เตรียมชงนายกฯ ทางออกสัญญาสัมปทานดาวเทียมก่อนดวง 1-2 หมดอายุกลางปี53 คาดสิ้นปีนี้รู้ผล ยืนยันคลังให้ค้ำประกันเงินกู้ 3จี ปักธงเปิดให้บริการกรุงเทพฯ เฟทแรกสิ้นเดือนธ.ค.52…
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมหารือนอกรอบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับความจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาสัปมทานดาวเทียมก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือครม. พิจารณาต่อไป โดยคาดหวังว่าภายในสิ้นปี 2552นี้จะได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินงาน
รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า ทีมกฎหมายกำลังศึกษารายละเอียดสัญญาสัมปทานดาวเทียม เพื่อเตรียมการล่วงหน้ากรณีดาวเทียมไทย1 และไทยคม 2 ที่จะหมดอายุการใช้งานประมาณกลางปี 2553 หรือปีหน้า รวมถึงกรณีสร้างดาวเทียมดวงใหม่ หรือดาวเทียมทดแทน ว่าจำเป็นต้องหาบริษัทร่วมทุนจากต่างประเทศหรือไม่ อีกทั้งการเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาเช่าใช้วงโคจรดาวเทียม หรือการขายวงโคจรดาวเทียม โดยทั้งหมดต้องรอนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงไอซีทีหารือร่วมกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกทช. เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมกันแล้ว
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นกระทรวงฯ จะเป็นเจ้าภาพในฐานะเจ้าของสัญญาสัมปทาน ขณะที่กทช.ดูแลด้านคลื่นความถี่ และกิจการระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องศึกษารายละเอียดที่มีอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการพิจารณาความคุ้มค่าต่อประเทศเนื่องจาก ต้องการเห็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่าเดิม หลังจาก 12 ปี ที่ผ่านมา กระทรวงไอซีที นำรายได้สัญญาสัมปทานไทยคมคืนให้กับกระทรวงการคลังรวมเป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท
รมว.ไอซีที กล่าวด้วยว่า การดำเนินโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะแหล่งเงินกู้ โดยเชื่อว่ากระทรวงการคลังจะค้ำประกันให้ภายใต้วงเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้ง มั่นใจว่าจะสามารถเปิดให้บริการเฟสแรกในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ทันในเดือนธ.ค.2552 หรือปลายปีนี้




















