advertisement

ชมรมนักข่าวไอที รวมพลสื่อ-พีอาร์ หารือร่วมงานยุคโซเชียลฯ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2554 20:30

ชมรมนักข่าวไอที จับมือ ส.นักข่าวฯ เปิดเวทีเสวนาสื่อ-PR ยุคโซเชียลมีเดีย : ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป?  สนับสนุนโดย ดีซี หวังหารือการทำงานในยุคโซเชียลระหว่างนักข่าว และพีอาร์ร่วมกัน...

วันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดเสวนา สื่อ-PR ยุคโซเชียลมีเดีย : ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป? สนับสนุนโดย บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์มาเก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด โดยมีวิทยากรร่วม ประกอบด้วย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายอรุณ ลอตระกูล ผู้ช่วยบรรณาธิการ หนังสื่อพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และนายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี โดยมีนางสาววัลยา แสงทอง ผู้สื่อข่าวสายไอที บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานเสวนา ว่า สืบเนื่องจากยุคเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในแวดวงการทำข่าว และการ  ประชาสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง ทำให้การติดต่อระหว่างนักข่าว และพีอาร์ เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยมีโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเหตุนี้ สื่อกระแสหลักก็ไม่ใช่ทางเลือกแล้ว ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือ         

นายอรุณ ลอตระกูล ผู้ช่วยบรรณาธิการ หนังสื่อพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขณะนี้ ข่าวสารยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กมีผลกระทบต่การรับรู้ จากกรณีการปลุกระดมที่ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทต่อการรับรู้ข่าวสาร ส่วนนักข่าวบางส่วนที่เข้าถึงการใช้เครื่องมือที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารนั้นเหมือนดาบ2 คม มีความเร็ว แต่ถ้าคนส่งไม่ตระหนักถึงสารที่ส่งออกไป ก็จะมีปัญหา ขณะที่ ในส่วนของพีอาร์ ต้องมีบทบาทของตัวเอง

ด้าน นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์มาเก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า หลังจากมีโซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าการทำงานเปลี่ยนไป บางครั้งไม่ต้องผ่านเลขาฯ เป็นความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ได้รับการยอมรับ  

ขณะที่ นางสาวอศินา พรวศิน ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ในฐานะนักข่าวสายไอที บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) และบรรณาธิการโซเชียลมีเดีย หนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น กล่าวว่า นักข่าวสามารถนำโซเชียลมีเดียมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานข่าว ทั้งในแง่การสื่อข่าว การโปรโมทข่าว และการให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ สื่อมวลชนมืออาชีพจะใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ และเป็นสื่ออย่างหนึ่งโดยมีกรอบจริยธรรมในการทำงาน เหมือนสื่ออื่นๆ ด้วย   

ขณะที่ หนึ่งในนักข่าวผู้ร่วมเสวนา กล่าววว่า ขณะนี้ การใช้งานโซเชียลมีเดียมีความสุ่มเสี่ยงในเรื่องการตรวจสอบนักข่าว ซึ่งได้มีบุคคลที่ไม่ใช่นักข่าวตัวจริง แอบอ้างว่าเป็นนักข่าว ทั้งนี้ อาจจะมีผลกระทบแก่องค์กรสื่อและผู้สื่อข่าว แต่ในเรื่องของการสื่อสารในรูปโซเชียลมีเดีย ของกลุ่มองค์กรกลุ่มธุรกิจนั้น มีพีอาร์หรือผู้บริหารระดับสูงที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ของธรรมชาติในการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งถ้าหากจำแนกได้ก็จะเป็นประโยชน์  แต่ถ้าไม่เข้าใจจะมีผลกระทบต่อการทำงาน และวิธีการสื่อสารในกิจกรรมที่จัดขึ้น 

นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวสรุปว่า สิ่งที่ได้คุยวันนี้ ทำให้มีความเข้าใจว่าสื่อออนไลน์แตกต่างจากสื่อดั้งเดิม ขณะที่ มั่นใจได้ว่าถ้าเป็นนักข่าวที่อยู่ในสื่อก็จะมีการหล่อหลอมวิชาชีพ และข้อมูลร่วมกัน เพื่อการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งความเห็นในวันนี้ แม้ว่าจะเป็นมุมมองที่แตกต่าง แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นสื่อที่เป็นมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปในยุคโซเชียลมีเดีย ในส่วนของสื่อวันนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่พนักงานส่งเอกสาร แต่ต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มขึ้นด้วย แต่ข้อดีของนักข่าว คือ รู้ว่าจะใช้ผู้เชี่ยวชาญคนไหนพูดให้ข่าว และนักข่าวต้องยึดมั่นในจริยธรรมและวิชาชีพเพื่อให้เกิดความชัดเจนผู้ที่ทำงานในพีอาร์ และมาร์เก็ตติ้ง ผู้บริโภคเข้าใจอย่างชัดเจนว่านักข่าวเป็นเรื่องของจริยธรรมและวิชาชีพ สุดท้ายนักข่าวต้องเห็นใจ และเข้าใจพีอาร์บ้าง ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย

ส่วนพีอาร์ ต้องแบ่งให้ชัดเจนว่านักข่าวและบล็อกเกอร์ต้องการข้อมูลอะไรบ้าง และต้องทำการบ้านตลอดเวลา เพราะเรื่องจต่างๆเปลี่ยนเร็ว ดังนั้นพีอาร์ต้องศึกษาโซเชียลมีเดีย และนักข่าวทีใช้โซเชียลมีเดียด้วยว่าต้องการอะไร หรืออยู่ตรงไหน คิดอะไร 


โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement