ความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่สมราคาคุย คว้าแชมป์ปัญหาร้องเรียนโทรคมนาคมในรอบ 6 เดือนของ สบท.ส่วนคิดค่าบริการผิด และ 107 บาทตามติดมา...
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) องค์กรอิสระภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวถึงผลการรับและจัดการเรื่องร้องเรียน 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่า จากบันทึกการรับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย.2552 ผู้บริโภคได้ร้องเรียนเข้ามาที่หน่วยบริการประชาชนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 662 เรื่อง เรื่องร้องเรียนสูงสุดอันดับหนึ่งคือ คุณภาพการให้บริการ จำนวน 146 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 22.1 เนื่องจากผู้ประกอบการให้บริการไม่มีคุณภาพตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ไว้ เช่น ความเร็วอินเทอร์เน็ตต่ำกว่าที่ประชาสัมพันธ์ไว้มาก สัญญาณอินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย โทรออกข้ามเครือข่ายยาก แก้ไขเหตุขัดข้องให้ล่าช้า เป็นต้น
ผอ.สบท.กล่าวต่อว่า เรื่องร้องเรียนจากการใช้บริการด้านโทรคมนาคม อันดับ 2 คือ การคิดค่าบริการผิดพลาด จำนวน 137 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 20.7 อันดับสามคือการเรียกเก็บเงิน 107 บาท ค่าต่อคู่สายโทรศัพท์หลังถูกตัดสัญญาณ จำนวน 78 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 11.8 เรื่องร้องเรียนอันดับสี่ คือ การกำหนดระยะเวลาใช้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินล่วงหน้า จำนวน 75 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 11.3 ในจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 662 เรื่อง หน่วยบริการประชาชนได้ดำเนินการแก้ไขจนผู้บริโภคพอใจและยินดียุติข้อร้องเรียนได้แล้วจำนวน 272 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 54.8
นพ.ประวิทย์ กล่าวอีกว่า ด้าน เรื่องร้องเรียนที่ สบท.ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เช่น การคิดค่าบริการผิดพลาด การกำหนดระยะเวลาใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินล่วงหน้า ความปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์ (การก่อสร้างเสารับ-ส่งสัญญาณ) เนื่องจากหลายเรื่องต้องมีการหารือเพื่อวางแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในระดับนโยบาย และออกเป็นประกาศหลักเกณฑ์ต่อไป สำหรับ ประเด็นเรื่องการเก็บค่าต่อคู่สายโทรศัพท์ 107 บาท พบว่า ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมาเรื่องร้องเรียนได้ลดลง หลังจากที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้ออกคำสั่งที่ 08/2552 เรื่องห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเรียกเก็บค่าบริการโทรคมนาคม การขอเปิดใช้บริการภายหลังจากถูกระงับการให้บริการ จำนวนหนึ่งร้อยเจ็ดบาท สั่ง ณ.วันที่ 23 เม.ย.2552
ผอ.สบท. กล่าวถึงภาพรวมงานตลอดปี 2551 ว่า ที่ผ่านมา สบท.มีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 334 เรื่อง แต่ในปีนี้เพียงแค่ 6 เดือนแรกก็พบว่า มีผู้ร้องเรียนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมมีความสนใจและตระหนักในสิทธิของตัวเองมากขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนของผู้ใช้โทรคมนาคมทั้งประเทศแล้วก็ยังถือว่าไม่มากนัก โดยเฉพาะหากเทียบกับในต่างประเทศที่เพียงสัปดาห์เดียวมีผู้ร้องเรียนถึง 7,000 ราย จนทำให้มีการปรับปรุงคุณภาพบริการจนเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้บริการ
นพ.ประวิทย์ กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาของผู้บริโภคจากกิจการโทรคมนาคม สิ่งสำคัญ คือผู้บริโภคต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเอง โดย สบท.จะเป็นเพื่อนที่ช่วยบรรเทาทุกข์ รวมทั้งการร้องเรียนจะทำให้ สบท.สามารถรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆมาแก้ไขในเชิงระบบ โดยการเสนอเป็นกฎ กติกา เพื่อผู้บริโภครายอื่นจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนต่อไป รวมทั้งนำไปสู่การพัฒนากลไกในการให้บริการโทรคมนาคมที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง




















