวส์แล้ว

ถึงแม้คนจะใช้เยอะขึ้นเยอะ แต่ Mac OS X ก็ไม่สามารถเข้ามาแทนวินโดวส์ได้อย่างสมบูรณ์ ตอนนี้วินโดวส์ยังมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 90% (แต่ก็ลดลงจากเกือบ 100% ในอดีต) ซึ่งแอปเปิลเองก็ใช้ยุทธศาสตร์ค่อยๆ ผสานการทำงานของสินค้าตัวเองเข้าด้วยกันมาสู้ เมื่อ iPhone และ iPad ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้กับแมค ย่อมกลายเป็นแรงดึงดูดให้คนที่มี iPhone/iPad อยู่แล้วหันมาใช้แมคมากขึ้นนั่นเองครับ

ผมคิดว่าตอนนี้ยุทธศาสตร์ของแอปเปิลที่มีต่อแมคอินทอช คือส่วนแบ่งตลาดคงเพิ่มขึ้นไม่เยอะกว่านี้มาก ต่างไปจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่แอปเปิลมีส่วนแบ่งตลาดเยอะกว่ากันมาก ดังนั้น “ศูนย์กลาง” ของแอปเปิลจึงถูกย้ายไปยัง iPhone/iPad เรียบร้อยแล้ว ส่วนแมคอินทอชกลายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมที่มีความสำคัญรองลงมาแทน ช่วงหลังเราจะเห็นว่าแอปเปิลเพิ่มฟีเจอร์ให้กับระบบปฏิบัติการ iOS บนอุปกรณ์พกพาก่อน แล้วจึงค่อยนำมาใส่ใน Mac OS X อีกต่อหนึ่ง

ส่วนกูเกิลกลับวิธีคิดไปอีกแบบเลย จุดกำเนิดของกูเกิลคือเว็บ ดังนั้นเป้าหมายของกูเกิลคือทำอย่างไรก็ได้ให้คนมาใช้เว็บกันมากที่สุด กูเกิลจึงผลักดันการสร้าง “เว็บแอพ” หรือแอพพลิเคชั่นที่ทำงานผ่านเว็บ ขึ้นมาแทนแอพพลิเคชั่นแบบเดิมที่ต้องติดตั้งก่อนใช้งาน ตัวอย่างที่ชัดเจนมาก คือ Google Docs ที่ออกมาชนกับ Microsoft Office ทั้งสองตัวมีแนวทางต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็เจาะตลาดคนทำงานเอกสารเหมือนกัน

นอกจาก Google Docs แล้ว กูเกิลยังสร้างเว็บแอพขึ้นมาอีกหลายตัว เช่น Gmail, Google Maps, Google Calendar และล่าสุดกับ Google Drive

เว็บแอพเหล่านี้สามารถทำงานบนอุปกรณ์อะไรก็ได้ จะเป็นวินโดวส์ แมค ลินุกซ์ หรือบนมือถือก็ได้ ทำให้คนที่อยากใช้เว็บแอพพวกนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อวินโดวส์อีกต่อไป ขอเพียงแค่มีเว็บเบราว์เซอร์ใหม่หน่อย มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึง ก็ใช้งานได้จากทุกที่

ด้วยแนวคิดนี้ กูเกิลจึงสร้างเบราว์เซอร์ Chrome ขึ้นมา เพื่อการันตีว่าอย่างน้อยเว็บแอพของกูเกิลทำงานได้ดีแน่ๆ เพราะกูเกิลคุมเองทั้งตัวแอพและตัวเล่นแอพ ผลที่ออกมาคือ Chrome ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของโลก แซง Internet Explorer ของไมโครซอฟท์ไปเรียบร้อย

ช่วงหลังกูเกิลจึงพยายามเดินหน้าไปอีกขั้น โดยการออก Chrome OS ระบบปฏิบัติการที่ไม่มีอย่างอื่นเลย นอกจากเปิดมาแล้วเจอ Chrome เท่านั้น ใช้งานได้แต่เว็บแอพเพียงอย่างเดียว ส่วนคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Chrome OS เรียกว่า Chromebook โดยมีซัมซุงกับเอเซอร์ช่วยผลิตให้

อ่านแนวคิดของ Chrome OS แล้วดูเหมือนไม่มีจุดเด่นใช่ไหมครับ เพราะวินโดวส์หรือแมคที่ติดตั้ง Chrome ก็ใช้เว็บแอพได้เท่ากับ Chrome OS ทำไมเราจึงต้องใช้ระบบปฏิบัติการที่มีความสามารถน้อยกว่าด้วย?

คำตอบของกูเกิลคือ Chrome OS มีแต่ Chrome ดังนั้นมันจะเบาเครื่องมาก ทำงานได้รวดเร็วมาก และแก้ปัญหาเดิมๆ ของพีซีอย่างเรื่องความปลอดภัย ไวรัส ข้อมูลหาย หรือต้องมานั่งอัพเดตซอฟต์แวร์บ่อยๆ เหตุเพราะข้อมูลแทบทุกอย่างอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลทั้งหมด เครื่องหายข้อมูลยังอยู่ครบ ซอฟต์แวร์ก็ไม่ต้องอัพเดตเพราะกูเกิลทำให้ทั้งหมด

จุดเด่นของ Chrome OS จึงกลับเป็นการบริหารจัดการที่ง่ายกว่า ส่งผลให้ต้นทุนของระบบไอทีลดลง นับถึงตอนนี้ Chrome OS ประสบความสำเร็จบ้างเหมือนกันในตลาดเฉพาะทางบางแห่ง เช่น ภาคธุรกิจหรือภาคการศึกษาในต่างประเทศ เพราะองค์กรพวกนี้ใช้เว็บแอพเกือบทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว  Chrome OS จึงตอบสนองความต้องการได้ตรงจุด เมื่อบวกกับค่าบริหารจัดการที่ต่ำกว่าจึงกลายเป็นข้อดีที่องค์กรพวกนี้เลือกใช้

โดยสรุปแล้ว ยุทธศาสตร์ของกูเกิลคือออก Chrome OS มาดักรอไว้สำหรับงานเฉพาะทางบางอย่างที่ทำได้บนเว็บ (ซึ่งสัดส่วนงานเหล่านี้จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ในอีกทางก็ออกเบราว์เซอร์ Chrome ที่ทำงานได้บนระบบปฏิบัติการแทบทุกตัว เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้ยังอยู่กับบริการออนไลน์ของกูเกิล (ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท) นั่นเอง

จะเห็นว่าทั้งแอปเปิลและกูเกิลต่างรุกเข้ามายังตลาดระบบปฏิบัติการพีซี โดยอิงจากจุดแข็งของตัวเองที่มีอยู่ แอปเปิลเน้นการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาที่ตัวเองเป็นเจ้าตลาด ส่วนกูเกิลก็พยายามดึงพีซีเข้ามาสู่เว็บ

สำหรับตอนหน้าจะมาดูกันถึงแนวรบด้านอื่นๆ ของทั้งสามบริษัทนี้ครับ

มาร์ค Blognone

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Wikipedia
http://en.wikipedia.org/wiki/File:Chrome_OS_21.0.1172_Aura_Dev.png

โหวตข่าวนี้