ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ปัจจุบันบทบาทภารกิจ ไม่ได้มีแต่เฉพาะการเตือนภัยสึนามิเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยพิบัติรอบด้านที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะ เป็นแผ่นดินไหว สึนามิ ดินถล่ม น้ำท่วม คลื่นลมแรง ไฟป่า หมอกควัน เป็นต้น
จากที่วานนี้ได้นำเสนอการฝึกซ้อมเตือนภัยสึนามิของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติไปแล้วนั้น นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวในฐานะประธานคณะอนุกรรมการระบบเตือนภัย ภายใต้คณะกรรมการบริหารระบบเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (กภช.)ว่า การฝึกซ้อมได้สมมติให้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ขึ้นในเวลาประมาณ 10.20 น. จากนั้นจึงเป็นการจำลองสถานการณ์ทั้งด้านการประสานงาน การปฏิบัติการสื่อสาร รับแจ้งเหตุ การแจ้งข่าว การรายงาน และการแจ้งเตือนภัย โดยการจำลองการปฏิบัติการจะเริ่มจากเวลา 10.35 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้รับข้อมูลแจ้งข่าวการเกิดแผ่นดินไหว และส่ง SMS ครั้งที่ 1 แจ้งข่าวแก่ผู้บังคับบัญชา ผู้บริหารศูนย์เตือนภัยฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 6 จังหวัด รวมทั้งโทรศัพท์แจ้งข่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ปลัดกระทรวง ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยฯ จากนั้นประสานกองทัพเรือตรวจสอบระดับน้ำทะเล ประสานสถานีโทรทัศน์เพื่อเตรียมพร้อมออกอากาศ ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และให้เจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์ระบบหอเตือนภัยพร้อมส่งสัญญาณ
ปลัดกระทรวงไอซีที อธิบายต่อว่า ต่อมาเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปสถานการณ์ ทำแบบจำลองการเกิดสึนามิเพื่อหาเวลาที่คลื่นจะกระทบฝั่ง แล้วทำการส่ง SMS ครั้งที่ 2 ถึงผู้บังคับบัญชา ผู้รับผิดชอบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและพื้นที่เสี่ยงภัย จากนั้นจึงเป็นการจัดเตรียมอักษรวิ่งสำหรับสถานีโทรทัศน์ จัดเตรียมข้อมูลเพื่อจัดทำประกาศเตือนภัย จัดทำหนังสือขออนุมัติเปิดสัญญาณหอเตือนภัย และประสานกรมอุทกศาสตร์ ตรวจสอบระดับน้ำ ในเวลา 10.43 น.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที หรือปลัดกระทรวง หรือผู้ได้รับมอบหมายประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 1 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ 
และเวลา 10.45 น. ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะทำการส่งสัญญาณเปิดเสียงเตือนภัย พร้อมกันทั้ง 79 หอในพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันครั้งที่ 1 จากนั้นประชาชนในพื้นที่เริ่มปฏิบัติตามแผนอพยพหลบภัยฯ โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ จะเปิดเสียงเตือนภัยทั้งหมด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 10 นาที เพื่อให้ประชาชน ชาวประมง และนักท่องเที่ยวได้อพยพหลบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย ในเวลา 11.02 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที หรือปลัดกระทรวง หรือผู้ได้รับมอบหมายทำการประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 2 เพื่อให้ข้อมูลการเกิดสึนามิเพิ่มเติม
จากนั้นสมมติสถานการณ์ให้เหตุการณ์ผ่านไป 2 ชั่วโมง ซึ่งศูนย์เตือนภัยฯ ตรวจสอบพบว่าคลื่นสึนามิลูกสุดท้ายได้เคลื่อนเข้ากระทบฝั่งที่จังหวัดสตูล และเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปลอดภัย จึงประกาศยกเลิกสถานการณ์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที หรือปลัดกระทรวง หรือผู้ได้รับมอบหมาย ออกประกาศแจ้งยกเลิกสถานการณ์การเกิดคลื่นสึนามิ พร้อมประกาศยุติการฝึกซ้อมผ่านเครือข่ายสถานีโทรทัศน์รวมทั้งวิทยุ และเวลา 11.24 น.หอเตือนภัยทำการเปิดสัญญาณยกเลิกการเตือนภัย สึนามิ
“การฝึกซ้อมระบบเตือนภัยและอพยพหลบภัยสึนามิในพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันประจำปี 2552 ครั้งนี้ กระทรวงฯ จะสามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมทั้งหน่วยปฏิบัติและหน่วยสนับสนุนให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน และนักท่องเที่ยวให้สามารถอพยพหลบภัยไปสู่พื้นที่ปลอดภัยได้ทันเวลา พร้อมกันนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการเตือนภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีความรู้ ความชำนาญในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เกิดความมั่นใจในระบบการเตือนภัยของประเทศ และมีความปลอดภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ” นายสือ กล่าว
ด้านนายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการฝึกซ้อมเตือนภัยสึนามิว่า เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวเนื่องจากการตั้งศูนย์เตือนภัยทำให้้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจในการรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆว่ามีความพร้อมและกล้าเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศมากขึ้น
“การเตือนภัยไม่ควรทำแบบวัวหายแล้วล้อมคอก ควรจะระมันระวังและเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคนไทยเป็นคนที่เพิกเฉยในสิ่งต่างๆที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จึงเชื่อว่าการฝึกซ้อมเตือนภัยทุกปีจะเป็นประโยชน์ที่สุด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการรับมือ เป็นการเช็คความพร้อมของอุปกรณ์และยังเป็นการช่วยเตือนประชาชนไม่ให้ละเลยกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้” อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ กล่าว
แม้ว่าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะมีที่มาจากเหตุการณ์สึนามิ แต่ปัจจุบันบทบาทภารกิจของศูนย์ฯ ไม่ได้มีแต่เฉพาะการเตือนภัยสึนามิเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยพิบัติรอบด้านที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว สึนามิ ดินถล่ม น้ำท่วม คลื่นลมแรง ไฟป่า หมอกควัน เป็นต้น ซึ่งศูนย์เตือนภัยฯ จะมีหน้าที่บริหารจัดการภัยพิบัติทั้งระบบ ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเป็นศูนย์กลางแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชน ประสานงานการป้องกันภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยและลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด 
ภารกิจของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติในปัจจุบัน จึงเป็นการเฝ้าระวังภัยหรือเหตุการณ์ร้ายที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งในด้านเครื่องมืออุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งต้องมีความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบข้อมูล และกระจายข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่ใด หรือส่งผลกระทบในระดับใด การส่งข่าวสารจะต้องดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัด ด้วยระบบการเตือนภัยด้วยอุปกรณ์ปลางทางที่มีประสิทธภาพ
...