ทีมวิน แชมป์หุ่นยนต์ เผยเทคนิคการบังคับหุ่นยนต์ให้คล่อง ด้วยการฝึกบังคับรีโมทคอนโทรลมือเปล่า ก่อนถึงเวทีประชันสร้างหุ่นยนต์โลกที่สหรัฐฯ...
หลังจากการแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 (Robot Design Contest 2011: RDC 2011) รอบชิงชนะเลิศ จัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ เอ็มเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสถาบันการศึกษาทั้ง 4 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยได้รับการสนับสนุนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตประเทศไทย หรือ กฟผ. การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อเฟ้นหาทีมตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในเวทีสร้างหุ่นยนต์ระดับโลก IDC RoBoCon 2011 ที่สหรัฐฯ ในเดือนส.ค. 2554 นี้

รศ. ดร. วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ เอ็มเทค ชี้แจงว่า การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ ครั้งที่ 4 นี้ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยมีโอกาสแสดงความสามารถ โดยการนำวิชาความรู้ด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมหลากหลายสาขามาใช้ในการออกแบบสร้างสรรค์หุ่นยนต์ ซึ่งเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ล้ำค่า นอกเหนือจากการได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้เรียนรู้วิธีการทำงานตลอดจนการอยู่ร่วมกันแล้ว ยังช่วยให้รู้จักความสามัคคี รู้แพ้รู้ชนะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตการทำงานในวิชาชีพวิศวกรต่อไป
ผอ.เอ็มเทค ชี้แจงต่อว่า เป้าหมายของการสนับสนุน เราต้องสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของหุ่นยนต์ ซึ่งมหาวิทยาลัยบางแห่งในโลกมีหลักวิชาสอนหุ่นยนต์กันแล้ว เนื่องมาจากในปัจจุบันศาสตร์เกี่ยวกับหุ่นยนต์จะมีความสำคัญมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นเพราะอนาคตหุ่นยนต์จะเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตมากขึ้น ฉะนั้นการจัดแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ครั้งนี้ จึงเป็นกิจกรรมนอกหลักสูตรที่ช่วยเตรียมความพร้อมและกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในหมู่นิสิตนักศึกษาทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและอาชีวศึกษา ในการทำโครงการหุ่นยนต์ที่มีความซับซ้อนสูงมากขึ้นตามลำดับ และเชื่อว่าแม้ว่าศาสตร์เทคโนโลยีหุ่นยนต์จะยังใหม่อยู่สำหรับทุกประเทศ แต่หากประเทศไทยมีการพัฒนาด้านนี้อย่างจริงจังก็จะสามารถพัฒนาได้ทันตามประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านหุ่นยนต์ได้อย่างแน่นอน

สำหรับการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศปีนี้ มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขัน จำนวน 12 ทีม จาก 24 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยทางผู้จัดงานเชื่อว่า ตลอดเส้นทางการแข่งขันนับจากวันแรกของการรับสมัคร การคัดเลือกสมาชิกเข้าร่วมทีม การอบรมเวิร์คช็อป การแข่งขันรอบคัดเลือกที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงรอบชิงชนะเลิศ จะมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถ ให้แก่เยาวชนผู้เข้าแข่งขัน และยังนับเป็นการชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทย ที่สามารถนำศาสตร์วิชาความรู้ด้านวิศวกรรม และศาสตร์ด้านบริหารจัดการ มาทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมต่างสถาบัน ภายใต้สภาวะข้อจำกัดต่างๆ
ในส่วนรูปแบบของการแข่งขันฯ คือ ทีมแข่งขันจะประกอบด้วย นิสิตนักศึกษาคละสถาบันการศึกษา และจะได้รับการอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้ด้านการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ ในระหว่างวันที่ 9 - 27 พ.ค. 2554 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี โดยปีนี้ได้กำหนดหัวข้อการแข่งขันฯ คือ “Green Energy for The Green Planet” เพื่อเน้นย้ำให้เยาวชนตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม รู้จักนำพลังงานสีเขียวมาใช้ในภาวะที่โลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ภาวะโลกร้อน โดยผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีมจะออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อจัดเก็บพลังงานทดแทนซึ่งได้จำลองสนามแข่งขันให้เป็นฐานพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ

สำหรับทีมชนะเลิศ คือ ทีม wind รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง คือ ทีม Geothermal และรองชนะเลิศอันดับสอง คือ ทีม Solar
ทั้งนี้ การแข่งขัน IDC RoBoCon หรือ การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี บราซิล เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และประเทศไทย การแข่งขันรายการนี้มีมาตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งประเทศไทยได้ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันในเวทีสร้างหุ่นยนต์ระดับโลกนี้ครั้งแรกในปี 2550 และต่อเนื่องจนปัจจุบัน โดยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ถึง 4 ปีซ้อน ในการแข่งขัน “IDC RoBoCon 2007” ที่จัดขึ้นในประเทศไทย การแข่งขัน “IDC RoBoCon 2008” ที่ประเทศบราซิล และการแข่งขัน “IDC RoBoCon 2009” ที่ประเทศญี่ปุ่น และ การแข่งขัน “IDC RoBoCon 2010” ที่ประเทศจีน

นายสมพงษ์ จารุจิตจำเริญ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชายานยนต์ ชั้นปีที่ 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าทีมวิน (Wind) เล่าให้ฟังว่า เวทีนี้ไม่เหมือนอื่น เพราะทุกคนในทีมไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างสถาบันกันแต่มารวมเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเหตุนี้ จึงมีอุปสรรคในการสื่อสาร และหลักวิชาการ ที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกคนในทีม ขณะที่ ส่วนตัวมีบาดแผลติดมาจากการแข่งขันเวทีระดับภูมิภาค หลังจากเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่เหมือนเป็นคนทำทีมแพ้ เพราะบังคับหุ่นยนต์ด้วยรีโมทคอนโทรลผิดพลาด ดังนั้นเมื่อชนะเลิศเวทีนี้ จึงต้องฝึกซ้อมการบังคับหุ่นยนต์ด้วยรีโมทคอนโทรลให้ชำนาญ ซึ่ง 1 ใน 5 เพื่อนร่วมทีมแนะนำ
“เวทีระดับประเทศ ต้องขยันฝึกซ้อม โดยเฉพาะการบังคับหุ่นยนต์ด้วยรีโมท ซึ่งใช้เป็นรีโมทลมจำลองเหมือนบังคับหุ่นยนต์คนเดียว เป็นวิธีที่เพื่อนแนะนำมา เลียนแบบเวลานักบินขับเครื่องบินเจ็ท ทำตามที่ฝึกบิน เวลาทำมือ หรือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ใช้มือบังคับ ซึ่งเห็นผลทันที ช่วยให้ข้อผิดพลาดดีขึ้น” ตัวแทนทีมแชมป์ กล่าว
นายสมพงษ์ เล่าต่อว่า การลงการแข่งขันที่ สหรัฐฯ ทีมวินต้องแยกออกจากกัน เพื่อไปรวมทีมจากประเทศอื่นๆ โดยใช้วิธีจับฉลาก จึงอาจก่อให้เกิดอุปสรรคด้านภาษา และการสื่อสาร แต่ทั้งนี้ สามารถใช้การวาดภาพ และภาษาท่าทางมาช่วยได้ นอกจากนี้ ยังฝากถึงน้องๆ ที่จะเข้าร่วมโครงการครั้งต่อไปว่าอย่าเปิดโลกทัศน์ของตัวเอง หรืออย่าคิดว่ามันยาก เพราะทุกอย่างไม่ได้ยากเกินความสามารถ รวมทั้ง ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนการให้ทุนการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศด้านหุ่นยนต์ เพื่อให้กลับมาพัฒนาประเทศต่อไป
การไปเยือนครั้งนี้ น้องๆ ทีมวิน ไม่ได้ไปโชว์ศักยภาพด้านหุ่นยนต์ที่รู้จักกันสากลอย่างเดียว แต่ต้องเตรียมตัวงัดกลยุทธ์ความเป็นไทยให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งเป็นการบ้านให้นักคิดรุ่นใหม่ได้ใช้ความรู้ ความสามารถ ถ่ายทอดความเป็นอะเมซิ่งไทยแลนด์ ให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ นับถอยหลังอีกเพียงไม่นาน ทีมวิน ก็จะลงสนามประชันความสามารถที่เกิดประโยชน์ โดยชื่อมั่นว่า แรงใจและการฝึกซ้อมจะช่วยผลักดันให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าการประชันครั้งนี้จะเป็นการชิมลางครั้งแรกของพวกเข้าก็ตาม...
ทีมข่าวไอทีออนไลน์




















