advertisement

ผู้ชายเหงาๆ ไปฮัมบวร์กรับเครื่องบินลำใหม่ของ ​'ไทยสมายล์' กลับบ้าน

โดย จุลดิส รัตนคำแปง 2 ก.ค. 2555 07:00

บินไกลไปถึงเมืองฮัมบวร์ก บุกไปยังบริษัทแอร์บัส รับเครื่องบิน A-320-200 ลำใหม่ป้ายแดงของสายการบินน้องใหม่ล่าสุด "ไทยสมายล์" ใต้ร่มไม้ของการบินไทย สายการบินแห่งชาติของไทย กับการเดินทางที่ยาวนานเพื่อพาน้องใหม่กลับบ้าน...


เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2555 การบินไทยสมายล์ ได้รับมอบเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ-320-200 ลำแรกจากโรงงานแอร์บัส ที่เมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนีแบบเป็นทางการ ที่หลังจากการประกอบเครื่อง และทดสอบการบินเสร็จสิ้นจากโรงงานแอร์บัส ในเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส โดยแอร์บัส เอ 320-200 ลำนี้เป็นเครื่องบินลำแรก จากทั้งหมด 11 ลำ ตามแผนของการบินไทยสมายล์ ส่วนลำที่ 2-3 จะได้รับในเดือน ส.ค.2555 ลำที่ 4 ในเดือน ก.ย.2555 และลำที่ 5 ในเดือน ม.ค.2556 และจะรับครบ 11 ลำ ในปี 2558 โดยในพิธีการรับมอบเครื่องบินครั้งนี้ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้ร่วมเดินทางไปกับการบินไทยในการรับมอบ และนำเครื่องบินกลับมาเมืองไทยด้วย

 


เครื่องบินแอร์บัส เอ-320-200 เป็นเครื่องบินโดยสารพิสัยใกล้-ปานกลาง ขนาดไม่เกิน 200 ที่นั่ง โดยเครื่องของไทยสมายล์มีทั้งหมด 174 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นสมายล์พลัส 30 ที่นั่ง และชั้นสมายล์ จำนวน 144 ที่นั่ง เครื่องบินรุ่นนี้เป็นเครื่องบินโดยสารรุ่นยอดนิยม ผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้ระบบควบคุมการบินแบบฟลาย-บาย-ไวร์ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าในการควบคุมการบิน เครื่องยนต์ที่มีความประหยัดเชื้อเพลิง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แบบ IAE V2500 Series การบินไทยสมายล์จัดหา 6 ลำแรก โดยการเช่าใช้งานจากบริษัท SMBC Aviation Capital เป็นครั้งแรกที่การบินไทยเลือกใช้เครื่องบินพิสัยสั้น-กลางแบบ เอ-320-200 โดยการบินไทยได้ส่งกัปตันและทีมช่างเดินทางล่วงหน้ามาฝึกบินและตรวจรับเครื่องบินอยู่แล้วนานหลายเดือน

ในงานพิธีรับมอบเครื่องบินของไทยสมายล์ มีผู้บริหารของการบินไทย ได้แก่ นายธีรพล โชติอชนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานผลิตภัณฑ์และบริการลูกค้า บ.การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจไทยสมายล์ บ.การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายธอมัส ไฟร์เบอร์เกอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายขายภูมิภาคเอเชีย บ.แอร์บัส ผู้แทนจาก SMBC Aviation Capital พร้อมกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชุดแรกของสายการบินไทยสมายล์ พร้อมกันนี้ยังมีการแสดงศิลปนาฏกรรมไทย นอกจากนี้แอร์บัสยังได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทย พร้อมทั้งผู้บริหารของการบินไทยได้เยี่ยมดูเครื่องบินแอร์บัส เอ-380-800 ของการบินไทย ที่มาตกแต่งภายในห้องโดยสาร และพ่นสีที่โรงงานที่ฮัมบวร์กด้วย โดยในเดือน ส.ค.2555 การบินไทยก็จะได้ เอ-380 ไปเป็นสมาชิกใหม่ของฝูงบินการบินไทย ที่จะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเรื่องต่อไป

 

 


หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมไทยสมายล์ไม่สั่งเครื่องบินแอร์บัส รุ่น เอ -320 NEO ที่เป็นรุ่นใหม่กว่า เอ-320-200 ทาง นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจไทยสมายล์ บ.การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก็ให้คำตอบว่า เนื่องจากตอนที่สั่งซื้อ เอ-320 ไป รุ่น NEO ยังพัฒนาไม่เสร็จสิ้น และเครื่องต้นแบบที่ใช้ปีกแบบชาร์คเล็ต ที่มีปลายปีกพับงอขึ้น เหมือนครีบปลาฉลามยังไม่ทำการบินจนถึงปี 2013 ดังนั้น 6 ลำแรก ของไทยสมายล์จึงยังไม่มี A-320 NEO แต่ 5 ลำหลังจากนั้นจะเป็นรุ่นนีโอทั้งหมด ส่วนความบันเทิงบนเครื่อง อย่างในต่างประเทศที่ทางสายการบินแจกแท็บเล็ตให้ผู้โดยสารยืมใช้ระหว่างบิน การบินไทยมองเรื่องนี้มานานแล้ว และเตรียมนำมาใช้กับเครื่องรุ่นเก่าในชั้นธุรกิจ ที่ไม่ได้มีการปรับปรุงเก้าอี้เป็นแบบมีจอภาพ

กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจไทยสมายล์ กล่าวต่อว่า ส่วนไทยสมายล์การแจกแท็บเล็ตบนเครื่อง ยังมีข้อติดขัดเรื่องการดูแลรักษา และการประกันอุปกรณ์หากผู้โดยสารทำตก แล้วส่วนมากผู้โดยสารก็มีเครื่องเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นโอกาสที่เป็นไปได้ อาจเป็นการเพิ่มพอร์ต USB และปลั๊กไฟ สำหรับชาร์จไฟให้แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กมากกว่าเพราะเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไป ไทยสมายล์ก็รับเรื่องนี้ไว้ไปพิจารณา แต่เครื่องที่มีตอนนี้คงไม่ทัน ต้องรอเครื่องใหม่ ลำใหม่ น่าจะมีได้เห็นกัน


ส่วน เอ-320 ของไทยสมายล์ หลังจากที่กำหนดการรับเครื่องต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีกมาหลายรอบ เนื่องจากปัญหาเทคนิคเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ที่ทางฝ่ายช่างของการบินไทยยังพบเห็นปัญหาบางจุด และยังไม่ให้ผ่านการตรวจรับ โดยทางแอร์บัสปรับแก้จนเป็นที่น่าพอใจ และสามารถนำเครื่องทดสอบบินต่อหน้าสื่อมวลชนไปเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2555 ก็มาถึงเที่ยวบินประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการบินไทย กับเที่ยวบินพิเศษนำเครื่องบินกลับไปยังเมืองไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างและพนักงานของการบินไทย ผู้บริหารของสายการบินไทยสมายล์ ลูกเรือ พร้อมกับสื่อมวลชน โดยใช้เส้นทาง เมืองฮัมบวร์ก บินผ่านโปแลนด์ ฮังการี อิหร่าน ก่อนจะบินตรงไปแวะพักเติมเชื้อเพลิงที่สนามบินนานาชาติดูไบ จากนั้นจึงบินตรงจากดูไบสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

เที่ยวบินนี้แม้เป็นเที่ยวบินไม่เป็นทางการของสายการบินไทยสมายล์ แต่เหล่าลูกเรือก็จัดหนักและจัดเต็มกันเต็มที่ เพื่อให้สมกับแนวคิดการให้บริการของสายการบินแบบ ไลท์ พรีเมียม ด้วยการบริการผู้โดยสารทุกคนเทียบเท่าชั้นธุรกิจ มีการเสิร์ฟเครื่องดื่ม ออเดิร์ฟที่เลือกสรรมาสำหรับไฟลท์ VIP นี้ คือ ขาหมูเยอรมัน พร้อมน้ำจิ้มแจ่วส่งตรงจากเมืองไทย นอกจากเรื่องขาหมูเยอรมัน ปกติไทยสมายล์จะบินในเส้นทางระยะใกล้ จึงไม่มีหมอน และผ้าห่ม รวมทั้งชุดคิต สำหรับผู้โดยสารเที่ยวบินระยะไกล ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากนายสถานีที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตของการบินไทย ในการประสานเครื่องนอน หมอน ผ้าห่ม เครื่องดื่มก็จัดเต็มไม่แพ้บริการระดับชั้นธุรกิจ เสิร์ฟไม่อั้นเดินเติมกันจนขาขวิด นอกจากนี้ยังมีการเสิร์ฟเมนคอร์ส 2 มื้อตามมาตรฐาน มื้อค่ำเป็นเมนูปลาอบซอสกับข้าวหรือเมนูไก่อบ และมื้อเช้า ไก่และไข่กับพาสต้า สไตล์อิตาเลียน โดยมีพนักงานต้อนรับ 2 สาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่ช่วยปลอบประโลมหัวใจผู้ชายเหงาๆ ที่ห่างบ้าน คอยดูแล พร้อมกับพี่แอร์เพอร์เซอร์ ที่มาช่วยอำนวยการดูแลการบินบนไฟลท์พิเศษจนถึงกรุงเทพฯ


เมื่อได้รับแจกกันไปแล้ว ก็ได้เวลามุมใครมุมมัน พักผ่อนกับเก้าอี้ ปรับเอียงได้เต็มที่ 30 องศา เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้นั่งในเวลายาวนาน ผู้โดยสารเลยต้องปรับตัวให้สบายเข้ากับเก้าอี้แทน ด้วยการนอนราบ 180 องศากับที่นั่ง 3 ที่ ในส่วนของความบันเทิง ก็ได้นำเอาระบบ IFSE: In Flight Self service Entertainment สุดแท้แต่ใครจะมีความบันเทิงส่วนตัวก็งัดเอามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก ไอโฟน ไอแพด แท็บเล็ต หรือจะมาจับกลุ่มนั่งเม้าท์ ที่กลางลำก็ตามอัธยาศัย ใช้เวลาในการบินจากฮัมบวร์กถึงดูไบประมาณ 6 ชั่วโมง 50 นาที ออกจากต้นทางช่วง 13.00 น.มาถึงดูไบ ก็เวลา 01.00 น.บ้านเราแล้ว หยุดพักประมาณ 1 ช่ั่วโมง 30 นาที ก็ออกเดินทางต่อมายังกรุงเทพฯ มาถึงช่วงหลังของการเดินทาง ผู้โดยสารเริ่มหมดแรงเอนตัวนอนเหยียดยาวในที่นั่งตัวเองไปหมด เหลือแค่กัปตัน และนักบินผู้ช่วยที่เป็นนักบินของแอร์บัสบินอยู่ จากนั้นพี่แอร์เพอร์เซอร์ก็มาปลุกเราให้ตื่นก่อนเครื่องลง 2 ชั่วโมง พร้อมกับเสิร์ฟอาหารเช้าก่อนเครื่องลงจอดที่สุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย สิ้นสุดการเดินทางจากฮัมบวร์ก

ขาไปเราไปกับการบินไทย ที่เปรียบเหมือนคุณแม่ของไทยสมายล์ ส่วนขากลับการบินไทยก็ฝากเรากลับมากับลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะยืนด้วยตัวเอง จากนี้ไป วันที่ 7 ก.ค.2555 จะเป็นวันเริ่มต้นให้บริการอย่างเป็นทางการของสายการบินไทยสมายล์ ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-มาเก๊า เส้นทางใหม่ กับโอกาสใหม่ บนหน่วยธุรกิจใหม่ น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งกับก้าวใหม่ของการบินไทย ที่ยังเน้นเสนอบริการคุณภาพ บนธุรกิจการบินที่แข่งกันดุเดือดด้านราคา...

จุลดิส รัตนคำแปง

 

โหวตข่าวนี้