ท่านผู้อ่านคิดว่าอุปกรณ์ Tablet ที่มีขนาดเหมาะมือที่สุดสำหรับผู้ใช้งานควรเป็นเท่าไหร่ดี? 5 นิ้ว, 7 นิ้ว, 8.9 นิ้ว หรือ 10.1 นิ้ว? วันนี้ลองมาพิจารณาอีกหนึ่งทางเลือกกันดูทาง Trendy Review ครับ...
มีคำพูดที่ว่าแม้แต่นิ้วมือของคนเราก็ยังมีความสั้นยาวไม่เท่ากันเลย ความต้องการของคนเราก็มีมากน้อยไม่เท่ากันเช่นกัน และจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครที่ฟันธงได้ชัดเจนว่าอุปกรณ์ Tablet นั้น ควรจะมีขนาดเล็กใหญ่เพียงใดจึงจะเหมาะกับผู้ใช้งานที่สุด (แม้ว่า Apple จะฟันธงว่า 9.7 นิ้วคือขนาดที่เหมาะสมมากๆ) สำหรับบางคน 7 นิ้วอาจจะเล็กเกินไป และสำหรับบางคน 10.1 นิ้วอาจจะใหญ่เกินไป ดังนั้น Samsung ก็เลยจัดเต็ม ออกขนาดก้ำกึ่ง 8.9 นิ้วมาให้ และ Trendy Review ของเราก็มีโอกาสได้นำมารีวิวให้ได้อ่านกันครับ


ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab 8.9 นั้นดูเผินๆ แล้วละม้ายคล้ายกับ Samsung Galaxy Tab 10.1 อย่างมาก เรียกว่าถอดพิมพ์เดียวกันมาแล้วย่อขนาดลงเลยก็ว่าได้ ตรงนี้เข้าใจว่าเพราะอยากให้ทั้ง 2 ขนาดนั้นได้ประสบการณ์ที่เหมือนๆ กัน แต่ว่าที่เห็นว่าดีขึ้นอย่างชัดเจนก็คือ มันดูบึกบึนขึ้น ทั้งๆ ที่ความบางของตัวเครื่องก็เท่าเดิม คือ 8.6 มิลลิเมตร

หน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 10.1 เมื่อกดลงไปนิดหน่อยจะเห็นเป็นคราบเหมือนคราบน้ำมันซึมออกมา”

“หน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 8.9 เมื่อกดลงไปด้วยแรงเท่าๆ กัน จะยังไม่เห็นเป็นคราบน้ำมันซึม”
ข้อพิสูจน์หนึ่งที่ผมเห็นก็คือ ตอนที่ผมกดหน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 10.1 โดยออกแรงนิดหน่อย (หรือจริงๆ แค่จับหน้าจอตรงขอบๆ ไว้ แล้วยกตัวเครื่องให้ลอยด้วยมือเดียวก็ได้) จะเห็นคราบเหมือนคราบน้ำมันซึมออกมา ดังรูปที่ 3 ซึ่งแรงที่ใช้กดนี้เป็นแรงกดในระดับที่มีโอกาสได้เจอในการใช้งานปกติได้ แต่หากทำแบบเดียวกันกับ Samsung Galaxy Tab 8.9 นั้นจะไม่เห็นคราบซึมออกมา ... แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีอาการนี้นะครับ แต่ต้องใช้แรงกดมากๆ ซึ่งในการใช้งานปกติเราจะไม่ได้ออกแรงกดมากขนาดนั้น
หน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 8.9 นี่เป็นขนาด 8.9 นิ้วตามชื่อรุ่นเลย มีความละเอียดของหน้าจอ 1280x800 พิกเซล ด้วยความที่มีความละเอียดเท่ากัน แต่มีขนาดหน้าจอเล็กกว่า เลยทำให้ภาพบนหน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 8.9 นั้นคมชัดกว่ารุ่น 10.1 เล็กน้อย ... หน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive รองรับการสัมผัสพร้อมๆ กันได้สูงสุด 10 จุดเท่ากับรุ่น 10.1 และเช่นเคย ไม่มีปุ่มกดใดๆ บนหน้าจอ เพราะ Android Honeycomb นั้นเปลี่ยนปุ่มพวกนี้เป็น Soft Key กันหมดแล้ว … มี Ambient Light Sensor ไว้ปรับระดับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ และมีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
ด้านหลังของ Samsung Galaxy Tab 8.9 ไม่มีอะไรมากมายครับ เป็นพลาสติกเรียบๆ มีกล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล กับ LED Flash เท่านั้นเอง



ด้านบนของตัวเครื่องมีปุ่มเปิดปิดหน้าจอ (ใช้เป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องไปในตัว), ปุ่มปรับระดับเสียง, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., รูไมโครโฟน ไว้ใช้ตอนทำพวก Video Call หรือถ่ายวิดีโอ และช่องใส่ SIM Card … ใครที่เล็บสั้นๆ ทำใจไว้หน่อยครับ เพราะการใส่ SIM Card ต้องดันเข้าไปลึกพอสมควร ทำให้ใส่ยากมาก
ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นลำโพงสเตริโอ ซ้าย-ขวา และพอร์ต 30-pin ใช้ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ และ ใช้ต่อกับอุปกรณ์ USB Adapter เพื่อเสียบพวกอุปกรณ์ USB Flash Drive หรือ USB Keyboard ได้
ด้านแบตเตอรี่นั้น Samsung Galaxy Tab 8.9 ให้มาแบบเผื่อๆ ไว้ที่ 6,100mAh ครับ แต่ว่าถ้าใช้แบบจริงจัง โหมๆ สุดๆ (เล่นเกม เล่นเน็ตผ่านเครือข่าย 3G) ก็อยู่ได้ราวๆ 6 ชั่วโมงนิดๆ ถือว่าไม่มากไม่น้อย
จุดเด่นของ Samsung Galaxy Tab 8.9 เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น
ในขณะที่ Android Tablet ยี่ห้ออื่นๆ จะคล้ายกันมากในส่วนของส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface หรือ UI) เพราะ Google แทบไม่ให้โอกาสในการปรับแต่งใดๆ เลย … แต่ทาง Samsung มีการปรับแต่งเล็กน้อยกับ Samsung Galaxy Tab 8.9 (ซึ่งก็เหมือนกับรุ่น 10.1) คือ มีการเพิ่มส่วน Icon Tray เข้ามา (แต่เท่าที่ลองใช้งานดู ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรมากมายเท่าไหร่) กับการมี Soft Key สำหรับจับภาพหน้าจอมาให้เลย (ตรงนี้เชื่อว่าหลายๆ คนคงพบว่ามันเป็นประโยชน์มากๆ)
อีกจุดที่แตกต่างก็คือ Widget เฉพาะที่ Samsung มีให้ ซึ่งเน้นไปในเรื่องของการเสพข่าวสารข้อมูลต่างๆ และ App ที่ Samsung เตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ ได้แก่

eBook เป็น App ที่คล้ายๆ กับ iBooks ของ Apple ครับ หน้าตาเหมือนชั้นวางหนังสือ เอาไว้เก็บพวกอีบุ๊ก ซึ่งซื้อจากบริการเว็บต่างๆ ได้ และสามารถใช้เปิดไฟล์ PDF พร้อมกับ Highlight สี หรือ ขีดเส้นใต้ ได้ด้วย

Pen memo เป็น App สำหรับใช้ขีดๆ เขียนๆ หรือพิมพ์เพื่อจดบันทึก ใช้คู่กับ Stylus ที่ใช้กับจอสัมผัสแบบ Capacitive ก็จะดีมาก

Photo editor เป็น App สำหรับใช้ตกแต่งภาพเบื้องต้นได้ เช่น การ Crop รูปภาพให้เหลือแต่ส่วนที่ต้องการ, การปรับขนาดของรูปภาพ หรือการใส่เอฟเฟ็กต์สีสันให้กับภาพ เป็นต้น
ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร?
ด้านสเปกและประสิทธิภาพนั้นก็หายห่วงครับ เพราะเหมือนกับ Samsung Galaxy Tab 10.1 เลย คือ
♣ CPU ยังคงเป็น nVidia Tegra 2 Dual-core 1GHz
♣ หน่วยความจำ 1GB
♣ Internal Storage 16GB
♣ กล้องด้านหลัง 3 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอ HD 720p ได้ มีกล้องด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
♣ รองรับ 3G แบบทุกค่ายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด 850/900/1900/2100MHz รองรับหมดเลย (พูดง่ายๆ จะ 3G ค่ายไหนก็ใช้ได้หมด) และรองรับ HSPA+ สูงสุด DL 21Mbps เลยครับ)
ดังนั้นการจะใช้เล่นเกม ดูไฟล์มัลติมีเดียนี่ถือว่าสบายๆ ครับ สำหรับคนที่ชอบดูผลการทดสอบประสิทธิภาพแบบเป็นตัวเลข ผมก็มีมาให้ดูด้วยตามรูปด้านล่างนี้เลย



คุณภาพของกล้องถ่ายรูปและวิดีโอ


ลูกเล่นของกล้องถ่ายรูปของ Samsung Galaxy Tab 8.9 นั้นมีมากกว่า Android Tablet ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Honeycomb ยี่ห้ออื่นๆ มีความเป็น Samsung อยู่เยอะพอสมควรครับ สามารถถ่ายภาพในโหมดต่างๆ ได้ (และที่ประทับใจที่สุดคือโหมดพาโนรามา) ส่วนวิดีโอนั้นสามารถถ่ายได้ 2 ขนาด คือ 480p และ 720p ครับ
อย่างไรก็ดี จากเท่าที่ลองใช้งานพบว่าแม้จะมี LED Flash แล้วก็ตาม แต่ Samsung Galaxy Tab 8.9 ก็ไม่เหมาะที่จะถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอในพื้นที่ที่แสงสว่างน้อยครับ Noise จะค่อนข้างเยอะ ในโหมดถ่ายวิดีโอนั้น Noise จะยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่ แต่ถ้าเป็นการถ่ายในพื้นที่ที่แสงสว่างเพียงพอ ก็ได้คุณภาพของภาพที่ดีพอควรเลย ... แต่ระบบ Tap-to-Focus ที่จะทำการโฟกัสภาพและปรับสมดุลของแสงตามจุดที่เรากำหนดนั้นทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ไม่สามารถปรับความสว่างของจุดที่สว่างจ้าให้มืดลงมาได้เท่าที่ควรครับ
คุณภาพของภาพถ่ายเป็นยังไง ดูรูปนี้ได้


ส่วนคุณภาพของวิดีโอเป็นไปตามวิดีโอนี้เลยครับ
http://www.youtube.com/watch?v=945pGVXrqyA
บทส่งท้ายการรีวิว Samsung Galaxy Tab 8.9
Android Tablet ขนาด 7 นิ้วจะเหมาะสำหรับการพกพาไปไหนมาไหนมาก เพราะแม้แต่สุภาพสตรีก็สามารถใส่กระเป๋าถือไปได้สะดวก ขนาด 7 นิ้วแม้จะไม่ใหญ่ แต่ก็ถือว่าไม่เล็กมาเกินไปสำหรับการเสพสื่อ ทว่า สำหรับการเสพสื่อแล้ว ยังไงหน้าจอใหญ่กว่าก็ได้เปรียบครับ ดังนั้นจอขนาด 10.1 ก็จะได้เปรียบ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยขนาดเทอะทะหน่อย ถือลำบาก และพกใส่กระเป๋าไม่สะดวก ... ดังนั้น ขนาดจอ 8.9 นิ้ว ของ Samsung Galaxy Tab 8.9 จึงถือเป็นการประณีประณอมระหว่างขนาดกับความสะดวกในการใช้งาน เพราะหน้าจอ 8.9 นิ้วถือว่าใช้เสพสื่อโดยได้ประสบการณ์ไม่แพ้หน้าจอ 10.1 นิ้วมากนัก แต่ว่าการหยิบจับถือนี่นับว่าสะดวกกว่าพอสมควรทีเดียว อย่างไรก็ดี ขนาดก็ยังถือว่าใหญ่ไปนิดสำหรับการที่สุภาพสตรีจะใส่กระเป๋าถือพกพาครับ
คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Blog: http://kafaak.wordpress.com




















