advertisement

สามก๊กไอที ตอนที่ 10

โดย มาร์ค Blognone 31 พ.ค. 2555 05:30

ตอนที่แล้วผมเขียนถึงการรุ่งเรืองของ “ง่อก๊ก” หรือแอปเปิล และ “จ๊กก๊ก” หรือกูเกิล ที่ค่อยๆ อาศัยจังหวะที่ “วุยก๊ก” อย่างไมโครซอฟท์เผลอ สะสมพลังอำนาจขึ้นมาท้าทายไมโครซอฟท์ที่เป็นมหาอำนาจในยุคนั้น...

แอปเปิลใช้อาวุธ 2 ชิ้นคือ iPod และ Mac OS X ตีขนาบไมโครซอฟท์ในตลาดฮาร์ดแวร์มาเรื่อยๆ ส่วนกูเกิลก็ใช้พลังของโลกออนไลน์ สร้างซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนเว็บล้วนๆ มากินตลาดซอฟต์แวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของไมโครซอฟท์

จุดเริ่มต้นที่กูเกิลเริ่มคุกคามไมโครซอฟท์อย่างจริงจังคือปี 2004 ที่กูเกิลเข้าขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องเริ่มหันมามองกูเกิลเป็นคู่แข่งอย่างจริงจัง ส่วนแอปเปิลก็พัฒนา Mac OS X ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแทนการใช้วินโดวส์ รวมถึงการออกอุปกรณ์พกพาอย่าง iPod ที่ใช้ทำงานบางอย่างได้ดีกว่าพีซี (ในกรณีนี้คือฟังเพลง ดูหนัง)

ไมโครซอฟท์เองก็มีปัญหาภายใน เพราะไม่สามารถออกวินโดวส์รุ่นใหม่ที่มาทดแทน Windows XP ได้สักที ปัญหานี้เกิดจากสภาพองค์กรภายในที่ใหญ่เทอะทะ มีปัญหาการเมืองระหว่างฝ่าย สุดท้ายไมโครซอฟท์เข็น Windows Vista ออกสู่ตลาดสำเร็จในปี 2006 แต่มันกลับเป็นหายนะของไมโครซอฟท์ เพราะ Vista มีความสามารถใหม่เยอะจริง แต่ก็มีปัญหามากมาย เช่น กินทรัพยากรของเครื่องในยุคนั้นมาก มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ ความไม่ลงตัวหลายจุด ซึ่งกว่าไมโครซอฟท์จะแก้ปัญหานี้ได้ก็ต้องรอถึง Windows 7 ที่ออกขายปลายปี 2009 ทิ้งห่าง Windows XP ถึง 8 ปี

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะบิล เกตส์ ประกาศในปี 2006 ว่าเขาจะวางมือจากไมโครซอฟท์เพื่อไปทำงานด้านการกุศลแทน โดยจะทำงานกับไมโครซอฟท์อีก 2 ปีจนถึงปี 2008 เท่านั้น ก่อนจะส่งไม้ให้กับ สตีฟ บัลเมอร์ เพื่อนที่ร่วมฝ่าฟันกันมาในยุคแรกๆ ทำหน้าที่บริหารงานแทน

ช่วงปี 2006-2008 จึงถือเป็นยุคมืดของไมโครซอฟท์อย่างแท้จริง เพราะไม่สามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างนวัตกรรมได้ แถมยังโดนคู่แข่งโจมตีโดยการเปลี่ยนเกมใหม่ เลือกใช้เกมที่ไมโครซอฟท์ไม่ถนัด และเลี่ยงการต่อกรกับไมโครซอฟท์ในตลาดพีซีส่วนบุคคลที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญของไมโครซอฟท์มานาน

แอปเปิลกับกูเกิลเป็นพันธมิตรกันแบบหลวมๆ เพราะมีศัตรูคือไมโครซอฟท์เหมือนกัน และในปี 2007 กองกำลังของแอปเปิลกับกูเกิลก็เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ เพราะแอปเปิลเปิดตัว iPhone สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับบริการออนไลน์ได้ดี (โดยมีกูเกิลร่วมเป็นพันธมิตรทำระบบอีเมล์ แผนที่ และวิดีโอ YouTube ให้)

ช่วงแรกของ iPhone อาจดูเป็นการต่อสู่กับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออย่าง โนเกีย (รวมไปถึง Windows Mobile ของไมโครซอฟท์ด้วย) แต่ถ้ามามองดูตอนนี้ สิ่งที่สมาร์ทโฟนทำคือ “ลัด” ความจำเป็นของการใช้พีซีของไมโครซอฟท์ทำงานต่างๆ เพราะมีเพียงแค่สมาร์ทโฟนก็สามารถทำงานพื้นฐานหลายอย่างบนโลกออนไลน์ (เช่น ตอบเมล์ ท่องเว็บ ดูวิดีโอ คุยกับเพื่อนๆ) ได้ทั้งหมด โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีพีซีอยู่เลย

การเปิดตัว iPhone ในปี 2007 ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของโลกไอที และที่มีนัยยะสำคัญต่อ “สามก๊กไอที” ด้วยคืออีริค ชมิดท์ (Eric Schmidt) ซีอีโอของกูเกิลไปขึ้นเวทีกับ สตีฟ จ็อบส์ ด้วย

ชมิดท์ ถือเป็นมันสมองคนสำคัญของกูเกิล ผมเคยเปรียบเขาว่า เป็น “ขงเบ้ง” ของ “จ๊กก๊ก” ในขณะที่ สตีฟ จ็อบส์ ก็มีนิสัยใจคอคล้ายกับ “จิวยี่” ของ “ง่อก๊ก” ดังนั้นการขึ้นเวทีร่วมกันระหว่างจ็อบส์-ชมิดท์ จึงเปรียบเสมือน “สงครามเซ็กเพ็ก” ตามประวัติศาสตร์จีน ที่จิวยี่กับขงเบ้งเป็นแกนกลางสำคัญ นำทัพของทั้งสองก๊กเอาชนะวุยก๊กของโจโฉได้อย่างงดงาม (เหตุการณ์นี้ดูได้จากภาพยนตร์ “สงครามผาแดง” ที่เพิ่งฉายไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้)

นวัตกรรมของโลกไอทีในช่วงปลายทศวรรษ 2000s จึงเริ่มย้ายจากไมโครซอฟท์ไปยังแอปเปิลและกูเกิลแทนนั่นเอง

ต้องย้ำอีกรอบว่าไมโครซอฟท์แพ้ศึกนวัตกรรม แต่ไม่ได้หายสาบสูญไปไหนนะครับ ไมโครซอฟท์ยังมีอำนาจในวงการพีซีอยู่เยอะ เพียงแต่ไม่ได้ยึดครองตลาดไอทีเบ็ดเสร็จเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว โลกไอทีจึงเกิดสภาวะ 3 เส้ายันกันอยู่มาถึงตอนนี้

ฝั่งแอปเปิลกับกูเกิลก็ไม่ได้มีแต่ความสำเร็จ เพราะหลังจากจับมือเป็นพันธมิตรต้านไมโครซอฟท์อย่างได้ผลแล้ว ก็ทะเลาะกันเองเข้าจนได้

เหตุปัจจัยของการแตกคอกันคือ กูเกิลเองก็มีแผนทำมือถือของตัวเองในชื่อ Android นั่นเอง (ออกช่วงปลายปี 2008 หลัง iPhone ของแอปเปิลเกือบ 2 ปี)

ช่วงที่เป็นพันธมิตรกันนั้น สตีฟ จ็อบส์ ไว้ใจ อีริค ชมิดท์ มาก ถึงขนาดตั้งเขาเป็นบอร์ดบริหารของแอปเปิลด้วยซ้ำ แต่เมื่อกูเกิลไปช่วยแอปเปิลทำสมาร์ทโฟนแล้วดันอยากทำสมาร์ทโฟนเองบ้าง ก็ส่งผลให้ความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง และทำให้ ชมิดท์ ต้องแสดงออกตามมารยาท ลาออกจากตำแหน่งบอร์ดของแอปเปิลในปี 2009 แต่ก็ยังโดน สตีฟ จ็อบส์ โจมตีมาจนถึงวาระสุดท้ายของเขาว่าชมิดท์ใช้สถานะของบอร์ดแอปเปิลเพื่อแอบดูแผนพัฒนา iPhone แล้วนำไปใช้กับ Android ของตัวเองบ้าง

ตรงนี้ถือว่า คล้ายคลึงกับการแตกคอกันระหว่าง จิวยี่ กับ ขงเบ้ง หลังสงครามเซ็กเพ็กมาก โดย จิวยี่ มองว่า ขงเบ้ง มาหลอกใช้งานฝ่ายตน ซึ่งสุดท้ายเป็นผลให้ ง่อก๊ก กับ จ๊กก๊ก แตกคอกัน กลายเป็นสงครามสามฝ่ายในที่สุด.

ภาพประกอบจาก Phandroid

มาร์ค Blognone

 

โหวตข่าวนี้