advertisement

ครูไม่พร้อม เน็ตห่วย ฟันธง แท็บเล็ต ป.1 แค่ของเล่นชิ้นใหม่

โดย ทีมข่าวไอทีออนไลน์ 12 มิ.ย. 2555 11:08

ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ ปธ.กก.ด้านนโยบายไอซีที ม.ศรีปทุม ฟันธง ความไม่พร้อมของบุคคลากรครู และ ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ยังไม่คลอบคลุม จะทำให้โครงการแจกแท็บเล็ต ป.1 เป็นแค่ของเล่นชิ้นใหม่...

ดูเหมือนจะสร้างความสนใจ และเป็นกระแสไม่จบสิ้นให้กับผู้ติดตามข่าวสาร สำหรับโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) หรือแท็บเล็ต ป.1 กับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน เพราะตั้งแต่เริ่มโครงการก็มีความเป็นห่วงรอบด้าน โดยเฉพาะความพร้อมกับการใช้งานในเด็ก ป.1 เรื่อยมาจนถึงการเซ็นรับเครื่องลอตแรก 2 พันเครื่อง ที่มีปัญหาไม่ตรงตามคุณสมบัติ (สเปก) ที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) แต่ทั้งนี้ยังไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเด็กเท่ากับการที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องรอเอกสารรับรองเกี่ยวกับการแพร่รังสีของแท็บเล็ต จาก FCC (Federal Communications Commissions) ซึ่งอยู่ในข้อ 3 ตามเงื่อนไขสัญญา

เมื่อยังไม่ถึงมือเด็ก เสียงสะท้อนจากความห่วงใยของผู้ใหญ่ผู้มีประสบการณ์ และคร่ำหวอดในวงการไอที อย่าง ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ ประธานกรรมการด้านนโยบายไอซีที มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงเกิดขึ้น

ดร.มนู เริ่มต้นจากการอธิบายภาพรวมให้ฟังว่า แท็บเล็ตเป็นเครื่องมือประจำตัวบุคคลเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับชีวิตประจำวัน พวกเราผู้ใหญ่ใช้เพื่อการติดต่อสื่อสาร เข้าสังคม ใช้ทำงาน ค้นหาข้อมูล หาความรู้ ทำรายการซื้อขาย ดูและฟังข่าว ฯลฯ

สำหรับเด็กเล็ก เราคงคาดหวังได้เพียงว่า เป็นของเล่นชนิดใหม่ รัฐบาลต้องการหาของเล่นให้กับเด็กเล็ก สำหรับเด็กโต แท็บเล็ตอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยการเรียนได้ แต่ต้องมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายด้าน เช่น มีเนื้อหาสาระเพื่อการเรียนที่เหมาะสมและหลากหลาย ที่สำคัญถ้านำไปใช้เพื่อการเรียนการสอนในชั้นเรียน ครูเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ ครูต้องมีทักษะในการออกแบบการเรียนการสอนที่อาศัยแท็บเล็ตเป็นเครื่องมือ

ปธ.กก.ด้านนโยบายไอซีที ม.ศรีปทุม ระบุว่าประเด็นปัญหา คือ สังคมการศึกษาระดับประถม และมัธยมต้น ยังขาดมาตรการทำให้ครูส่วนใหญ่ในระบบมีความพร้อมที่จะปรับการสอนด้วยแท็บเล็ต

"อย่าว่าแต่ครูระดับประถมและมัธยมต้นในชนบทเลย แม้ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ของครูอาจารย์ในเมืองหลวง ในระดับอุดมศึกษาก็ยังปรับตัวไม่ได้ นอกจากนี้ ระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงของไทยก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ ยังไม่สามารถบริการได้แพร่หลายสู่ชนบทด้วยความเร็วสูง จึงคงตั้งความหวังได้ยากว่า เด็กไทยจะรับประโยชน์จากโครงการแท็บเล็ตได้เต็มที่" ดร.มนู กล่าว

ปธ.กก.ด้านนโยบายไอซีที ม.ศรีปทุม สะท้อนมุมมองอีกว่า แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ ในบริบทของสังคมอินเทอร์เน็ต ใช้ฝึกเด็กให้สื่อสาร และร่วมมือกับคนอื่นได้ตั้งแต่เยาว์วัย พื้นที่ที่ยังขาดการบริการอินเทอร์เน็ตอย่างมีคุณภาพ เด็กในพื้นที่นั้นก็จะสูญเสียโอกาส

ทั้งนี้ โครงการระดับชาติใดๆ ย่อมมีเป้าหมายหลักและเป้าหมายรอง โครงการแท็บเล็ตสำหรับเด็กเล็ก เห็นได้ชัดว่า เป้าหมายหลักเป็นเป้าหมายทางการเมือง ส่วนประโยชน์ที่เด็กไทยจะได้คงเป็นเป้าหมายรอง เมื่อเป็นเป้าหมายรอง แม้ว่ามีเด็กไทยเพียงร้อยละ 10 หรือ 20 ที่บังเอิญมีปัจจัยเกื้อหนุนที่พร้อมช่วยก่อเกิดผลด้านการเรียน และด้านการฝึกทักษะอื่นๆ ตามสถานภาพ ก็น่าจะรับได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หลายคนได้ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้ยังจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงให้รวดเร็วขึ้น กระตุ้นตลาดเทคโนโลยี โดยเฉพาะสาขาสร้างเนื้อหาสาระ และสื่อใหม่เพื่อการเรียนให้เจริญเติบโต ถ้าเป็นเช่นนี้จริงก็น่าจะเป็นผลดี

ดร.มนู ทิ้งท้ายด้วยว่า เมื่อสังคมไทยสามารถเข้าใจประเด็น และรับเป้าหมายตามความเป็นจริงได้ ก็จะไม่ต้องไปกังวลว่า จำเป็นไหมที่เด็กเล็กต้องใช้แท็บเล็ต ไม่ใช้จะเสียหายไหม บางพื้นที่ยังขาดบริการด้านไฟฟ้า บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อีกทั้งครูก็ยังไม่พร้อม ความหลากหลายของเนื้อหาสาระเพื่อการเรียนที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กก็ยังไม่เห็นชัดเจน และอื่นๆ ตราบใดที่เรายอมรับว่า แท็บเล็ตตามโครงการเป็นของเล่นชนิดใหม่ที่หวังสร้างทักษะแนวใหม่ให้เด็กไทยจำนวนหนึ่ง ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่เยา์วัย คำถามก็จะเหลือเพียงว่า โครงการนี้ได้ดำเนินไปอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมดีที่สุดสำหรับการใช้เงินภาษีอากรของประชาชนแล้วหรือยัง ก็เท่านั้นเอง

ขณะที่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการจัดทำทีโออาร์แท็บเล็ต ป.1 และที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ต ป.1 เดินทางไปจีน เพื่อแก้ไขเนื้อหา (คอนเทนต์) ที่บรรจุอยู่ภายในแท็บเล็ตตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (11 มิ.ย.)

แม้ว่าโครงการนี้ยังไม่ถึงมือเด็กอย่างเป็นทางการ ก็คงมีแต่เด็กๆ เท่านั้นที่เฝ้ารอการใช้งานแท็บเล็ตที่ผัดวันประกันพรุ่ง โดยหวังว่าผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องจะจัดการปัญหาอีนุงตุงนังให้พวกหนูได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพกันเสียที

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement