advertisement

สวทช.เผยโฉมเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ ผ่าตัดฟันเครื่องแรก

โดย ทีมข่าวไอทีออนไลน์ 21 ก.ค. 2555 15:30

สวทช.อวดโฉมเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติ ฝีมือคนไทย หวังให้บริการผู้ป่วยศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรมไทยในราคาย่อมเยา...

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เครื่อง Dental CT หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมทางช่องปากและงานทันตกรรมเครื่องแรกที่ผลิตโดยฝีมือนักวิจัยไทย จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาโดย สวทช. เนคเทค และเอ็มเทค กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำร่องใช้งานกับศูนย์ทันตกรรมเอสดีซีนี้ให้ข้อมูลแบบสามมิติ ซึ่งต่างจากเครื่องถ่ายภาพรังสี (X-ray) แบบสองมิติโดยทั่วไป ทำให้การวินิจฉัยโรคบริเวณช่องปาก ขากรรไกร และกระดูกใบหน้ามีความแม่นยำมากขึ้น สามารถใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนและผ่าตัดบริเวณช่องปาก สำหรับงานทันตกรรมรากฟันเทียม การผ่าฟันคุด การรักษาคลองรากฟัน ขากรรไกร และใบหน้า นอกจากนี้ เครื่องดังกล่าวช่วยให้การวางแผนทางทันตกรรมจัดฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่นระยะเวลาในการวินิจฉัย เพื่อวางแผนแก้ไขความผิดปกตินั้นๆ เดิมเครื่อง CT สำหรับทางการแพทย์สามารถนำมาใช้กับงานทันตกรรมได้ แต่ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจะสูงกว่ามาก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ และความละเอียดของภาพที่ต่ำกว่าเครื่อง Dental CT ที่พัฒนา

รมว.วิทย์ กล่าวต่อว่า ผลงานวิจัยและพัฒนาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรมนี้ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม เครื่องมือและบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายให้คนไทยได้รับความสะดวกและปลอดภัยในงานศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรม ตลอดจนมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพทางช่องปาก โดยเทคโนโลยีระดับสูงได้ รวมไปถึงตอบรับกับนโยบายศูนย์สุขภาพแห่งเอเชีย (Health Hub of Asia) และช่วยลดการนำเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูงมาก

นายไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช. หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า สวทช.สร้างเครือข่ายความร่วมมือวิจัยพัฒนากับหลายๆ ภาคส่วน อาทิ ส่วนราชการ เอกชน และสถาบันการศึกษา โดยเนคเทคและศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ภายใต้สำนักงาน สวทช. ได้ร่วมกันพัฒนาต้นแบบเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ สำหรับงานทันตกรรม ที่มีชื่อเรียกในการเผยแพร่ว่า DentiiScan ตั้งแต่ปี 2550 เป็นผลสำเร็จเครื่องแรกในประเทศไทย โดยเนคเทคเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ส่วนเอ็มเทคเป็นผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ เครื่องดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเรื่องปริมาณรังสีจากกองรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และความปลอดภัยทางระบบไฟฟ้าจากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เครื่อง DentiiScan 1.1 เป็นรุ่นที่ใช้รังสีเอ็กซ์ ที่มีลำแสงแบบทรงกรวยและฉากรับภาพรังสี (Flat panel X-ray detector) ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกัน อุปกรณ์ทั้งสองจะหมุนไปพร้อมๆ กันรอบผู้ป่วย 1 รอบ เป็นเวลา 18 วินาที เพื่อเก็บข้อมูลดิบในแต่ละมุมมอง จากนั้นนำข้อมูลดิบที่ได้มาผ่านอัลกอรึทึมในการสร้างภาพตัดขวาง (Image Reconstruction) เพื่อสร้างภาพตัดขวางที่เป็นข้อมูลสามมิติบริเวณช่องปาก ขากรรไกร และใบหน้าของผู้ป่วย ภาพตัดขวางที่ได้จะถูกแสดงผลในมุมมองสองมิติและสามมิติ โดยผ่านซอฟต์แวร์แสดงภาพ (Viewer) เครื่อง DentiiScan 1.1 ได้ถูกติดตั้งเพื่อทดสอบทางคลินิก ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ทันตกรรมเอสดีซี เมื่อกลางปี 2554

ปัจจุบันเครื่อง DentiiScan1.1 ได้นำไปใช้ในการถ่ายภาพอวัยวะภายในบริเวณช่องปาก และใบหน้าของผู้ป่วยอาสาสมัคร เพื่อใช้ในวางแผนการผ่าตัดและการวินิจฉัยโรคต่างๆ เช่น งานทันตกรรมรากฟันเทียม การผ่าตัดเพื่อทำหูเทียม การผ่าตัดเพื่อรักษามะเร็งกรามช้าง เป็นต้น ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 140 ราย DentiiScan 1.1 จะช่วยส่งเสริมให้งานทางด้านทันตกรรมของประเทศไทย ให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น รองรับนโยบาย Medical hub of Asia และ Medical tourism นอกจากนี้ สังคมไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้ สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ภายใน 15 ปี จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องการรับการบริการทางด้านทันตกรรมก็จะมีมากขึ้น เพื่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุเหล่านั้นสะดวกสบาย โดยเครื่อง DentiiScan1.1 จะช่วยให้ผู้สูงได้รับการบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

สำหรับเครื่องดังกล่าวให้บริการอยู่ที่คลีนิกนำร่องจำนวน 2 แห่ง ที่ภาคเหนือ ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ทันตกรรมเอสดีซี ย่านประชาชื่น พร้อมเตรียมขยายผลต่อยอดกับกระทรวงสาธารณสุขต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้