ในงานคุยไปกินไป ครั้งที่ 2 ระดมบล็อกเกอร์ นักเคลื่อนไหวเสรีภาพสื่อออนไลน์ ร่วมหานิยามของอินเทอร์เน็ต-พฤติกรรมบนสังคมไซเบอร์ที่มีผลต่อกฎหมาย...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (11 ก.ค.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต ได้จัดงาน “คุยไปกินไป ครั้งที่ 2 ตอน "อินเทอร์เน็ตคือโลก?” เพื่อร่วมหาคำตอบจากสมาชิกบล็อกเกอร์ สื่อออนไลน์ คนทำเว็บไซต์ นักเคลื่อนไหวเสรีภาพสื่ออนไลน์ และผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ในคำถามที่ว่า อินเทอร์เน็ต คือ อะไร เป็นแค่สื่ออย่างหนึ่ง เป็นเครื่องมือในการรับรู้แลกเปลี่ยนข่าวสาร เป็นพื้นที่อีกแห่งของโลกนี้ หรือถึงกับเป็นโลกใบใหม่ อันเกี่ยวเนื่องไปสู่การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และมุมมองที่มีต่อกฎหมาย และการควบคุมอินเทอร์เน็ตของภาครัฐ
นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล นักพัฒนาระบบจากบริษัทโอเพ่นดรีม กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า เนื่องจาก ขณะนี้ อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนของคนในสังคม โดยมีการมองอินเทอร์เน็ตในมุมมองต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อ อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือเทคโนโลยี และมองว่าอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ทางสังคม โดยหากมองว่าอินเทอร์เน็ต คือโลกของมนุษย์อีกด้านหนึ่ง หรือเป็นสื่อ (Media) ภาครัฐย่อมต้องออกกฎหมายมาควบคุม เพื่อกำหนดระเบียนสร้างความเรียบร้อย เนื่องจากคนใช้อินเทอร์เน็ตในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน
กก.พลเมืองเน็ต กล่าวต่อว่า แต่ในมุมคนออนไลน์ยังมองว่าอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่เสรี และพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัว การออกฎหมายมาควบคุม เช่น พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ที่กำหนดเรื่องการจัดเก็บข้อมูลการจาราจรทางคอมพิวเตอร์ เท่ากับว่าการไป-มาบนโลกออนไลน์ถูกจับตามอง และเก็บข้อมูลไว้ตลอด จะขัดกับสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ การอ้างว่าเก็บข้อมูลการใช้งานแล้วป้องกันอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ สมเหตุสมผลมากน้อยแค่ไหน ความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ทำได้จริงหรือไม่
นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า งานเสวนาในครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการหาคำตอบ เพราะยิ่งพูดถึงอินเทอร์เน็ตก็ยิ่งเห็นภาพที่ไกลตัวผู้ใช้งาน แต่ไม่ต้องการมาเพื่อแก้กฎหมายฯ เพราะยิ่งพูดมากเท่าใดก็กลับไปสู่เรื่องเดิม แต่หากสามารถตีความหมาย และรู้ถึงมุมมองของคนในสังคมไทยที่มีต่ออินเทอร์เน็ต ที่มักถูกมองจากผู้ใหญ่ในสังคมในแง่ลบ เป็นปัญหาร้ายแรง อาจได้มุมมองที่มากกว่าที่กล่าวข้างต้น เนื่องจากอินเทอร์เน็ตกลายเป็นชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ เครือข่ายพลเมืองเน็ตจึงอยากมองไปข้างหน้าในอีกหลายปีจากนี้ เพื่อหาทางรับมือปัญหาที่จะถาโถมเข้ามาหากสังคมออนไลน์ขยายตัว หรือมีบริการใหม่ๆ ในอนาคต
ด้านนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไทย และกรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า การที่ภาครัฐต้องเข้ามาควบคุมดูแลสังคมออนไลน์ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาที่คนในสังคมมองอินเทอร์เน็ตแง่ลบนั้น เมื่อเปิดเรื่องไม่ดีไม่งามต่อเด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ต โดยปัญหาอยู่ที่ผู้ใหญ่ที่มีความห่วงใยกับการใช้อินเทอร์เน็ตของลูกหลานจนเกินไป จึงเหมารวมว่าอินเทอร์น็ตเป็นเรื่องไม่ดี ส่งผลให้เด็กไม่มีโอกาสได้ใช้ความคิดของตัวเอง สุดท้ายเหมือนกับความห่วงใยได้มาทำร้ายเด็กและเยาวชน เพราะถูกปิดกั้นการรับรู้ หรือ เรียนรู้สังคมออนไลน์ของตัวเด็กเอง




















