advertisement

เยี่ยม CVN-73 "จอร์จ วอชิงตัน" ฐานบินลอยน้ำแห่งแปซิฟิค

โดย จุลดิส รัตนคำแปง 21 ส.ค. 2554 07:00

เยี่ยมเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ กับสุดบอดฐานบินลอยน้ำพลังงานนิวเคลียร์ CVN-73 "จอร์จ วอชิงตัน" เรือธงของกองเรือที่ 7 ในฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค สัญลักษณ์ให้พลังอำนาจทางทหาร เพื่อถ่วงดุลสันติภาพ...

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาใครขับรถผ่านท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จ.ชลบุรี หรือได้ทำงานอยู่บริเวณนั้น คงได้เห็นเรือบรรทุกเครื่องบินยักษ์ลำโตเที่ยบท่าจอดตั้งตระหง่านแน่นอน นี่คือการแวะมาจอดพักอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เมื่อปี 2553 เคยแวะมาเยี่ยมเมืองไทยไปแล้ว ของหนึ่งในเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น นิมิตซ์   ชั้นย่อย ธีโอ ดอร์ รูสเวลล์ รหัส CVN-73 ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน  USS George Washington (CVN-73) ซุปเปอร์แครริเออร์ ของกองทัพเรือสหรัฐ เรือลำนี้มีที่ตั้งปฏิบัติการอยู่ที่ฐานทัพเรือโยโกสุกะ เมืองโยโกสุกะ ประเทศญ่ีปุ่น  เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือสหรัฐในฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค และยังเป็นเรือธงของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐอีกด้วย 


สำหรับข้อมูลของเรือเข้าประจำการเมื่อวันที่ 4 ก.ค.1992 มีชื่อเล่นเรียกว่า "GW"  คติพจน์ประจำเรือ "Spirit of Freedom" ขนาดความยาวของเรีือที่ยาวถึง 333 เมตร กว้าง 78 เมตรสูง 74 เมตร สามารถบรรทุกเครื่องบินได้ 80 ลำ มีพื้นที่บนดาดฟ้าลานบินถึง 4.5 เอเคอร์ หรือ ประมาณ 18,000 ตร.ม.มีลิฟต์ขนาดยักษ์ 4 ตัวเพื่อยกเครื่องบินจากโรงเก็บ 3 โรงใต้ดาดฟ้าขึ้นสู่ลานบินได้พร้อมกันคราวละ 2 ลำ จำนวนลูกเรือสูงสุด 3,200 คน (แต่ที่มาเมืองไทยประมาณ 2,800 คน) เครื่องส่งเครื่องบินแรงดันไอน้ำ (คาตาพลัสต์) 4 ราง ดาดฟ้าเฉียงสำหรับเครื่องบินร่อนลงจอด พร้อมลวดหยุดเครื่องบิน 4 เส้น

มีเตาปฏิกรณ์พลังงานนิวเคลียร์แบบ เวสตฺติงเฮาส์ A4W จำนวน   2 เตา เครื่องยนต์กังหันไอน้ำ 4 เครื่อง  4  ใบจักร ให้กำลัง 260,000 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 30 น็อต (56 กม./ชม.)  พิสับการปฏิบัติการไม่จำกัด อายุการใช้งานเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ประมาณ 20 ปี  สามารถเลี้ยวให้เรือเอียงได้สูงสุด 15องศา ออกปฏิบัติการในทะเลได้นาน 3 เดือนโดยไม่ต้องกลับเข้าฝั่ง  ใช้งบประมาณในการต่อเรือถึง 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ 


อย่างไรก็ตามสำหรับห้องครัวของเรือ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่แทบไม่ได้หยุดพักเลย เพราะต้องทำงาน 23 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงลูกเรือตลอด 4มื้อ หรือ 18,000 ชุดต่อวัน โดยเมนูถูกำหนดมาให้พ่อครัวปรุงอาหารชั้นดี จากวัตถุดิบที่ถูกเก็บอยู่ในห้องเสบียงตุนอาหารสดได้นาน 1 เดือน หลังจากนั้นจะเป็นอาหารกระป๋อง และอาหารแห้งที่มีอยู่ ส่วนในด้านของน้ำดื่มเพื่อการอุปโภคบริโภค ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน สามารถผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลได้กว่า 400,000 แกลลอนต่อวัน เมื่อขึ้น ไปบนเรือทางเดินในเรือกว่างเพียงแค่ 2 คนเดินสวนกันได้ ทุกส่วนของเรือมีประตูฝากั้นน้ำเป้นช่องทางเชื่อมต่อ แต่ละชั้นมีบันไดที่สูงชันมากไว้ใช้ขึ้นลง  มีห้องเป็นส่วนๆ ทั่วเรือกว่า 2,500 ส่วน

ทุกส่วนของเรือล้วนเป็นที่พักอาศัยของลูกเรือ หากเป็นทหารชั้นประทวนก็จะนอนในห้องเตียงรวม ยูนิตละ 6 คน สลับสับเปลี่ยนกันพักผ่อน ส่นนายทหารจะมีห้องพักของแต่ละคนอยู่รวมกัน 4-6 คน โดยแต่ละคนจะมีล็อกเกอร์เก็บของใช้ส่วนตัว และเสื้อผ้า ส่วนเตรียงต้องแบ่งกันนอน มีเพียงม่านบังแสงรูดปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวเวลานอนเท่านั้น อากาศภายในถูกปรับอุณหภูมิให้เย็นสบาย เพราะติดตั้งระบบปรับอากาศทำความเย็นถึง 2,520 ตัน หรือเทียบเท่ากับเครื่องปรับอากาศตามบ้านมากว่า 2,000 หลัง เรียกได้ว่า ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เป็นเมืองลอยน้ำขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว

ในด้านกำลังทางอากาศยาน มีกองบินนาวีที 5 ประจำการอยู่ มีทั้งหมด 8 ฝูงบินบนเรือฯ ประกอบด้วย 


ฝูงบินขับไล่โจมตีหลัก 4 ฝูงบินได้แก่ VFA-27 Royal Maces, VFA-115 Eagles และ VFA-195 Dambusters ใช้เครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ เอฟ/เอ 18 อี (ที่นั่งเดียว) ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต VFA-102 Diamondbacks ใช้เครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ เอฟ/เอ 18 เอฟ  (2 ที่นั่ง) ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต รับหน้าที่ด้านสกัดกันภัยคุกคามทางอากาศ และสนับสนุนการโจมตีทาอากาศแก่กองกำลังภาคพื้นดิน ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี และ ระเบิดนำวิถีแบบต่างๆ โดยเครื่องจ่าฝูงของแต่ละฝูงจะถูกทำสีที่แพนหางไว้อย่างสวยงาม ส่วนเครื่องลูกฝูงจะทำสีแบบโลว์วิสบิลิตี้ เป็นลายพรางสีเทาขาว


นอกจากนี้ เอฟ/เอ-18 อี/เอฟ ยังสามารถสนับสนุน ภาระกิจการเติมน้ำมันกลางอากาศให้แก่เครื่องบินลำอื่นๆ ด้วยอุปกรณ์ถังเชื้อเพลิงภายนอก ดัดแปลงพิเศษให้มีท่อรับน้ำมันแบบโพรบ (งวง) ในกรณีที่เครื่องยังไม่สามารถร่อนลงบนเรือบรรทุกเครื่องบินได้ ก็จะมีเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศไป เติมให้เพื่อรอเวลาได้ร่อนลง



ฝูงบินแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าประจำเรือบรรทุกเครืองบิน VAW-115 Liberty Bells ใช้เครื่องบิน อี-2 ซี ฮอวก์อายส์ 2000 (เป็นรุ่นปรับปรุงเครื่องยนต์เป็นแบบเทอร์โบพร็อบใบพัด 6 กลีบ มีการติดตั้งะบบคอมพิวเตอร์ใหม่ Cooperative Engagement Capability รวมทั้งอัพเกรดระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม) เป็นเครื่อเอแวกส์แบบเดียวที่มีของ ทร.สหรัฐฯ


ฝูงบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ VAQ-136 The Gauntlets ใช้เครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ หรือ แจมเมอร์  แบบ อีเอ-6 บี โพรวเลอร์  สำหรับการมาเมืองไทยครั้งนี้ จะเป็นช่วงสุดท้ายของการประจำการของเครื่องโพรว์เลอร์ในกองทัพเรือสหรัฐ ก่อนที่จะปลดประจำการ และทดแทนด้วยเครื่องบินแบบ อีเอ-18 จี โกรวเลอร์ ที่เป็นเครื่องซุปเปอร์ฮอร์เน็ต ถูกดัดแปลงให้ติดตั้งกระเปาะสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และระบบตรวจจับอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สำหรับก่อกวนเรดาร์ข้าศึก และทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ 

ฝูงบินขนส่งและสนับสนุนกองเรือที่ 30 VRC-30 Providers ใช้เครื่องบินลำเลียงแบบ ซี-2 เอ เกรย์ฮาว์ด เครื่องบินขนส่งแบบใบพัด 2 เครื่องยนต์เทอร์โบพร็อบ แบบเดียวที่สามารถ ขึ้น-ลงบนเรือบรรทุกเครื่องบินได้  มีลักษณะคล้ายกับเครื่อง ซี-2 ฮอว์กอาย แต่มีลำตัวที่กว้างกว่า และสามารถเปิดท้ายได้ ภายในมีที่นั่งผู้โดยสารแบบพับได้ ใช้เป็นเครื่องบินเมล์ขนส่งระหว่างฐานบนบกและเรือบรรทุกเครื่องบิน

ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำที่ 14 (HS-14)  Chargers ใช้เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบเอสเอช-60 เอฟ ซีฮอว์ก รุ่นพิเศษผลิตขึ้นมาเพื่อกองทัพเรือสหรัฐ ติดตั้งโซนาร์แบบชักหย่อนได้ และทุ่นโซโนบุย เพื่อตรวจจับสัญญาณเสียงของเรือดำน้ำ และกล้องมองในเวลากลางคืน  มีอาวุธเป็นตอร์ปิโดนำวิถีด้วยเสียงปราบเรือดำน้ำ Mk 46, MK 50และ MK 54 หรือ หากใช้ในภาระกิจกู้ภัยสามารถติดปืนกลข้างประตูแบบ M60D, M240D ขนาด 7.76 มม.หรือ GAU-16 แบบ .50 คาลิเบอร์ได้



และ เอชเอช-60 เอช  ซีฮอว์ก สำหรับภาระกิจสนับสนุนทางอากาศ และกู้ภัย ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความอยู่รอดของอากาศยาน  Aircraft Survival Equipment (ASE) ประกอบด้วย ระบบลวงการปล่อยความร้อน ALQ-144 เรื่องจับเป้าเลเซอร์  AVR-2  ระบบเรดาร์ตรวจจับ APR-39(V)2 ระบบตรวจจับขีปนาวุธนำวิถี  AAR-47 และเครื่องยิงเป้าลวงแชฟท์ และแฟลร์ ALE-47 สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านรถถัง AGM-114 เฮลล์ไฟร์  และติดตั้งปืนกลอากาศหนักแบบ M60D, M240, GAU-16 and GAU-17/A หรือปืนแกตลิง มินิกันลำกล้องหมุน

เรือจอร์จ วอชิงตันได้เข้าร่วมปฏิบัติการในหลายสมรภูมิ และเข้าไปมีส่วนร่วมในหลายภาระกิจ  อาทิ การรักษาสันติภาพในบอสเนีย และเฮอเซโกวินา ลาดตระเวนในเขตห้ามบิน ในปฏิบัติการ สงครามปลดปล่อยอีรัก การซ้อมรบร่วมกับมิตรประเทศ เช่น ญีี่ปุ่น เกาหลีใต้ ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด ในเกาหลีเหนือ  การโจมตีเกาะยังเปียว  การเดินทางไปแวะจอดพักนอกชายฝั่งเมืองดานัง ประเทศเวียดนามในโอกาสครบรอบ 15 ปีของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและเวียดนาม ภายหลังสงครามเวียดนามสิ้นสุด รวมถึงภาระกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น  และเหตุเตาปฏกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่เมืองฟุกุชิมะระเบิด แต่เรือได้ออกจากภาระกิจก่อนกำหนด เนื่องจากหวั่นจะได้รับอันตรายจากกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลออกมา สำหรับ การแวะพักของยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ครั้งนี้ได้ช่วยทำให้ธุรกิจของเมืองพัทยากลับมาคึกคักอีกทั้ง ยังทำให้อาหารอย่างพิซซา และโดนัท ขายดิบขายดี เพราะลูกเรือสหรัฐอยู่ในทะเลมานาน ไม่ได้กินพิซซาร้อนๆ เลย


จากการที่ได้เดินขึ้นเรือ เรียกได้ว่าเดินกันอ้วกแตก เพราะมันใหญ่มากจริงๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงตามเวลาที่ทางเรือกำหนดให้แขกเยี่ยมชม ก็ถึงเวลาที่ต้องอำลาเรือยักษ์ลำนี้แล้ว ถือเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดอีกลำหนึ่งที่มนุษย์เคยสร้างมา เป็นรองเรือสินค้าขนาดยักษ์ และ เรือบรรทุกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง "ซีไวส์ไจแอนท์" ที่ปัจจบันถูกหั่นขายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว ทั้งนี้ ทร.สหรัฐฯ มีแผนใช้งานจนถึงปี ค.ศ. 2016

อนาคตของเรือชั้นนิมิตซ์ จะถูกทดแทนด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ ชั้น เจอร์รัลด์ อาร์.ฟอร์ด CVN-79 ที่จะเข้าประจำการแทนเรือ ยูเอสเอสเอ็นเทอร์ไพร์ส (CVN-65) เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ.2015 ส่วนเรือยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน หลังจากผ่านช่วงอายุการใช้งาน 20 ปีในปี ค.ศ.2012 เมื่อเติมเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใหม่ และปรับปรุงเรือใหม่ก็ยังสามารถใช้งานต่อได้อีกหลายสิบปีเช่นกัน...


ข้อมูลอ้างอิง USS George Washington (CVN-73)
http://en.wikipedia.org/wiki/CVN-73
รูปภาพประกอบ Chuladis Ratanakhumpaeng
Twitter: evoflo

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement