360 องศากับ'เวิลด์คัพ2010แอฟริกาใต้' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

360 องศากับ'เวิลด์คัพ2010แอฟริกาใต้'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2553 11:45
3,742 ครั้ง


ทำความรู้จักประเทศแอฟริกาใต้ ดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ, วัฒนธรรม, ชาติพันธุ์และชนเผ่า ซึี่งครั้งหนึ่งเคยมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ก่อนที่สุดท้าย ทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันจนสร้างชาติและได้เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้...

Say Hi!...‘แอฟริกาใต้’

เผยโฉมดินแดนแอฟริกาใต้

แอฟริกาใต้ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของทวีปแอฟริกา อดีตเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ก่อนได้รับเอกราชในปี 1910 หลังจากมีการต่อสู้กันระหว่างชนผิวดำพื้นเมืองที่เรียกร้องอิสรภาพกับชนผิวขาวชาติจักรวรรดินิยม ปัจจุบัน แอฟริกาใต้ มีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ มีเมืองหลวง 3 เมือง ได้แก่ เคปทาวน์ (ทางฝ่ายนิติบัญญัติ), พริทอเรีย (ทางฝ่ายบริหาร), โบลเอมฟอนเทอิน (ทางฝ่ายศาล)

ดินแดนแห่งนี้มีความหลากหลายในทางมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา และเผ่าพันธุ์ โดยมีชาวพื้นเมืองผิวขาวได้แก่ ชาวแอฟริกัน ที่สืบเชื้อสายจากชาวดัตช์ ที่มาตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มแรก ปัจจุบันมีทั้งชาวดัตช์ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ และชนเผ่าพื้นเมือง คือ ซูลู

แอฟริกาใต้ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีพื้นใหญ่สุดในทวีปแอฟริกาใต้ โดยมีลักษณะภูมิประเทศแบบทะเลทรายและทุ่งหญ้าสะวันนา รวมถึงมีภูเขาสูงและชายฝั่งทะเลแบบแนวยาว ซึ่งทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิและศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะที่ สภาพอากาศค่อนข้างอบอุ่น มีแสงแดดตลอดปี

ในด้านเศรษฐกิจ แอฟริกาใต้ ถือเป็นประเทศส่งออกเพชรและทองคำแหล่งใหญ่ของโลก รวมถึงสินค้าเกษตร ทำให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) จัดให้พวกเขาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจค่อนข้างดีในแทบทวีปตัวเอง อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับมีชื่อเสียงในแง่ลบ ในฐานะที่เป็นประเทศมีการก่ออาชญากรรม และการแพร่ระบายของโรคเอดส์สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

แอฟริกาใต้มีสถานที่ท่่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

ไฮไลท์ของการเที่ยวแอฟริกาใต้ คือ การ ท่องป่าซาฟารี (Safari) ชมสัตว์ป่ากว่า 220 ชนิด เขตอุทยานแห่งชาติต่างๆ ที่มีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีตามธรรมชาติ นอกจากนี้ แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) แหลมที่มหาสมุทรอินเดียกับแอตแลนติกมาพบกันได้และมีรอยแยกอย่างชัดเจน ก็เป็นอีกแหล่งที่น่าสนใจ หรือหากใครอยากไปดูแมวดำที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติจำนวนมาก ก็ไปดูได้ที่ เกาะแมวน้ำ หรือ เกาะดุยเกอร์ (Dduiker)

แอฟริกาใต้ ยังขึ้นชื่อในเรื่องของเทือกเขาต่างๆ ที่มีลักษณะโดดเด่นและแปลกตา อย่างเช่น เทเบิล เมาท์เทน (Table Mountain) ภูเขาสูงยอดตัดตรง สูงกว่า 1,000 เมตร เป็นที่ชมวิวได้ดีที่สุด และด้วยความที่เป็นดินแดนส่งออกเพชรรายใหญ่ของโลก หลายคนอาจไปเยี่ยมชม คิม เบอร์ลี (Kimberley) หลุมเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดสร้างโดยฝีมือมนุษย์

แหล่งอีกแหล่งที่ไม่ควรพลาด กรูทคอนสแตนเทีย (Groot Constantia) ไร่องุ่นและแหล่งทำเหล้าองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของแอฟริกาใต้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1692 ปัจจุบันยังคงดำเนินการทำเหล้าองุ่นและเปิดให้คนทั่วไป เข้าชมการผลิตภายในบริเวณมีอาคารพิพิธภัณฑ์ไวน์ แสดงประวัติความเป็นมาของไวน์ย้อนหลังไปถึง 500ปี คริสตกาล ในช่วงศตวรรษที่ 18-19

กว่าจะเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2010

แอฟริกาใต้ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพบอลโลกครั้งแรกในทวีปแอฟริกา

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ต้องการให้ประเทศในทวีปแอฟริกาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้ 18 ครั้ง จัดในทวีปยุโรปมากที่สุด 10 ครั้ง รองลงมาเป็นทวีปอเมริกาใต้ 4 ครั้ง ทวีปอเมริกากลาง 2 ครั้ง ทวีปอเมริกาเหนือ 1 ครั้ง และทวีปเอเชีย 1 ครั้ง จึงมีการคัดเลือกเฟ้นหาชาติที่เหมาะสมในการจัดฟุตบอลโลกครั้งที่ 19 หรือ ฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-11 กรกฎาคมนี้ ในที่สุดก็เป็นแอฟริกาใต้ที่ถูกเลือกเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 19 ในที่สุด

ขั้นตอนการคัดเลือก

ในการคัดเลือกประเทศเจ้าภาพ มี 5 ประเทศร่วมชิงการเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ อียิปต์, ลิเบีย, โมร็อกโก, แอฟริกาใต้ และตูนิเซีย ในที่สุดแอฟริกาใต้ได้รับเลือกในวันที่ 15 พ.ค.47 ให้เป็นตัวแทนจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่ 16 ในโลก และเป็นประเทศแรกในทวีปแอฟริกาที่ได้จัดการแข่งขัน

ทีมที่ร่วมแข่งขัน

ในครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 32 ทีม โดยทีมจากแอฟริกาใต้ผ่านรอบคัดเลือกในฐานะทีมเจ้าภาพ และสำหรับทีมอื่นจะทำการแข่งขันดังนี้ ยุโรป - 13 ทีม แอฟริกา - 6 ทีม อเมริกาใต้ - 4.5 ทีม โดยแข่งเพลย์ออฟกับอเมริกาเหนือ อเมริกาเหนือ - 3.5 ทีม แข่งเพลย์ออฟกับอเมริกาใต้ เอเชีย - 4.5 ทีม แข่งเพลย์ออฟกับโอเชียเนีย และโอเชียเนีย - 0.5 ทีม แข่งเพลย์ออฟกับเอเชีย

มาสค็อตและลูกฟุตบอลประจำทัวร์นาเม้นต์

เจ้าเสือดาวน้อย นามว่า ซาคูมิ

แอฟริกาใต้ ชาติเจ้าภาพได้ประกาศเปิดตัว "เสือดาวน้อย" ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า "ซาคูมิ" ให้เป็นมาสค็อตประจำการแข่งขันครั้งนี้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ปี 2008 โดยเป็นผลงานการออกแบบของแอนเดรียส โอเดนดาล ศิลปินอิสระจากเมืองเคป ทาวน์ ซึ่ง เจ้า ซาคูมิ นั้น มีนิสัยขี้เล่น มั่นใจในตนเอง และชอบผจญภัย

ซาคูมิ ถูกออกแบบให้มีเส้นผมเป็นสีเขียวและมีผิวหนังเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งทั้งสีเขียวและสีเหลืองทองนี้ก็ถือเป็นสีประจำทีมฟุตบอลของชาติเจ้าภาพนั่นเอง ในส่วนของความหมายของชื่อ ซาคูมิ นั้น คำว่า "ซา" มีความหมายถึงชื่อของสาธารณรัฐซูอิด แอฟริกานส์ โบราณตามภาษา "Afrikaans" ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในแอฟริกาใต้ นามิเบีย บอตสวานา มาลาวี และแซมเบีย ขณะที่คำว่า "คูมิ" นั้นหมายถึง "10" ซึ่งตรงกับปี 2010 ที่ศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกบนแผ่นดินกาฬทวีปจะเปิดฉากขึ้น

 

ซาคูมิ กับแฟนบอลชาวแอฟริกาใต้

 

พร้อมกันนั้นทางแอฟริกาใต้ได้จัดทำประวัติของเจ้า ซาคูมิ ขึ้นมาด้วยโดยกำหนดให้มาสค็อตแสนน่ารักตัวนี้ถือเป็นกำเนิดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ปี 1994 อันเป็นวันเยาวชนแห่งชาติของแอฟริกาใต้ และปี 1994 ที่เป็นปีเกิดของเจ้าซาคูมิยังตรงกับปีที่แอฟริกาใต้ประกาศยกเลิกลัทธิการเหยียดสีผิวอย่างเป็นทางการอีกด้วย

นอกเหนือไปจากการมีเจ้าซาคูมิเป็น "สัตว์นำโชค" หรือ "ตัวมาสค็อต" ประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2010 แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ชาติเจ้าภาพอย่างแอฟริกาใต้ภูมิใจนำเสนอในทัวร์นาเมนต์หยุดโลกหนนี้ คือ "จาบูลานี" ซึ่งเป็นลูกฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะนำมาใช้อย่างเป็นทางการตลอดการแข่งขันโดยคำว่า "จาบูลานี" เป็นคำในภาษาพื้นเมืองของชนเผ่าซูลูในแอฟริกาใต้   มีความหมายถึง "การเฉลิมฉลอง" นั่นเอง

 

จาบูลานี ลูกฟุตบอลที่จะใช้ฟาดแข้งในทัวร์นาเม้นต์นี้

 

ฟีฟ่าระบุว่า จาบูลานี เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของบริษัทอาดิดาส ผู้ผลิตเครื่องกีฬาชั้นนำแห่งเยอรมนีร่วมกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลาฟโบโรในอังกฤษถือเป็นลูกฟุตบอลรุ่นที่ว่ากันว่ามีความกลมกลึงมากที่สุดเท่าที่เคยมีการผลิตมาในวงการฟุตบอล และยังเป็นลูกฟุตบอลที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำสูงที่สุดในยามที่ลูกลอยอยู่ในอากาศอีกด้วย

ทั้งนี้ จุดเด่นของลูกฟุตบอลรุ่นนี้อยู่ที่การออกแบบผิวชั้นนอกของลูกฟุตบอลแยกออกเป็น 8 ชิ้นส่วนและนำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้เทคโนโลยีการอัดแรงดันความร้อนแบบ 3 มิติ (3D thermal bonding) เป็นครั้งแรกของโลก

เลาะสังเวียนแข้ง ฟุตบอลโลก 2010


ในศึกฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งแอฟริกาใต้ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ ทำให้ต้องเร่งปรับปรุงสนามที่ใช้จัดการแข่งขันอย่างเต็มที่ โดยในครั้งนี้มีสนามรองรับการแข่งขันถึง 10 แห่งด้วยกัน เป็นสนามเก่า 5 แห่ง และสร้างขึ้นใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะอีก 5 แห่ง แต่ละสนามล้วนสวยงามและใหญ่โตอลังการจริงๆ

1. เคป ทาวน์ สเตเดี้ยม (Cape Town Stadium)
เมือง : เคปป์ ทาว์น
ความจุ : 70,000 ที่นั่ง

 

เคป ทาวน์ สเตเดี้ยม (Cape Town Stadium)



ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศแอฟริกาใต้ สนามแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อฟุตบอลโลกครั้งนี้ รองรับผูชมได้มากถึง 68,000 ที่นั่ง แต่จุได้สูงสุดถึง 70,000 ที่นั่งได้ หลังจบบอลโลก สนามแห่งนี้จะใช้จัดกิจกรรมและคอนเสิร์ต และทีมลูกหนังประจำเมืองอย่าง อาแจกซ์ เคป ทาวน์ จะใช้เป็นสังเวียนเหย้าในการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีกของประเทศต่อไป

จัดแข่งฟุตบอลโลก 8 นัด
11 มิ.ย. กลุ่มเอ 01.30  น. อุรุกวัย-ฝรั่งเศส
14 มิ.ย. กลุ่มเอฟ 01.30  น. อิตาลี-ปารากวัย
18 มิ.ย. กลุ่มซี  01.30 น.  อังกฤษ-แอลจีเรีย
21 มิ.ย. กลุ่มจี  18.30  น. โปรตุเกส-เกาหลีเหนือ
24 มิ.ย. กลุ่มอี  01.30 น. แคเมอรูน-ฮอลแลนด์
29 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 01.30 น.
3 ก.ค. รอบ 8 ทีมสุดท้าย 21.00 น.
6 ก.ค. รอบรองชนะเลิศ 01.30 น.

2. โมเซส มาบีดา สเตเดี้ยม (Moses Mabhida Stadium)
เมือง : เดอร์บัน
ความจุ : 70,000 ที่นั่ง

 

โม เซส มาบีดา สเตเดี้ยม (Moses Mabhida Stadium)

 


สนามตั้งอยู่ในย่านควาซูลู นาทาล กลางเมืองเดอร์บัน สร้างขึ้นเพื่อรองรับฟุตบอลโลก 2010 โดยใช้พื้นสนามเก่าของสนามคิง'ส พาร์ค ซอคเกอร์ สเตเดี้ยม ที่โดนรื้อโครงสร้างเมื่อปี 2006 ก่อนจะเริ่มสร้างใหม่ในปี 2009 เลียนแบบรูปทรงของสนามเวมบลีย์ ของประเทศอังกฤษ ซึ่งชื่อสนามมาจากชื่อของ "โมเซส มาบีดา" เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ของแอฟริกาใต้

จัดแข่งฟุตบอลโลก 7 นัด

13 มิ.ย. กลุ่มดี 01.30  น. เยอรมนี-ออสเตรเลีย
16 มิ.ย. กลุ่มเอช 21.00  น. สเปน-สวิตเซอร์แลนด์
19 มิ.ย. กลุ่มอี  18.30 น.  ฮอลแลนด์-ญี่ปุ่น
22 มิ.ย. กลุ่มบี  01.30 น. ไนจีเรีย-เกาหลีใต้
25 มิ.ย. กลุ่มจี  21.00 น. โปรตุเกส-บราซิล
28 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 21.00 น.
7 ก.ค. รอบรองชนะเลิศ 01.30 น. 

3. เอลลิส พาร์ค สเตเดี้ยม (Ellis Park Stadium)

เมือง : โยฮันเนสเบิร์ก
ความจุ : 62,000 ที่นั่ง

 

เอลลิส พาร์ค สเตเดี้ยม (Ellis Park Stadium)



ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโยฮันเนสเบิร์ก เป็น 1 ใน 2 สนามของเมืองนี้ที่ใช้จัดฟุตบอลโลก 2010 เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 1928 ก่อนบูรณะในปี 1982 โดยใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านดอลลาร์ ในการปรับปรุงสนาม ทำให้จุผู้ชมได้มากถึง 62,000 ที่นั่ง เมื่อปี 2009 ใช้จัดนัดชิงชนะเลิศศึกคอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ ระหว่างบราซิลกับสหรัฐอเมริกา มาแล้ว

จัดแข่งฟุตบอลโลก 7 นัด
12 มิ.ย. กลุ่มบี 21.00 น. อาร์เจนตินา-ไนจีเรีย
15 มิ.ย. กลุ่มจี 01.30 น. บราซิล-เกาหลีเหนือ
18 มิ.ย. กลุ่มซี  21.00 น.  สโลเวเนีย-สหรัฐอเมริกา
21 มิ.ย. กลุ่มเอช  21.00 น. ชิลี-สวิตเซอร์แลนด์
24 มิ.ย. กลุ่มเอฟ  21.00 น. สโลวาเกีย-อิตาลี
28 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 01.30 น.
3 ก.ค. รอบ 8 ทีมสุดท้าย 01.30 น.

4. ฟรี สเตท สเตเดี้ยม (Free State Stadium)

เมือง : บลูมฟอนเตน
ความจุ : 48,000 ที่นั่ง

 

 

ฟรี สเตท สเตเดี้ยม (Free State Stadium)



ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อรองรับฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ ได้รับการปรับเพิ่มที่นั่ง รวมทั้งปรับแต่งพื้นสนามเพื่อป้องกันน้ำท่วม มีการติดตั้งประตูหมุนแบบใหม่ แผงสกอร์บอร์ด และระบบเสียงใหม่หมดด้วย

จัดแข่งฟุตบอลโลก 6 นัด

14 มิ.ย. กลุ่มอี 21.00 น. ญี่ปุ่น-แคเมอรูน
17 มิ.ย. กลุ่มบี 21.00 น. กรีซ-ไนจีเรีย
20 มิ.ย. กลุ่มเอฟ  18.30 น.  สโลวาเกีย-ปารากวัย
22 มิ.ย. กลุ่มเอ  21.00 น. ฝรั่งเศส-แอฟริกาใต้
25 มิ.ย. กลุ่มเอช  01.30น. สวิตเซอร์แลนด์-ฮอนดูรัส
27 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 21.00 น.

5. เนลสัน แมนเดลา เบย์ สเตเดี้ยม (Nelson Mandela Bay Stadium)
เมือง : พอร์ท เอลิซาเบธ
ความจุ : 48,000 ที่นั่ง

 

 

เนลสัน แมนเดลา เบย์ สเตเดี้ยม (Nelson Mandela Bay Stadium)


สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองพอร์ท เอลิซาเบธ มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบนอร์ธ เอนด์ อันเลื่องชื่อ ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับศึกฟุตบอลโลก 2010 โดยเฉพาะ จุเต็มที่ได้ถึง 50,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งจะใช้เป็นสังเวียนแข้งนัดชิงอันดับที่ 3 ด้วย

จัดแข่งฟุตบอลโลก 8 นัด
12 มิ.ย. กลุ่มบี 18.30  น. เกาหลีใต้-กรีซ
15 มิ.ย. กลุ่มจี 21.00 น. ไอวอรีโคสต์-โปรตุเกส
18 มิ.ย. กลุ่มดี  18.30 น.  เยอรมัน-เซอร์เบีย
21 มิ.ย. กลุ่มเอช  01.30  น. สเปน-ฮอนดูรัส
23 มิ.ย. กลุ่มซี  21.00 น. สโลเวเนีย-อังกฤษ
26 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 21.00 น.
2 ก.ค. รอบ 8 ทีมสุดท้าย 21.00 น.
10 ก.ค. รอบชิงอันดับ 3 01.30 น.

6. รอยัล บาโฟเกง สเตเดี้ยม (Royal Bafokeng Stadium)

ที่ตั้ง  :  เมืองรัสเทนเบิร์ก
ความจุ : 42,000 ที่นั่ง

 

 

รอยัล บาโฟเกง สเตเดี้ยม (Royal Bafokeng Stadium)



สร้างขึ้นเมื่อปี 1999 แต่ได้รับการปรับปรุงขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยเพิ่มความจุอีก 4,000 ที่นั่ง ทำให้มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 42,000 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังปรับแต่งพื้นสนามเพื่อป้องกันน้ำท่วม แผงสกอร์บอร์ด และระบบเสียงใหม่หมด

จัดแข่งฟุตบอลโลก 6 นัด
12 มิ.ย. กลุ่มซี 01.30 น. อังกฤษ-สหรัฐอเมริกา
15 มิ.ย. กลุ่มเอฟ 18.30 น. นิวซีแลนด์-สโลวาเกีย
19 มิ.ย. กลุ่มดี  21.00 น.  กานา-ออสเตรเลีย
22 มิ.ย. กลุ่มเอ  21.00 น. เม็กซิโก-อุรุกวัย
24 มิ.ย. กลุ่มอี  01.30 น. เดนมาร์ก-ญี่ปุ่น
26 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 01.30 น.

7. ลอฟตัส เวิร์สเฟลด์ สเตเดี้ยม (Loftus Versfeld Stadium)

เมือง : พริทอเรีย
ความจุ : 50,000 ที่นั่ง

 

 

ลอฟตัส เวิร์สเฟลด์ สเตเดี้ยม (Loftus Versfeld Stadium)



เป็นหนึ่งในสนามกีฬาเก่าแก่ที่สุดในประเทศแอฟริกาใต้ สนามกีฬาแห่งนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1906 ก่อนที่จะซ่อมแซมเมื่อปี 1977 และในปี 2007 ก็มีการปรับปรุงสนามอีกครั้งเพื่อเพิ่มที่นั่งให้มากขึ้น และได้มาตรฐานของฟีฟ่า มีการปรับแต่งพื้นสนามเพื่อป้องกันน้ำท่วม แผงสกอร์บอร์ด และระบบเสียงใหม่หมด โดยชื่อสนามมาจากชื่อของผู้ก่อตั้งองค์กรกีฬาในเมือง "โรเบิร์ต โอเวน ลอฟตัส เวิร์สเฟลด์" โดยเขาใช้สนามแห่งนี้เป็นสังเวียนของทีมรักบี้ของทีมบลู บูลส์

จัดแข่งฟุตบอลโลก 6 นัด
13 มิ.ย. กลุ่มดี 01.30 น. เยอรมนี-ออสเตรเลีย
16 มิ.ย. กลุ่มเอ 01.30 น. แอฟริกาใต้-อุรุกวัย
19 มิ.ย. กลุ่มอี  01.30 น.  แคเมอรูน-เดนมาร์ก
23 มิ.ย. กลุ่มซี  21.00 น. สหรัฐฯ-แอลจีเรีย
25 มิ.ย. กลุ่มเอช  01.30 น. ชิลี-สเปน
29 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 21.00 น.

8. เอ็มบอมเบลา สเตเดี้ยม (Mbombela Stadium)

เมือง : เนลสปรุท
ความจุ : 44,000 ที่นั่ง

 

 

เอ็มบอมเบลา สเตเดี้ยม (Mbombela Stadium)



เป็นสนามกีฬาชั้นยอดแห่งแรกที่สร้างขึ้นในแคว้นเอ็มปูมาลังกา มีหลังคาล้อมรอบอัฒจันทร์ทุกด้าน ทำให้ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมได้หลากหลายนอกเหนือจากกีฬา

จัดแข่งฟุตบอลโลก 4 นัด
16 มิ.ย. กลุ่มเอช 18.30 น. ฮอนดูรัส-ชิลี
20 มิ.ย. กลุ่มเอฟ 21.00 น. ฝรั่งเศส-เม็กซิโก
23 มิ.ย. กลุ่มดี 01.30 น. ออสเตรเลีย-เซอร์เบีย
25 มิ.ย. กลุ่มจี  21.00 น. เกาหลีเหนือ-ไอวอรีโคสต์

9. ปีเตอร์ โมคาบา สเตเดี้ยม (Peter Mokaba Stadium)

ที่ตั้ง  : เมืองโพล็อควาเน
ความจุ :  45,000 ที่นั่ง

 

 

ปีเตอร์ โมคาบา สเตเดี้ยม (Peter Mokaba Stadium)



สนามแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 สนาม ที่สร้างขึ้นเพื่อฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ ถูกตั้งชื่อตาม "ปีเตอร์ โมคาบา" บุคคลที่มีอิทธิพลในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยอิสรภาพของชาวแอฟริกา อีกทั้งเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อวงการกีฬาแอฟริกาใต้ หลังจบฟุตบอลโลกจะถูกยกให้ทีมฟุตบอลและทีมรักบี้ของเมืองต่อไป

จัดแข่งฟุตบอลโลก 4 นัด
13 มิ.ย. กลุ่มซี 18.30 น. แอลจีเรีย-สโลเวเนีย
17 มิ.ย. กลุ่มเอ 01.30 น. ฝรั่งเศส-เม็กซิโก
22 มิ.ย. กลุ่มบี 01.30 น. กรีซ-อาร์เจนตินา
24 มิ.ย. กลุ่มเอฟ  21.00 น. ปารากวัย-นิวซีแลนด์

10. ซอคเกอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม (Soccer City Stadium)

เมือง : โยฮันเนสเบิร์ก
ความจุ : 94,700 ที่นั่ง

 

 

ซอคเกอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม (Soccer City Stadium)



สร้างขึ้นเมื่อปี 1987 มีขนาดใหญ่ที่สุด ก่อนหน้านี้จุผู้ชมได้ 80,000 ที่นั่ง แต่ได้รับการขยายให้รองรับได้มากถึง 94,700 ที่นั่ง จึงทำให้สนามแห่งนี้ถูกเลือกเป็นสังเวียนนัดเปิดสนาม 11 มิ.ย. และนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 11 ก.ค.นี้

จัดแข่งฟุตบอลโลก 8 นัด
11 มิ.ย. กลุ่มเอ 21.00  น. แอฟริกาใต้-เม็กซิโก
14 มิ.ย. กลุ่มอี 18.30 น. เนเธอร์แลนด์-เดนมาร์ก
17 มิ.ย. กลุ่มบี  18.30 น.  อาร์เจนตินา-เกาหลีใต้
20 มิ.ย. กลุ่มจี  01.30 น. บราซิล-ไอวอรีโคสต์
23 มิ.ย. กลุ่มดี  01.30 น. กานา-เยอรมัน
27 มิ.ย. รอบ 16 ทีมสุดท้าย 01.30 น.
2 ก.ค. รอบ 8 ทีมสุดท้าย 01.30 น.
11 ก.ค. รอบชิงชนะเลิศ 01.30 น.

เพลงธีมประจำการแข่งขัน

k naan เจ้าของผลงานเพลงธีมบอลโลก 2010

สีสันที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งของบอลโลก เห็นจะเป็น "เพลงประจำบอลโลก" ที่เชื่อว่าแฟนบอลหลายคน น่าจะจดจ้องรอฟัง ไม่แพ้กับนับถอยหลังเฝ้ารอการรูดม่านเปิดสนามประลองแข้ง ของ 32 ชาติ ทั่วโลก

คราวนี้ แอฟริกาใต้ ในฐานะเจ้าภาพบอลโลก ครั้งที่ 19 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของชาติจากทวีปแอฟริกา มีหรือจะยอมน้อยหน้าเจ้าภาพปีอื่นๆ

 "Wavin' Flag" ซึ่งร้องโดย "K'Naan" ศิลปินแร็ปมากความสามารถชาวโซมาเลีย เชื้อสายแคนาเดียน ได้รับการคัดเลือก จาก โคคา-โคลา ผู้สนับสนุนหลักศึกฟุตบอลโลก 2010 ให้เป็นเพลงธีมประจำทัวร์นาเม้นท์ และก็ได้ปล่อยซิงเกลออกมาโหมโรงให้รับฟังกันแล้ว

นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีเพลง "Wake Waka (This Time for Africa)" ของ นักร้องสาวละตินสุดเซ็กซี่ "Shakira" ซึ่งมาร่วมงานกับ "Freshlyground" ดนตรีชื่อดังของแอฟริกาใต้

เงินรางวัลสำหรับศึกบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้

ฟีฟ่า ออกมายืนยันว่า ศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ 19 จะมีเงินรางวัลสำหรับทัวร์นาเม้นต์รวมทั้งสิ้น 420 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มมากว่าปี 2006 ที่เยอรมนี ถึง 60 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว โดยก่อนเริ่มแข่ง 32 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะได้เงินบำรุงทีม 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากนั้น เมื่อเปิดฉากการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ทุกทีมก็จะได้เงิน 8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้าสมาคมฯชาติตัวเองเหนาะๆ แต่หากไม่ตกรอบแรก เงินรางวัลก็จะเพิ่มขึ้น ตามลำดับ

เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย : 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
รอบก่อนรองชนะเลิศ : 18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
รองรองชนะเลิศ : 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
รองแชมป์ : 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
แชมป์ : 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
*หมายเหตุ : 1 เหรียญสหรัฐฯ เท่ากับ 33 บาทไทย.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement