advertisement

Trendy Review: Nokia 808 PureView

โดย คงเดช กี่สุขพันธ์ 14 ก.ค. 2555 05:30

Nokia 808 PureView โทรศัพท์มือถือที่สมควรถูกเรียกว่ากล้องดิจิตอล เพราะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ภาพขนาด 41 ล้านพิกเซล บางทีเจ้านี่ควรถูกเรียกว่ากล้องดิจิตอลที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle แล้วมีฟังก์ชั่นในการโทรศัพท์มากกว่า...

ถ้าการแข่งขันกันเรื่องกล้องดิจิตอลระหว่างผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออยู่ที่จำนวนพิกเซลของเซ็นเซอร์ภาพ (Image Sensor) ละก็ ผมว่า Nokia 808 PureView นี่คงชนะขาดแบบทิ้งคู่แข่งจนมองไม่เห็นฝุ่นเลยละครับ เพราะในขณะที่หลายๆ แบรนด์ยังสูงสุดอยู่ที่ 8 หรือ 12 ล้านพิกเซลอยู่นั้น Nokia 808 PureView มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ภาพขนาด 41 ล้านพิกเซล (สามารถถ่ายรูปได้ที่ขนาด 34 หรือ 38 ล้านพิกเซล ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของภาพ) เลยทีเดียว

โดยส่วนตัวผมว่า นี่คงเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่ผมได้มารีวิวแล้วคงเน้นไปรีวิวที่กล้องดิจิตอลเป็นหลัก เพราะเจ้านี่มีจุดเด่นที่สำคัญมากที่สุดคือ กล้องดิจิตอลที่ใช้เซ็นเซอร์ภาพขนาดใหญ่โตมโหราฬถึง 1/1.2 นิ้ว ให้ความละเอียดสูงมากถึง 41 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว ณ ตอนนี้ เจ้านี่ก็เลยกลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องดิจิตอลความละเอียดสูงที่สุดในโลกเลยนะ ... ถ้าให้ผมออกความเห็นละก็ เจ้านี่ควรถูกเรียกว่ากล้องดิจิตอลที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle แล้วมีฟังก์ชั่นในการโทรศัพท์มากกว่า

เอา Nokia 808 PureView มามองๆ ดู

ทาง Nokia เขาให้เครื่องมารีวิวแบบทั้งกล่องเลยครับ ดังนั้นแรกสัมผัสของผม เลยเป็นแรกสัมผัสจริงจังมากครับ แวบแรกบอกได้เลยว่า หน้าตาของมันนี่เหมือนกับกล้องดิจิตอลมากทีเดียวครับ แต่น้ำหนักของมันนี่ถือว่าหนักเอาการทีเดียว คือ 169 กรัม

ด้านหน้าเป็นหน้าจอขนาด 4 นิ้ว เป็น AMOLED ที่ Nokia เรียกว่า ClearBlack ครับ (เรียกแบบนี้ คงเพราะความที่จอ AMOLED สามารถแสดงผลสีดำได้ดำจริงจัง) มีความละเอียดหน้าจอ 360x640 พิกเซล (184ppi) เป็นแบบ Multitouch และใช้หน้าจอเป็นกระจก Corning Gorilla Glass ครับ

ปุ่มกดมีให้อยู่ 3 ปุ่มหลักๆ คือ ปุ่มโทร, ปุ่ม Back และ ปุ่มวางสายโทรศัพท์ครับ

ด้านหลังของตัวเครื่อง ก็เป็นแบบเรียบง่าย แต่ว่าจุดเด่นของมันคือส่วนที่เป็นเลนส์กล้องที่ค่อนข้างใหญ่โตอลังการมากทีเดียว ดูๆ แล้วเหมือนกับกล้องดิจิตอลจริงๆ ไม่ผิดครับ มีเลนส์ขนาดใหญ่มาก มีเซ็นเซอร์ภาพใหญ่สุดๆ 1/1.2 นิ้ว เมื่อเทียบกับกับเซ็นเซอร์ภาพของกล้องดิจิตอลบนมือถืออื่นๆ ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 41 ล้านพิกเซล พร้อม Xenon Flash (ชาวบ้านเขาใช้ LED Flash แต่ Nokia 808 PureView จัด Xenon Flash เลยทีเดียว)

ด้านบนก็ง่ายๆ ครับ มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. พร้อมพอร์ต Micro USB เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ก็มีพอร์ต Micro HDMI เอาไว้เชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก แล้วก็มีรูไมโครโฟนไว้สำหรับอัดเสียงเวลาบันทึกวิดีโอด้วย

ด้านล่างเรียบง่ายไม่แพ้ด้านบนครับ มีร่องเล็กๆ ไว้แกะฝาหลัง แล้วก็มีรูไมโครโฟนที่เอาไว้อัดเสียงตอนบันทึกวิดีโอ หรือไว้พูดคุยโทรศัพท์

ด้านขวาก็มีปุ่มปรับระดับเสียง ตามมาด้วยปุ่มสไลด์สำหรับล็อกและปลดล็อกหน้าจอ และปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพด้วย

แกะฝาหลังออกมา แล้วด้านในก็จะเห็นแบตเตอรี่ความจุ 1,400mAh (รหัส BV-4D) ถ้าแกะแบตเตอรี่ออกมาก็จะเห็นช่องใส่ Micro SD Card สำหรับเพิ่มความจุให้กับตัวเครื่อง และ Micro SIM (ใช่ครับ ใช้ Micro SIM เหมือนกับ iPhone 4S/iPad หรือ Nokia Lumia ทั้งหลายนั่นแหละ) ครับ … ถ้าสังเกตดีๆ ฝาหลังมันจะมี NFC ด้วยนะครับ

มาดูสเปกของ Nokia 808 PureView

มาดูสเปกของ Nokia 808 PureView แบบเต็มๆ ซะหน่อยดีกว่านะครับ

 

  • CPU: ใช้สถาปัตยกรรม ARM 11 ความเร็ว 1.3GHz เป็นแบบ Single-core
  • GPU: Broadcom BCM2763
  • RAM: 512MB
  • Internal Storage: 16GB
  • External Storage: เพิ่มได้สูงสุด 32GB
  • Operating System: Symbian Belle
  • Display: AMOLED 4″ ความละเอียด 360×640 พิกเซล (184ppi)
  • Connectivity:
  • 2G: 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: 850/900/1700/1900/2100MHz
  • WiFi: 802.11b/g/n
  • Bluetooth: 3.0 รองรับ A2DP
  • อื่นๆ: NFC, dlna
  • Camera: เซ็นเซอร์ 41 ล้านพิกเซล (เก็บภาพได้จริงสูงสุด 38 ล้านพิกเซล) ถ่ายวิดีโอ 1080p ได้
  • Dimensions: 123.9 มม. x 60.2 มม. x 13.9 มม.
  • Weight: 169 กรัม
  • Battery: 1,400mAh


ดูๆ ไปแล้ว สเปกของมันไม่ได้แรงเลิศอะไรมากนะครับ จากความเร็ว CPU และจำนวนของ RAM เนี่ยก็ประมาณ Android Smartphone ระดับเกือบๆ Middle-range เท่านั้นเอง

ประสบการณ์ใช้งาน Symbian Belle

เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นกับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Symbian ครับ ... โดยส่วนตัวแล้วต้องบอกว่า Symbian Belle เนี่ย มี User Interface ที่คล้ายๆ กับพวกระบบปฏิบัติการ Android มาก มีการแบ่งเป็น Home Screen หลายๆ หน้า แล้วก็มีหน้าจอ App Menu ด้วย แถมสามารถเพิ่ม Widget ได้อีก

นอกจากนี้ก็มี Nokia Store ที่สามารถเข้าไปซื้อหาและดาวน์โหลด App มาเพิ่มขีดความสามารถให้กับตัวเครื่องได้ ซึ่งตรงนี้ Nokia ได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่าง iOS หรือ Android ตรงที่ ผู้ใช้งานสามารถซื้อหา App ไปใช้ได้ โดยการชำระผ่านทางบิลค่าโทรศัพท์ได้ด้วย ทำให้สะดวกมากๆ ครับ

เว็บเบราว์เซอร์ที่มากับ Symbian Belle นี่ก็สามารถเปิดหน้าเว็บแบบเต็มรูปแบบได้ไม่แพ้ Smartphone คู่แข่งแต่อย่างใด การแสดงผลภาษาไทยก็ทำได้ครบถ้วนดี ไม่ผิดเพี้ยน ที่เหนือกว่าคู่แข่งก็คือ มาพร้อมกับ Nokia Drive ที่เป็น Turn-by-Turn Navigation ที่ดีมากๆ ตัวหนึ่งเลยครับ และด้วยความที่ Nokia ร่วมมือกับ Microsoft ด้วยอยู่แล้ว ก็เลยมี Office Mobile ด้วยครับ สามารถเปิดไฟล์เอกสาร Microsoft Office อย่าง Word/Excel/PowerPoint ได้สบายๆ ครับ

เอามาใช้งานมัลติมีเดีย และการเล่นเกมดู

แม้ว่าจะเป็น CPU Single-core 1.3GHz แต่เจ้า Nokia 808 PureView นี่สามารถเล่นคลิปวิดีโอแบบ 1080p ได้สบายๆ เลยทีเดียวครับ หน้าจอแบบ AMOLED นี่ก็แสดงผลได้ดีมากทีเดียว สีดำก็ออกมาดำสนิทสมชื่อ ClearBlack จริงๆ เพียงแต่เท่าที่สังเกตดู คุณภาพของภาพที่แสดงบนหน้าจอนั้น แม้จะเป็นคลิปแบบ 1080p แล้ว แต่ภาพก็ไม่ได้คมกริบแบบสุดๆ

ทีนี้มาดูคุณภาพเสียงกันบ้าง เริ่มจากเสียงจากลำโพงก่อนครับ ลำโพงที่มากับตัวเครื่อง ให้เสียงที่แข็งและแหลม ค่อนข้างแทงหู มีลักษณะฟุ้งขาดความ focus แต่มีความชัดเจน มีน้ำหนักที่ดีเลยทีเดียว แสดงย่านกลาง ย่านต่ำได้ดี น่าเสียดายที่เสียงแหลมและกระจายไปหน่อย

ทีนี้มาลองดูวงจร DAC (Digital to Analog Converter) กันบ้าง … พบว่าพอใช้เป็นหูฟังแล้ว เสียงที่ได้อยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียว มีมวลที่หนา ย่านต่างๆ ชัดเจนบาลานซ์ดี ให้มิติที่ดีทั้งสเตริโอและความลึก ลองเร่งระดับเสียงขึ้น ระบบการขยายเสียงก็ทำได้ดี คาแรกเตอร์ของเสียงมีความคงเส้นคงวา ไม่กลวง ไม่เบลอ ไม่แตก สิ่งที่พึงระวังคือระบบ Dolby ควรใช้กับ sources ที่ให้เสียงแบบ Dolby ด้วย เพราะถ้าเปิดใช้ระบบนี้กับไฟล์ทั่วไป เสียงที่ได้ยินจะมีมิติและการแสดงผลของย่านที่เพี้ยนไปเยอะ

ก็ประมาณนี้แล … สรุปว่า ถ้าจะใช้ Nokia 808 PureView ดูหนังฟังเพลง แนะนำให้ใส่หูฟังครับผม

ลองเอามาเล่นเกมดู ก็ต้องบอกว่า ทั้ง CPU และ GPU ของ Nokia 808 PureView มีประสิทธิภาพดีพอสมควรละครับ สามารถเล่นเกม Asphalt 6: Adrenaline ได้แบบเพลินๆ เลย มีกระตุกบ้าง กราฟิกเรนเดอร์ไม่ทันบ้าง แต่โดยภาพรวม ก็เล่นได้ไม่ติดขัดครับ ลองดูวิดีโอรีวิวกันครับ



การถ่ายรูปและวิดีโอบน Nokia 808 PureView

กล้องดิจิตอลของ Nokia 808 PureView นี่ถือได้ว่าเป็นตัวที่มีความซับซ้อนมากที่สุดตัวนึงเลยครับ ... และขอบอกจากประสบการณ์ตัวเองก่อนเลยว่า ถ้าจะเอา Nokia 808 PureView มาใช้ถ่ายรูปในโหมดออโต้ทุกอย่างเลยเนี่ย มันไม่รุ่งอ่ะครับ ภาพที่ได้มันจะไม่สวยเลิศอย่างที่เราคาดหวังเอาไว้แน่นอน

แต่หากว่าเลือกใช้ Scene Mode หรือ Creative Mode แล้วปรับแต่งให้เหมาะสมละก็ มันจะทำให้เราสามารถถ่ายภาพได้สวยทีเดียว เพราะเจ้านี่ปรับแต่งได้หลากหลายมากมายครับ ...​ ใน Scene Mode นั้นก็แค่เลือก Scene ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่จะถ่าย แต่หากเลือก Creative Mode ละก็ จะปรับแต่งได้หลากหลายมากมายกว่านั้นครับ เช่น

 

  • เลือกเป็น PureView เพื่อให้ได้ภาพแบบ 2, 5 หรือ 8 ล้านพิกเซลที่สวยงามด้วยเทคนิค Oversampling หรือ เลือกเป็น Full resolution ที่ถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงสุด คือ 34 ล้านพิกเซล (อัตราส่วนภาพ 16:9) หรือ 38 ล้านพิกเซล (อัตราส่วนภาพ 4:3)
  • ปรับ ISO ของภาพ, ปรับ EV, ปรับ White Balance ฯลฯ ได้


ดูคุณภาพของรูปได้จากตัวอย่างด้านล่างเลยครับ ... ขอขอบคุณเจ้าของรูปทั้งหลาย ที่ถ่ายกันในงาน Workshop ถ่ายภาพของ Nokia 808 PureView ที่ให้ผมหยิบยืมรูปภาพมาใช้รีวิวครับ

ด้านการถ่ายวิดีโอนั้น ก็สามารถถ่ายแบบ 1080p, 720p หรือ 360p ได้สบายๆ ครับ ... คุณภาพที่ได้ ก็ดูจากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้ได้ครับ



จุดเด่นของกล้องดิจิตอลของ Nokia 808 PureView นี่ก็คือ การที่เซ็นเซอร์มันมีขนาดใหญ่มากๆ นี่แหละครับ ทำให้เวลาที่ถ่ายภาพด้วยความละเอียด 2 – 8 ล้านพิกเซล หรือถ่ายวิดีโอ (ซึ่งความละเอียดสูงสุดแค่ 1080p หรือประมาณ 2 ล้านพิกเซลเท่านั้น) เลยทำให้มันสามารถทำ Digital Zoom ได้โดยที่คุณภาพของภาพไม่ลดลงเลย ที่ Nokia เรียกว่า Lossless Zoom นั่นเอง โดยหากเป็นการถ่ายภาพนิ่งก็จะสามารถซูมได้สูงสุด 3 เท่า ในขณะที่หากเป็นวิดีโอนั้น ถ้าเป็น 1080p จะซูมได้ 4 เท่า, 720p ได้ 6 เท่า และ 360p ได้ 12 เท่าเลยทีเดียว!!

บทสรุปของ Nokia 808 PureView

ขอฟันธงเลยว่า ถ้าคุณคิดจะซื้อ Nokia 808 PureView ละก็ ขอให้ปัจจัยเรื่องคุณภาพของการถ่ายภาพเป็นปัจจัยหลักครับ ของเขาดีจริงๆ เพราะไม่เพียงแค่ถ่ายภาพได้สวย (แต่ต้องรู้จักปรับแต่งกล้อง) เท่านั้น แต่ยังสามารถซูมภาพได้อีกด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่กล้องดิจิตอลบน Smartphone ของคู่แข่งยังไม่สามารถทำได้ โดยต้องมองว่าการได้มาซึ่งความสามารถในการเป็น Smartphone นั้น เป็นของแถมที่มากับการได้กล้องดิจิตอลคุณภาพดีมาน่ะครับ


คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://gplus.am/kafaak
Blog: http://www.kafaak.com

โหวตข่าวนี้