advertisement

เก็บตก WWDC 2012

โดย มาร์ค Blognone 14 มิ.ย. 2555 05:30

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา นอกจากฟุตบอลยูโรระหว่างทีมดังอังกฤษ-ฝรั่งเศสแล้ว ในช่วงกลางดึกยังมีงานแถลงข่าวสำคัญที่โลกไอทีต้องจับตามอง เพราะมันเป็นงานแถลงข่าวใหญ่ประจำปีของแอปเปิลนั่นเอง...

งานนี้มีชื่อว่า Worldwide Developers Conference หรือตัวย่อคือ WWDC จริงๆ แล้วมันเป็นงานสัมมนาสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์บนระบบของแอปเปิล และแอปเปิลมักใช้เวทีนี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้นักพัฒนารับทราบก่อนและลองใช้ก่อน เพื่อว่าตอนที่แอปเปิลออกของจริงมาแล้ว นักพัฒนาจะได้ปรับปรุงแอพของตัวเองให้ใช้ร่วมกันได้นั่นเอง

สำหรับงาน WWDC 2012 ในปีนี้ หลายท่านคงติดตามข้อมูลจากข่าวไปบ้างแล้วนะครับ ในคอลัมน์ของผมจึงขอเก็บตกบางประเด็นที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแทน

พระเอกของงานรอบนี้คือ MacBook Pro รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับจอ Retina Display แบบคมกริบ โน้ตบุ๊กตัวนี้เป็นคอมพิวเตอร์ระดับท็อปสุดของแอปเปิลในขณะนี้ จอสวย สเปกแรง งานประกอบเยี่ยม แม้ราคาจะแพงระยับไปด้วยคือ 2,199 ดอลลาร์ แต่ก็เชื่อว่ามีคนมีกำลังซื้อหลายท่านตัดสินใจซื้อไปเรียบร้อยแล้ว (ซื้อจริงเมื่อไรว่ากันอีกที)

ผมคิดว่า MacBook Pro รุ่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าจุดเด่นที่สุดของแอปเปิลยังเป็นงานวิศวกรรมด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและรากเหง้าของบริษัทเลยก็ว่าได้ โน้ตบุ๊กตัวนี้ถือเป็นนวัตกรรมล้ำยุคต่อจาก MacBook Air ตัวแรกสุดที่จุดกระแสโน้ตบุ๊กบางเฉียบขึ้นมาในโลก และคู่แข่งรายอื่นๆ คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรเพื่อจะไล่ตามให้ทัน (โดยเฉพาะเรื่องจอ)

ส่วนพระรองของงานที่เด่นไม่เท่าแต่มีความสำคัญไม่แพ้กัน (เผลอๆ อาจมากกว่า) มีอยู่สองรายด้วยกัน เป็นซอฟต์แวร์ด้วยกันทั้งคู่คือ ระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป OS X Mountain Lion ที่ออกรุ่นจริงแล้ว และระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา iOS 6 ที่เพิ่งออกรุ่นทดสอบ

แอปเปิลทำคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปมาตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัท เป็นต้นตอและรากเหง้า แต่เอาจริงแล้วส่วนแบ่งตลาดไม่เยอะเท่าไรนะครับ ตอนนี้ยังไม่ถึง 10% ของตลาดโลกเลย (แม้จะเพิ่มขึ้นเยอะในช่วงหลายปีให้หลังนี้) อันที่แอปเปิลทำได้ดีกว่ามากๆ คือระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพา จากความสำเร็จของ iPhone และ iPad ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิลมีเยอะกว่าคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปมาก (ในบางประเทศอาจสูงเกิน 50% แต่รวมๆ ทุกประเทศแล้วอยู่ระหว่าง 20-30% และถ้าวัดในแง่รายได้ก็เยอะกว่านี้มาก)

ช่วงหลังเราเลยเห็นว่าแอปเปิลไม่ค่อยเน้นระบบปฏิบัติการตระกูล OS X มากเท่าเมื่อก่อน และหันมาเน้น iOS ที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทไปแล้ว ของใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน OS X รุ่นหลังๆ จึงถอดมาจาก iOS เป็นหลัก และเน้นไปที่การทำงานร่วมกับอุปกรณ์พกพาของแอปเปิลมากกว่า
ส่วน iOS 6 ในรอบนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับฐานรากมากนัก แต่ก็เพิ่มฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ มาอีกหลายอย่างให้การใช้งานสมบูรณ์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น
ระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri ใช้บน iPad ได้แล้ว จากเดิมที่ใช้ได้แค่บน iPhone นอกจากนี้ก็ยังเพิ่มภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษเข้ามา (ภาษาไทยยังอด)

จับมือกับ Facebook ทำให้ iOS ประสานการทำงานร่วมกับ Facebook ได้ดีขึ้น สามารถแชร์ลิงก์ไปยัง Facebook ได้ หรือจะดึงสมุดที่อยู่-ปฏิทินมาจาก Facebook ก็ได้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะคู่แข่งมีกันมานานแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องดีสำหรับผู้ใช้ iOS ที่จะได้ใช้งานสะดวกมากขึ้น

Passbook แอพตัวใหม่ที่ผมว่าน่าสนใจ มันจะช่วยเก็บบัตร ตั๋ว สลิป ฯลฯ ที่เราเคยเก็บไว้ในกระเป๋าเงินให้เป็นที่เป็นทาง ฟีเจอร์นี้แนวคิดดีแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบริษัทห้างร้านต่างๆ เยอะมาก ซึ่งเมืองไทยเราคงต้องรอกันต่อไปอีกนาน

โปรแกรมวิดีโอแชต FaceTime คุยผ่านเครือข่าย 3G ได้แล้ว หลังจากที่กั๊กให้คุยเฉพาะบน Wi-Fi มานาน

iCloud สามารถซิงก์แท็บที่เราเปิดในโปรแกรม Safari บนคอมพิวเตอร์ ไปยัง Safari เวอร์ชันมือถือได้แล้ว อันนี้ก็ไม่ใช่ของใหม่เพราะ Firefox/Chrome เวอร์ชันมือถือ Android ทำได้มาสักพักแล้ว แต่ก็เป็นฟีเจอร์ที่น่าจะใช้งานจริงได้เยอะ

รายการฟีเจอร์ข้างต้นเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่ว่าไปครับ ของใหม่ที่สำคัญมีอย่างเดียวคือโปรแกรม Maps ยกเครื่องใหม่หมด ทิ้งระบบแผนที่ของ Google Maps ไปใช้ระบบแผนที่ของแอปเปิลเอง (ที่ดึงข้อมูลมาจากบริษัทแผนที่อื่นๆ อีกทีหนึ่ง)

สำหรับผู้ที่ติดตามซีรีส์ “สามก๊กไอที” ของผมคงเห็นพัฒนาการว่าทั้งสามบริษัทคือ แอปเปิล กูเกิล ไมโครซอฟท์ ต่างสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาจากสินค้าที่ตัวเองถนัด เดิมทีแอปเปิลเก่งเรื่องฮาร์ดแวร์ แล้วมาโตฝั่งซอฟต์แวร์ แต่ยังขาดเรื่องบริการออนไลน์อยู่มาก ก่อนหน้านี้แอปเปิลเลยต้องพึ่งกูเกิลในหลายๆ เรื่อง เช่น ระบบค้นหาหรือแผนที่ออนไลน์

แต่เมื่อแอปเปิลกลายเป็นคู่แข่งกับกูเกิลอย่างเต็มตัวในสงครามมือถือ การยืมจมูกศัตรูหายใจคงไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ดีนัก ช่วงหลังเราจึงเห็นแอปเปิลพยายามสร้างบริการออนไลน์ของตัวเองหลายอย่าง เช่น iCloud สำหรับเก็บข้อมูลของผู้ใช้บนเน็ต หรือ Siri เองก็เป็นความพยายามของแอปเปิลที่จะ “ตัดตอน” ไม่ให้คนเข้าระบบค้นหาของกูเกิล แล้วหันมาค้นข้อมูลด้วย Siri แทน

การเปลี่ยนระบบแผนที่ของแอปเปิลในรอบนี้ถือเป็นสิ่งตอกย้ำว่า แอปเปิลกำลังมุ่งไปในยุทธศาสตร์นี้อย่างจริงจัง ระบบแผนที่ของแอปเปิลช่วงแรกยังไม่สมบูรณ์แน่นอน เพราะของพวกนี้ต้องค่อยๆ ทำ ค่อยๆ แก้ พัฒนากันไป กูเกิลทำระบบแผนที่มานานมาก จึงมีความสามารถเยอะกว่ามาก

ผมเชื่อว่าในอีกไม่ช้ากูเกิลจะออก Google Maps เวอร์ชั่น iOS มาให้ผู้ที่ยังอยากใช้ระบบแผนที่ของกูเกิลอยู่ แต่ในระยะยาวแล้ว แผนที่ของแอปเปิลจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้กูเกิลต้องหวั่นไหวเลยอีกเหมือนกัน

 

 


มาร์ค Blognone

 

โหวตข่าวนี้