เข้าสู่ตอนที่สองของซีรี่ส์ "สามก๊กไอที" กันนะครับ...
ในตามพงศาวดารสามก๊ก เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น ซึ่งรุ่งเรืองมาหลายร้อยปี และเริ่มเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลา สุดท้ายประเทศวุ่นวาย และแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เหล่าขุนศึกตั้งตัวเป็นรัฐอิสระ และรบพุ่งระหว่างกัน
เหตุการณ์ต่อจากนั้นคือ ขุนศึกที่เข้มแข็งเริ่มเอาชนะเพื่อนบ้านในเขตใกล้เคียง และขยายอาณาเขตของตัวเองออกมา จนตอนหลังเหลือขุนศึก 3 ฝ่ายที่เข้มแข็งที่สุด กินกันไม่ลงอยู่หลายสิบปี สร้างสภาวะ "สามก๊ก" จนกระทั่งมีขุนศึกตระกูลใหม่ผงาดขึ้นมา ปราบก๊กทั้งสามและตั้งราชวงศ์ใหม่ รวมประเทศเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ
สำหรับ "สามก๊กไอที" ก็คล้ายๆ กันอยู่บ้างครับ นั่นคือเราผ่านเวลาอันรุ่งเรืองของ "ราชวงศ์ฮั่น" ภาคไอทีกันมาแล้ว และตอนนี้ก๊กทั้งสามกำลังเริ่มฟอร์มตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน
ราชวงศ์ฮั่นที่ว่านี้คือ "ไมโครซอฟท์" ใต้การนำของบิล เกตส์
โลกไอทีก่อนหน้านี้เป็นยุคสมัยแห่ง "พีซี" หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ผู้ริเริ่มสร้างพีซีคือบริษัทไอบีเอ็ม พี่ใหญ่แห่งวงการคอมพิวเตอร์ โดยออกพีซีเครื่องแรกในปี 1981 และพัฒนาเรื่อยมา
พีซียุคแรกๆ ใช้ระบบปฏิบัติการ "ดอส" ของบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งภายหลังพัฒนามาเป็น "วินโดวส์" และเอาชนะคู่แข่งอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด วินโดวส์ของไมโครซอฟท์สามารถโค่นคู่แข่งหลายยี่ห้อทั้ง OS/2 ของไอบีเอ็ม Mac OS ของแอปเปิล และคู่แข่งเล็กๆ อีกหลายราย ครองความเป็นเจ้าโลกไอทีมานานนับสิบปี
จุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของไมโครซอฟท์คือ วินโดวส์ 95 ที่เป็นระบบปฏิบัติการกราฟิกสมบูรณ์แบบตัวแรก ส่วนจุดสูงสุดผมยกให้เป็นวินโดวส์เอ็กซ์พี (ออกปี 2001) ที่ปิดเกมคู่แข่ง ครองแชมป์แห่งวงการพีซีด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 90% เหลือพื้นที่เล็กๆ ให้คอมพิวเตอร์ตระกูลแมคอินทอชสำหรับตลาดสิ่งพิมพ์และการศึกษาเท่านั้น
นอกจากจะมีระบบปฏิบัติการที่เอาชนะคู่แข่งแบบเบ็ดเสร็จแล้ว ไมโครซอฟท์ยังมีเครื่องจักรทำเงินเป็นซอฟต์แวร์อีกตัวคือ ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ โปรแกรมสำนักงานที่ใครๆ ก็ต้องใช้ กลายเป็นคู่หูวินโดวส์-ออฟฟิศ สร้างอิทธิพลและเงินให้ไมโครซอฟท์มหาศาล
มากแค่ไหน? มากขนาดที่ทำให้บิล เกตส์ กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกติดกันเป็นสิบปีนั่นล่ะครับ
ความรุ่งเรืองของไมโครซอฟท์คงอยู่มาประมาณ 15 ปี เมื่อผ่านจุดสูงสุดไปแล้วก็เริ่มถึงเวลาเสื่อมถอย
ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จอย่างมากกับวินโดวส์เอ็กซ์พี (ซึ่งปัจจุบันยังมีคนใช้อยู่เยอะ ระบบปฏิบัติการออกปี 2001 ตอนนี้อายุสิบกว่าขวบแล้ว) ทำให้ย่ามใจ ไม่จริงจังกับตัวต่อของวินโดวส์เอ็กซ์พี จนทิ้งช่วงนานถึง 5 ปี กว่าจะออกวินโดวส์วิสต้าได้อีกครั้งในปี 2006
ช่วง 5 ปีนี้ โลกไอทีเปลี่ยนแปลงไปมาก คอมพิวเตอร์ไม่ได้เป็นเครื่องตั้งโต๊ะวางอยู่เดี่ยวๆ แบบที่เคยเป็นมาอีกแล้ว แต่มันเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต แลกเปลี่ยนข้อมูลกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในโลกอย่างอิสระ
วิธีการสื่อสารหลักของคอมพิวเตอร์ยุคใหม่คือ "เว็บ" ทำให้คอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีเว็บเบราว์เซอร์ สามารถท่องเน็ตได้เท่าเทียมกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วินโดวส์อย่างเดียวอีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน อินเทอร์เน็ตก็มีความสามารถมากขึ้น เว็บในยุคแรกมีลักษณะเป็นแค่ "โบรชัวร์ออนไลน์" แสดงเอกสารและข้อมูลแบบแห้งๆ แต่ระยะหลังเมื่อเว็บพัฒนาขึ้น เริ่มทำงานได้มากขึ้น เราจึงเริ่มเห็นโปรแกรมต่างๆ ในเวอร์ชั่นเว็บ เช่น โปรแกรมอีเมล์กลายร่างมาเป็นเว็บเมล์ หรือโปรแกรมออฟฟิศกลายมาเป็น Google Docs
ความสำคัญของระบบปฏิบัติการแบบเก่าจึงเริ่มลดลง ถึงแม้จะยังไม่เปลี่ยนแปลงทันทีแต่ก็เป็นสัญญาณที่น่ากลัว
ในอีกทาง ระบบปฏิบัติการคู่แข่งอย่าง Mac OS X ของแอปเปิลและลินุกซ์ ก็พัฒนาขึ้นมาก โดยอาศัยช่องโหว่ที่ไมโครซอฟท์ละทิ้งระบบปฏิบัติการตัวเองไปถึง 5 ปี (ถ้านับถึงวินโดวส์ 7 ก็ 8 ปี) แย่งส่วนแบ่งตลาดมาได้พอสมควร ด้วยความสามารถที่มากกว่าในบางเรื่อง
พลังอำนาจของไมโครซอฟท์จึงเริ่มถดถอยลง แต่ไมโครซอฟท์ก็ไม่ได้โง่ ย่อมปรับตัวตาม อย่างไรก็ตามคู่แข่งสำคัญได้เริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นหน้ากันบ้างแล้ว นั่นคือแอปเปิลและกูเกิลนั่นเอง
"ราชอาณาจักรฮั่น" ที่เคยเกรียงไกรมานาน เมื่อเจอปัญหาภายในและศัตรูภายนอก ก็เริ่มเสื่อมอิทธิพลลง ไมโครซอฟท์ที่เคยมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดล้มหายตายจากไปแล้ว ตอนนี้กลายเป็นดุลอำนาจใหม่ที่ไมโครซอฟท์เป็นเพียงแค่ 1 ใน 3 ของขั้วอำนาจเท่านั้น
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ ติดตามต่อในตอนหน้าครับ
...
มาร์ค Blognone