การลงนามการจัดซื้อจัดจ้างคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บแล็ต) ยังไม่เรียบร้อย ไอซีทีชี้ยังไม่มีการโอนเงินมาเข้าสู่ระบบของกระทรวง จึงยังไม่สามารถลงนามได้ ยันแจกเด็กทันเปิดเทอม 'อนุดิษฐ์' โชว์เครื่องตัวอย่างหน้าจอ 7 นิ้ว ให้เลือก 3 สี...

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการลงนามการจัดซื้อจัดจ้างคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บแล็ต) จากบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด หรือสโคแพด ได้เมื่อใดเนื่องจากต้องรอสำนักงานอัยการสูงสุด ส่งร่างสัญญากลับมายังกระทรวงไอซีทีก่อน รวมถึงต้องรอการโอนเงินของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการให้กระทรวงไอซีทีเป็นผู้จัดซื้อแท็บแลตให้เสร็จเรียบร้อยก่อน หากยังไม่มีการโอนเงินมาเข้าสู่ระบบของกระทรวงไอซีที ตามข้อเสนอแนะของกรมบัญชีกลางก็ยังคงไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันได้ว่ารัฐบาลจะสามารถแจกแท็บแล็ตให้เด็กนักเรียน ป.1 ได้ ภายในปีการศึกษาที่ 1/2555 อย่างแน่นอน

สำหรับอำนาจการลงนามในสัญญานั้น สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ตามระเบียบพัสดุสำนักนายกรัฐมนตรี 2535 ต้องให้หัวหน้าหน่วยราชการคือ ปลัดกระทรวงไอซีที เป็นผู้ลงนามภายใต้การอนุมัติของ รมว.ไอซีที จากเดิม รมว.ไอซีที จะเป็นผู้ลงนาม เนื่องจากเป็นการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แต่เมื่อเปลี่ยนรูปแบบการซื้อเป็นรัฐซื้อจากเอกชน ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบพัสดุด้วย ส่วนวิธีการจัดซื้อยังคงใช้วิธีการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษเหมือนเดิม เพราะคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างได้ยกเว้นการจัดซื้อไว้แล้วว่าสามารถจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษได้ ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจรับ ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ แต่คาดว่าจะหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ และตรวจสอบระเบียบการตรวจรับอีกครั้ง ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อมิให้เกิดปัญหาซ้ำรอยการตรวจรับบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) อีก

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนเครื่องแท็บแล็ตนั้น ครม.ได้อนุมัติให้จัดซื้อในจำนวน 1 ล้านเครื่อง วงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท โดยราคาเครื่องละ 2,400 บาท หรือ 82 เหรียญสหรัฐฯ ราคา ณ สนามบินสุวรรณภูมิ จากเดิมจะจัดซื้อจำนวน 900,000 เครื่องวงเงิน 1,900 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากมีการประเมินยอดนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ใหม่ จากเดิม 850,000 เครื่อง โดยไม่รวมเครื่องที่ต้องนำไปให้ครูร่วมใช้งานด้วยอีก 50,000-70,000 เครื่อง รวมถึงการปรับเปลี่ยนการสำรองเครื่องเพื่อกรณีฉุกเฉินอีกโรงเรียนละ 2 เครื่อง ซึ่งเป็นการสำรองเครื่องนอกเหนือจากสัญญาที่ต้องสำรองไว้ 1% ของยอดการสั่งซื้อ ส่วนการซื้อซ้ำ (รีพีทออเดอร์) นั้น ต้องเจรจากับบริษัทเรื่องราคา ซึ่งตามระเบียบจะซื้อในราคาเดิม หรือต่ำกว่าเท่านั้น ไม่ส่ามารถซื้อในราคาที่สูงกว่าได้ ส่วนประเด็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (แบงก์การันตี) ที่สโคปแพด ต้องนำมาค้ำประกันในวันลงนามในสัญญาวงเงิน 5% ของมูลค่าการจัดซื้อนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทต้องไปดำเนินการตามเอกสารหลักฐานที่ต้องครบถ้วน เพราะหากเอกสารไม่ครบก็ไม่สามารถลงนามได้เซ็นกัน

“กระทรวงไอซีทีจัดซื้อได้ในราคา 2,400 บาทต่อเครื่อง ถือว่าถูกที่สุดและดีที่สุดแล้วและทำอย่างโปร่งใส ไม่มีเงื่อนงำใด และหากมีการลงนามในสัญญาแล้ว พร้อมให้ทุกฝ่ายตรวจสอบ ถ้าใครคิดว่าซื้อได้ถูกกว่านี้ ก็ขอให้นำมาเสนอ เพราะกระทรวงไอซีทีจะต้องจัดซื้ออีก เพื่อให้เด็กนักเรียนของไทยได้ใช้แท็บแล็ต โดยเฉพาะเด็กในชนบทจะได้เข้าถึงอุปกรณ์ไอที และลดความเหลื่อมล้ำด้วย” รมว.ไอซีที กล่าว

ด้านนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องโอนเงินเข้าระบบของกระทรวงไอซีทีว่าจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง เพราะเมื่อใดที่เงินงบประมาณอยู่ในระบบของกระทรวงไอซีทีครบถ้วน ก็จะสามารถลงนามได้ทันที

“กระทรวงไอซีทีก็เร่งรัดทุกกระบวนการที่จะจัดซื้อแท็บแล็ต แต่ต้องทำอย่างรัดกุม และครบถ้วนทุกขั้นตอน เพราะหากผิดเพียงขั้นตอนเดียวก็จะต้องไปเริ่มต้นใหม่ ซึ่งจะเสียเวลาอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเด็กนักเรียก ป.1 ได้ใช้แท็บแล็ตแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่าง น.อ.อนุดิษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดซื้อแท็บแล็ตนั้น ได้นำแท็บแล็ตที่ทางสโคปแพด นำมาเป็นตัวอย่าง พร้อมกับแอพพลิเคชั่น การเรียนการสอนเด็กประถมปีที่ 1 โดยเครื่องดังกล่าวมีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว และมีสีให้เลือก 3 สี คือ แดง สีบรอนซ์เงิน และฟ้า

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การลงนามในสัญญาการจัดซื้อแท็บแล็ต คาดว่าจะลงนามได้หลังสงกรานต์ เนื่องจากในการประชุมคณะกรรมการจัดซื้อ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ยังมีข้อถกเถียงกันอีกหลายประเด็น อาทิ ราคาเครื่องละ 82 เหรียญฯ หรือ 2,400 บาท ราคา ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และเมื่อนำเครื่องแท็บแล็ตกระจายไปยังโรงเรียนในต่างจังหวัดนั้น จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ยังไม่มีงบประมาณในการดำเนินการแต่อย่างใด ซึ่งคณะกรรมการจัดซื้อแท็บแล็ต จะต้องหารือให้ได้ข้อยุติก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญา เพราะมิเช่นนั้นจะไม่มีเงินงบประมาณที่จะนำมาชำระให้กับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งจะเป็นผู้ขนส่งแท็บแล็ต เพื่อกระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยโรงเรียนทั้วประเทศมีอยู่ประมาณ 35,000-40,000 แห่ง.

...