วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นร.ไทยได้รางวัลที่2 แกรนด์อวอร์ดงาน'อินเทล ไอเซฟ2012'

นักเรียนไทยได้รับรางวัลที่ 2 แกรนด์ อวอร์ด จากงาน อินเทล ไอเซฟ 2012 ขณะที่ "แจ็ค แอนดรากา" นักเรียนอเมริกันจากเมืองคราวส์วีล มลรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐฯ ได้รับรางวัลสูงสุดจากการประกวดปีนี้ คว้ารางวัลชนะเลิศ จากการศึกษาเครื่องมือตรวจค่ามะเร็งตับอ่อนที่ใช้ง่าย...

ในงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ หรือ อินเทล ไอเซฟ (Intel International Science and Engineering Fair, Intel ISEF) ที่อินเทลจัดขึ้นร่วมกับสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะ (Society for Science & the Public, SPP) ในปีนี้ มีการคัดเลือกนักคิด นักประดิษฐ์ และนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์กว่า 1,500 คน ซึ่งได้รับคัดเลือกจากการประกวดต่างๆ กว่า 446 งาน ในกว่า 70 ประเทศ และส่วนการปกครองต่างๆ ทั่วโลก นอกเหนือจากผู้ชนะรางวัลที่กล่าวไปแล้ว ยังมีผู้ที่ได้รับรางวัลอื่นๆ อีกกว่า 400 คน ซึ่งได้รับรางวัลจากผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และโดดเด่น รางวัลเหล่านี้แบ่งออกเป็น 17 สาขา โดยนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละสาขา จะได้รับรางวัลคนละ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ มูลนิธิอินเทลยังมอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนของผู้ที่ได้รับรางวัล อีกรางวัลละ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ อีกด้วย


ผลการตัดสินในปีนี้ปรากฏว่า ผู้ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งไปครอง ได้แก่ แจ็ค แอนดรากา นักเรียนอายุ 15 ปี จากเมืองคราวส์วีล มลรัฐแมรีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จากผลงานที่ศึกษาวิธีการใหม่ในการตรวจค่ามะเร็งตับอ่อน เริ่มจากกระดาษที่ใช้ทดสอบโรคเบาหวาน โดยแจ็คได้สร้างเซ็นเซอร์ที่เป็นเพียงก้านไม้ธรรมดา นำมาใช้ทดสอบกับเลือดหรือปัสสาวะ เพื่อแปรผลว่าคนไข้เป็นมะเร็งตับอ่อนระยะเริ่มแรกหรือไม่ การศึกษาของแจ็คมีความถูกต้องสูงถึงร้อยละ 90 และยังแสดงให้เห็นด้วยอีกว่า เมื่อเทียบกับการตรวจด้วยวิธีต่างๆ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันแล้ว เซ็นเซอร์ดังกล่าวสามารถทำงานได้ผลเร็วกว่าถึง 28 เท่า มีราคาถูกกว่า 28 เท่า และยังตรวจได้ละเอียดมากกว่า 100 เท่าอีกด้วย 

จากผลงานชิ้นนี้ ทำให้แจ็คได้รับรางวัลสูงสุดจากงาน  อินเทล ไอเซฟ ปีนี้ คือ รางวัล กอร์ดอน อี. มัวร์ ซึ่งมีขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกอร์ดอน มัวร์ ผู้ร่วมก่อตั้งประธานและซีอีโอของอินเทล ที่เกษียนอายุการทำงานไปแล้ว เป็นทุนการศึกษา 75,000 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักเรียนอีกสองคน คือ นิโคลัส ชีเฟอร์ อายุ 17 ปี จากเมืองพิกเคอริง มลรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา และ อาริ ดิกโคสกาย อายุ 18 ปี จากเมืองลีส์เบิร์ก มลรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลคนละ 50,000 เหรียญสหรัฐฯ จากมูลนิธิอินเทล

ด้าน นิโคลัส ได้ทำการศึกษาถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “microsearch” หรือความสามารถในการค้นหาข้อมูลจากสื่อที่โตเร็วที่สุดในขณะนี้ นั่นคือ ข้อมูลขนาดเล็กๆ เช่น จากการทวีตและการอัพเดตสถานะบนเฟซบุ๊ก เป็นต้น จากการค้นคว้าของนิโคลัส เขาหวังที่จะปรับปรุงความสามารถต่างๆ ของเสิร์จเอ็นจิ้นทั้งหลายให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การเข้าถึงข้อมูลดีขึ้นตามไปด้วย 

ส่วน อาริ ได้ทำการศึกษาถึงศาสตร์ของการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างอะตอม โดยไม่ต้องใช้ตัวกลาง (Quantum Teleportation) โดยเขาพบว่าทันทีที่อะตอมได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับกระบวนการ ซึ่งเรียกว่า “Entanglement” ข้อมูลจากอะตอมหนึ่งจะปรากฏขึ้นที่อีกอะตอมหนึ่ง เมื่อสภาวะควอนตัม (Quantum State) ของอะตอมแรกถูกทำลาย ด้วยวิธีนี้ องค์กรต่างๆ ที่ต้องการระบบป้องกันเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสูงๆ เช่น หน่วยงานเพื่อความปลอดภัยระดับชาติ สามารถส่งข้อความที่เข้ารหัสไว้แล้วได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกสกัดกั้น เนื่องจากข้อมูลจะไม่เดินทางไปยังที่หมายใหม่ หากแต่จะปรากฏขึ้นตรงนั้นได้เองโดยง่ายดาย

สำหรับนักเรียนตัวแทนจากประเทศไทย ได้แก่ ณัฐพงศ์ ชิณรา จตุพร ฉวีภักดิ์ นันทกานต์ ล่องโลด จากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชนะอันดับสองจากรางวัล แกรนด์ อวอร์ด โดยได้รับทุนการศึกษาจำนวน 1,500 เหรียญสหรัฐฯ จากสาขาสัตววิทยา ในผลงานหัวข้อ “การศึกษาบทบาทของหอยทากในสวนยางพารา” และ กิตติธเนศน์ ธนรุ่งโรจน์ทวี จากโรงเรียนกันทรารมณ์ จ.ศรีสะเกษ ที่ชนะอันดับสอง จากรางวัลแกรนด์ อวอร์ด ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 1,500 เหรียญสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน จากผลงานเรื่อง “การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการย่อยสลายอาหารของมดแดงกับคุณค่าทางโภชนาการในไข่มดแดง


นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินเทลสนับสนุนการประกวด อินเทล ไอเซฟ มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราตระหนักดีว่า วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของโลกในอนาคต งานการประกวดดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนจำนวนหลายล้านคน ฝึกใช้ทักษะด้านต่างๆ ของตนในการคิดค้นนวัตกรรม เพื่อนำไปต่อยอดเป็นแนวทางที่สามารถใช้ได้ผลจริงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระดับโลก

ขณะที่ อลิซาเบธ มารินโคลา ประธานสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลจากงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ อินเทล ไอเซฟ ในปีนี้ทุกคน พวกเขาและผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทุกคนได้แสดงให้เห็นว่า พื้นฐานของการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (หรือ STEM) นั้น สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเพาะบ่มความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการประดิษฐ์คิดค้นที่สามารถแก้ปัญหาสำคัญต่างๆ ในอนาคตได้อย่างไร.