advertisement

Trendy Review: Motorola Defy Mini Android Smartphone สุดอึดราคาประหยัด

โดย คงเดช กี่สุขพันธ์ 23 ก.ค. 2555 05:30

ตลาด Android Smartphone นี่แข่งกันรุ่นแรงเช่นเคย ไม่เว้นแม้แต่ในปี 2555 นี้ แต่ละค่ายถ้าไม่เข็นจุดเด่นเรื่องของสเปก ก็เน้นกันไปที่ราคาค่าตัวของ Android Smartphone ทว่า Motorola นั้นเล็งเห็นความต้องการของผู้ใช้งานที่อยากได้ Android Smartphone ที่ราคาไม่แพงมาก แต่ทนทานแข็งแรง และนั่นคือที่มาของ Motorola รุ่น Defy ครับ และล่าสุดคือ Motorola Defy Mini...

ลองมาลูบๆ คลำๆ เจ้า Motorola Defy Mini ดูก่อน

แกะกล่องออกมาดู เจ้านี่มันเล็กจริงจังมากครับ โดยเฉพาะสำหรับผมที่หลังๆ จับแต่ Android Smartphone ขนาดหน้าจอ 4 นิ้วขึ้นไป  … หน้าสมาร์ทโฟน, Motorola, Android, แอนดรอยด์, Smartphone, Defy Mini, Defyจอของเจ้านี่คือ 3.2 นิ้วเท่านั้นเองครับ วัสดุที่ใช้ประกอบตัวเครื่อง สัมผัสดูก็รู้แล้วว่าแตกต่างจากพวก Motorola Defy ตัวอื่นๆ ที่เป็นราคาระดับกลางๆ ครับ



ด้านหน้าของตัวเครื่องเป็นหน้าจอขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 320×480 พิกเซล (180ppi) แสดงผลสีได้ 256,000 สีครับ ก็เป็นไปตามสนนราคาค่าตัวครับ แต่ที่แตกต่างไปจาก Android Smartphone ราคาระดับนี้ก็คือ การที่ใช้กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass ที่ทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วนมากกว่ากระจกธรรมดาๆ นั่นเอง  … นอกจากนี้ก็มีกล้องด้านหน้าความละเอียด 3 แสนพิกเซล และมีปุ่มตามมาตรฐาน คือ Menu, Home, Back และ Search ครับ …  ตรงด้านล่างของหน้าจอเป็นลำโพงครับ



ด้านหลังมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 3.15 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash ไว้สำหรับถ่ายภาพในที่มืดครับ ตรงด้านล่างก็มีสวิตช์ไว้ล็อกไม่ให้สามารถแกะฝาหลังออกมาได้ … ตรงนี้ทำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝาหลังหลุดออกมาได้ง่ายๆ น่ะครับ แต่จริงๆ บอกตรงๆ ว่าฝาหลังเนี่ย มันแกะยากเอามากๆ อยู่แล้วครับ โดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าต้องไปทำสวิตช์ล็อกให้วุ่นวายเลย ฮาฮา (ฝาหลังมันแกะยากจนผมคิดว่าแกะทีนี่อาจทำฝาหลังแตกได้เลยนะเนี่ย)



ด้านบนมีปุ่มเปิดปิดหน้าจอ แล้วก็ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. โดยมีฝายางปิดกันน้ำและฝุ่นเข้าไป



ด้านล่าง เยื้องไปตรงมุมขวามือด้านหลังมีร่องเล็กๆ สำหรับแกะฝาหลังออกมา … ก่อนจะแกะ อย่าลืมไปปลดสวิตช์ที่ล็อกด้านหลังไว้ด้วยนะครับ



ด้านซ้ายมีพอร์ต Micro USB และเช่นเคย มีฝายางปิดกันน้ำและฝุ่นเข้าไปครับ



ด้านขวา มีปุ่มปรับระดับเสียง แล้วก็มีปุ่มชัตเตอร์ด้วยครับ



ถ้าแกะฝาออกมา ด้านในก็จะเห็นแบตเตอรี่ขนาด 1,650mAh ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่สำหรับ Android Smartphone สเปกแบบนี้ แกะแบตเตอรี่ออกมาก็จะเห็นสล็อตสำหรับใส่ SIM Card แล้วก็ MicroSD Card ครับ



ถ้าเราดูที่ฝาหลังของตัวเครื่อง จะเห็นว่ามียางแข็งสีดำตีกรอบเหมือนจะครอบตรงส่วนที่เป็นแบตเตอรี่ของตัวเครื่องเลย …​ นั่นคือปราการด่านสุดท้าย เพื่อกันไม่ให้น้ำที่ซึมเข้ามาที่ด้านหลังของตัวเครื่อง เข้าไปถึงส่วนที่บอบบางได้ครับ
โดยภาพรวมแล้ว ต้องบอกว่าสัมผัสของเจ้า Motorola Defy Mini เนี่ย มันสู้ Motorola Defy กับ Motorola Defy+ ไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าสนนราคาค่าตัวมันก็เท่านี้เองอ่ะนะ แต่ว่าแม้จะมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุน แต่ก็ถือว่า Motorola แก้โจทย์ตัวนี้ได้ดีครับ ยังสามารถออกแบบมาให้เจ้านี่ อึด ถึก ทนได้อยู่

ทีนี้มาดูที่สเปกและประสิทธิภาพครับ

ออกตัวย้ำอีกครั้งนะครับว่าเจ้า Motorola Defy Mini นี่มันเป็น Android Smartphone ระดับล่างครับ ดังนั้นจะไปคาดหวังกับสเปกอะไรของมันมากไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ Motorola กะให้จุดเด่นของมันอยู่ที่ค่าตัวกับความอึดถึกทนครับ

 

  • CPU: Single Core 800MHz
  • GPU: Adreno 200
  • Display: 3.2 นิ้ว 320×480 พิกเซล (180ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมกันสูงสุด 2 จุด
  • RAM: 512MB
  • Internal Storage: 512MB
  • External Storage: รองรับ MicroSD Card ได้สูงสุด 32GB
  • Connectivity:
  • WiFi 802.11b/g/n, Bluetooth 2.1 + A2DP
  • 2G: 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: 850/900/1900/2100MHz
  • Battery: 1,650mAh
  • Dimensions: 109 มม. x 58.5 มม. x 12.6 มม.
  • Weight: 107 กรัม


ทีนี้มาดูที่ประสิทธิภาพกันบ้างครับ … ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะดูจากสเปกก็รู้ๆ กันอยู่ครับ … ลองวัดด้วยโปรแกรม Benchmark ต่างๆ แล้วก็ได้ผลดังนี้



เห็นผลการทดสอบแล้ว ก็ชัดเจนครับ ประสิทธิภาพตามสเปกที่ได้จริงๆ … ที่ยังดีดูอยู่หน่อยก็คือการประมวลผลสามมิติที่ยังได้อานิสงส์จาก Adreno 200 ของ Qualcomm อยู่บ้าง แต่ด้วยสเปกของ CPU และหน้าจอแล้ว แถม Internal Storage ที่สุดแสนจะจำกัดนี้ ตัวเลือกของเกมที่จะมาเล่นบนนี้ไม่แนะนำให้นับเกมที่ใช้กราฟิก 3D หนักๆ แน่ๆ ครับ


ประสบการณ์ในการรับชมไฟล์มัลติมีเดีย

สเปกระดับนี้ และหน้าจอความละเอียดและขนาดระดับนี้ บอกได้เลยว่าอย่าไปคาดหวังอะไรกับประสบการณ์ในการรับชมวิดีโอให้มากนักครับ ไฟล์ความละเอียดระดับ 480p นี่ก็ถือว่าเต็มที่สุดๆ แล้ว (อานิสงส์จาก GPU Qualcomm Adreno 200 อะนะ) แต่จากที่ลองรีวิวเรื่องคุณภาพเสียง ต้องบอกว่าจุดเด่นจริงๆ ของมันคือลำโพงที่มากับตัวเครื่องมากกว่าครับ โดยลำโพงของเครื่องนี้ให้เสียงที่น่าประทับใจ แสดงแต่ละย่านได้ค่อนข้างมีสเน่ห์ มีย่านต่ำที่ฟังมีน้ำหนัก ย่านกลางกับสูงที่ฟังดูใสๆ มีหางเสียงพร้ิงๆ มวลเสียงฟังไม่กระจัดกระจาย แต่อาจจะฟังดูให้เสียงที่ออกจะกระจุกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องอื่นๆ แต่คงเพราะการออกแบบให้เสียงฟังดูกระจุกหน่อยๆนี่ล่ะครับที่ทำให้มวลเสียงออกมาดีแบบนี้ ส่วนตัวชอบแบบนี้เพราะว่าดีกว่าเสียงออกมากระจายๆ กลวงๆ
ลองฟังผ่านหูฟัง เป็นที่น่าเสียดาย ในขณะที่เกิดความประทับใจกับลำโพงไป การฟังผ่านหูฟังนั้นให้ผลตรงกันข้าม มิติของเสียงค่อนข้างตื้น และแคบ อีกทั้งสัญญาณก็เบากว่ามือถือรุ่นอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ย่านเสียงออกไปทางทุ้ม เวลาเร่งระดับเสียงจนสุด เสียงจะพร่าเบลอเล็กน้อย

แสดงให้เห็นว่า ลำโพงของตัว Motorola Defy Mini นี่คุณภาพค่อนข้างจะดีทีเดียว (อย่างไรก็ดี อาจเป็นความชอบส่วนบุคคลได้นะครับ ออกตัวไว้ก่อน)​แต่ว่าวงจร DAC ของเจ้า Motorola Defy Mini นี่ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่

การถ่ายรูปและวิดีโอ

มาดูที่การถ่ายรูปและวิดีโอกันบ้าง … Motorola Defy Mini นั้นเลือกใช้ Camera App ทั้งดุ้นมาจาก Android ดั้งเดิมเลยครับ ดังนั้น ไม่อยากให้คาดหวังอะไรมากกับลูกเล่นของกล้องมากนัก … คุณภาพของกล้องยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ ดูเหมือน Motorola จะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายเลย สีสันที่ได้ ดูจืดชืดมากครับ ทำให้ผมนึกถึงกล้องของ Samsung Nexus S เลยทีเดียว

ดูคุณภาพของรูปถ่ายได้ที่นี่เลย



ส่วนคุณภาพของกล้องวิดีโอนั้น พอได้เอามาใช้จริงๆ ก็ต้องบอกว่าด้อยกว่าราคาค่าตัวเล็กน้อยครับ (ในความเห็นของผม) ตรงนี้น่าเสียดายแทน Motorola จริงๆ ความจริงน่าจะเลือกใช้ Image Sensor ที่ดีกว่านี้ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ปรับแต่ง Camera App ซะหน่อยครับ การเลือกใช้ตัวที่มากับ Android แบบดั้งเดิมนั้น แม้ว่าจะช่วยประหยัดงบก็จริง แต่ประสบการณ์ในการใช้งานของผู้ใช้งานจะดูแย่ไปครับ

ดูวิดีโอตัวอย่างด้านล่างนี่เลย




เรื่องของความอึดถึกทน

แต่จุดเด่น และจุดที่ควรจะเป็นประเด็นหลักของท่านผู้อ่านในการเลือกซื้อ Motorola Defy Mini ก็คือ ความที่มันอึดถึกทนนี่แหละครับ … มันเป็น Android Smartphone ราคาระดับต่ำที่เลือกใช้กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากๆ … เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะทดสอบแบบหฤโหดกันหน่อยปะไรล่ะ จริงไหม

ไม่ขออธิบายอะไรเพิ่ม ดูวิดีโอกันเลยดีกว่าครับ

การทดสอบการทนแรกกระแทกจากการตก




การทดสอบการทนทานต่อรอยขีดข่วน




การทดสอบการกันน้ำ



คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://gplus.am/kafaak
Blog: http://www.kafaak.com

 

โหวตข่าวนี้