advertisement

Microsoft Surface เมื่อไมโครซอฟท์ตัดสินใจทำแท็บเล็ตเอง!

โดย มาร์ค Blognone 21 มิ.ย. 2555 05:30

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ก็ประกาศข่าวเซอร์ไพร์สวงการอีกครั้ง โดยเปิดตัวแท็บเล็ตชื่อ Microsoft Surface ที่ไมโครซอฟท์เป็นคนผลิตเองทั้งหมด และใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8...

แท็บเล็ตตัวนี้ใช้หน้าจอ 10.6" (ใหญ่กว่า iPad เล็กน้อย) แบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย
- Surface for Windows RT รุ่นเล็ก หนา 9.3 มิลลิเมตร หนัก 6.7 ขีด ใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม ARM แบบเดียวกับ iPad หรือแท็บเล็ต Android ข้อดีคือประหยัดไฟมาก ระบบปฏิบัติการเป็น Windows 8 RT ที่ใช้งานโหมดแท็บเล็ตเป็นหลัก แต่ก็มี Microsoft Office 2013 รุ่นแท็บเล็ตมาให้ด้วย

- Surface for Windows Pro รุ่นใหญ่ หนา 13.5 มิลลิเมตร หนัก 9 ขีด ใช้ซีพียู Intel Core แบบเดียวกับโน้ตบุ๊ก ข้อดีคือพลังแรงกว่า และใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8 Pro แบบเดียวกับโน้ตบุ๊ก ทำงานโหมดแท็บเล็ตได้ แต่ก็ใช้โปรแกรมทุกตัวของ Windows 7 ได้ด้วย

ไมโครซอฟท์ยังไม่บอกราคาของแท็บเล็ตทั้งสองรุ่น แต่คาดว่ารุ่น Windows RT น่าจะราคาใกล้เคียงกับแท็บเล็ต Android ในปัจจุบัน ส่วนรุ่น Windows Pro ก็คงแพงขึ้นมาอีกหน่อย ใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊กรุ่นกลางๆ

Surface for Windows RT วันวางขายจะเปิดตัวพร้อมกับ Windows 8 ช่วงปลายปีนี้ ส่วนรุ่น Windows Pro จะตามมาหลังจากนั้น 3 เดือน

ของเล่นเสริมที่ไมโครซอฟท์เปิดตัวพร้อมกันคือแผงคีย์บอร์ดแบบบางเฉียบที่เป็นได้ทั้งคีย์บอร์ดและฝาเคสของเครื่อง ดูหน้าตาของมันได้ตามวิดีโอครับ (อันนี้เดี๋ยวคงมีคนทำแบบคล้ายๆ กันบน iPad/Android ออกมา)

ข่าวการทำแท็บเล็ตของไมโครซอฟท์ครั้งนี้น่าสนใจมาก เพราะถือว่าไมโครซอฟท์กระโดดลงมาทำตลาดฮาร์ดแวร์เอง กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของบริษัทโน้ตบุ๊กอย่าง Acer, Samsung, ASUS, Toshiba, Sony, HP, Dell

 

คำถามที่หลายคนสงสัยอาจเป็นว่า ตกลงแล้วจะไม่กินตลาดกันเองหรือ?

คำตอบของคำถามนี้ต้องย้อนกลับไปดูโลกของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนในยุคหลังครับ การบุกตลาดเข้ามาของ iPhone/iPad ของแอปเปิล ใช้ยุทธศาสตร์ว่าบริษัทเดียวทำทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปพร้อมๆ กัน ผลคือผลิตภัณฑ์ออกมาคุณภาพดี เพราะซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้ดีมาก

จุดเด่นอันนี้ทำให้บริษัทอื่นๆ ที่ทำเฉพาะฮาร์ดแวร์ (เช่น Dell, Sony, HP) หรือบริษัทที่ทำเฉพาะซอฟต์แวร์ (เช่น ไมโครซอฟท์หรือกูเกิล) แข่งกับแอปเปิลไม่ได้ เพราะลูกผสมระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ข้ามองค์กรกัน ออกมาไม่ดีเท่ากับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเดียวทำแบบครบวงจร

กูเกิลทราบปัญหานี้เป็นรายแรกๆ และแก้ปัญหาโดยการออกมือถือตระกูล Nexus โดยใช้วิธีจ้างบริษัทฮาร์ดแวร์บางรายทำเครื่องให้แล้วแปะตรากูเกิล และปรับแต่ง Android ให้ทำงานกับมือถือเหล่านี้ได้ดีที่สุด

เป้าหมายของกูเกิลไม่ใช่การแข่งกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง แต่ Nexus เปรียบเสมือน "ต้นแบบ" ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ดูว่ามือถือที่สมบูรณ์ควรออกมาแบบนี้ ถ้าทำได้ดีไม่เท่านี้ก็ไม่ควรออกมาขายจะดีกว่า ซึ่งผลก็ออกมาตามต้องการพอสมควรคือ มือถือรุ่นท็อปๆ ที่ออกมาหลัง Nexus ในแต่ละครั้งจะมีความสามารถขั้นต่ำเท่า Nexus แต่มีคุณสมบัติพิเศษเสริมเข้ามาเป็นลูกเล่นมากขึ้น

กรณีของไมโครซอฟท์ผมคิดว่าคล้ายๆ กัน คือ Windows 8 เป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ตัวแรกที่ออกแบบมาสำหรับแท็บเล็ต ซึ่งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เองน่าจะงงๆ อยู่ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะออกมาดี (ต่างไปจากโน้ตบุ๊กที่ทำกันจนชินแล้ว รู้แล้วว่าจะทำอย่างไร) ไมโครซอฟท์จึงออก Surface มาให้ดูเบื้องต้นว่าต้องทำอย่างไร และคาดหวังว่าขั้นต่ำควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ผู้ผลิตแท็บเล็ตยี่ห้อต่างๆ จึงมี Surface เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ควรปฏิบัติตาม มากกว่าจะแข่งกับไมโครซอฟท์ในธุรกิจฮาร์ดแวร์ตรงๆ เพราะเอาจริงแล้วไมโครซอฟท์ก็คงไม่มีช่องทางจัดจำหน่าย Surface รวมไปถึงศูนย์บริการได้มากเท่ากับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อยู่แล้ว

นอกจากนี้ เราควรสังเกตว่าไมโครซอฟท์จะทำผลิตภัณฑ์เองเฉพาะแท็บเล็ตเท่านั้น ไม่สนใจบุกเข้ามาในตลาดโน้ตบุ๊กแต่อย่างใด เพราะเป็นตลาดที่ค่อนข้างอยู่ตัวแล้วนั่นเองครับ

ผมเชื่อว่า Surface จะขายไม่ดีมากนัก มีช่องทางการขายจำกัด แต่ก็จับกลุ่มผู้ใช้บางส่วนที่อยากได้ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์จริงๆ เท่านั้น แต่สุดท้ายมันจะกลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดแท็บเล็ต Windows 8 ยี่ห้ออื่นๆ รุ่นอื่นๆ จำนวนมหาศาลที่จะตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

มาร์ค Blognone

 

 

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement