advertisement

11 แข้งยอดเยี่ยมนัดที่ 18 ศึกพรีเมียร์ลีก 2013-14 โดย...ไทยรัฐออนไลน์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ธ.ค. 2556 16:00

เกมบ็อกซิ่งเดย์ ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013-14 จบสิ้นลงแล้ว ซึ่งเป็นนัดที่ 18 จ่าฝูงเปลี่ยนมือมาเป็นของ "ทัพปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่บุกไปพิชิตเวสต์แฮม 3-1 โดยถือเป็นเกมลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ อีกด้วย ส่วน "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" ขยับขึ้นมารั้งรองจ่าฝูง หลังเปิดบ้านถอนขนหงส์แดง 2-1ส่วนทีมยอดเยี่ยมในครั้งนี้ ปรับมาเป็นระบบ 3-5-2 เพื่อความเหมาะสม...


ผู้รักษาประตู


วิโต มันโนเน (ซันเดอร์แลนด์)

นายทวารชาวอิตาลี โชว์ฟอร์มแบบผีเข้าในเกมที่ฝูงแมวดำ บุกไปเคี้ยวทอฟฟี่ 1-0 เพราะไม่ว่าแข้งเจ้าถิ่นจะยิงมายังไง ไม่สามารถผ่านมือเขาไปได้เลย เรียกว่าเหนียวได้ถูกเวลาจริงๆ

กองหลัง


คริส สมอลลิง (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)


ปราการหลังผิวสี ทำประตูแรกในลีกฤดูกาลนี้ได้แล้ว หลังจากโหม่งเป็นประตูตีไข่แตก ก่อนที่ปิศาจแดงจะฮึดกลับมาชนะฮัลล์ 3-2 คว้าชัยกลับบ้านได้สำเร็จ ส่วนเกมรับในช่วงต้นเกมของเขายังไม่ดีนัก แต่หลังจากนั้นก็ปรับสภาพได้ดีขึ้นเรื่อยๆ


แว็งซองต์ กอมปานี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)


หลังหายเจ็บกลับมา สามารถเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของทีมได้ทันที 2 นัดล่าสุดทำได้ 2 ประตู รวมทั้งเกมที่ชนะลิเวอร์พูล 2-1 เป็นคนโหม่งตีเสมอ ถ้าไม่เจ็บอีก จะเป็นกุญแจที่นำทัพเรือใบสีฟ้าไขไปสู่ความสำเร็จแน่นอน


โมบิโด เดียกิเต (ซันเดอร์แลนด์)


กองหลังผิวสีชาวฝรั่งเศส เล่นได้อย่างเหนียวแน่นและแข็งแกร่ง ต้านทานเกมรุกจากแข้งทอฟฟี่สีน้ำเงินได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทีมชนะ 1-0 เก็บ 3 แต้ม ออกไปจากถิ่นกูดิสัน พาร์ค ได้

กองกลาง


สกอตต์ ปาร์เกอร์ (ฟูแลม)


กองกลางชาวผู้ดีที่เล่นเสมือนผู้ปิดทองหลังพระมาตลอด ในเกมที่บุกไปชนะนอริช 2-1 เป็นซัดประตูชัยสุดสวยให้ฟูแลมเก็บ 3 แต้มนอกบ้านได้สำเร็จ และช่วยเรียกขวัญกำลังใจสำหรับการหนีตกชั้นได้อีกครั้ง


เอเดน ฮาซาร์ด (เชลซี)


ยังไว้ใจได้เสมอสำหรับดาวรุ่งทีมชาติเบลเยียมรายนี้ เมื่อสามารถซัดประตูชัยให้ทัพสิงโตน้ำเงินงับคอหงส์ขาว 1-0 เปิดทางลุ้นแชมป์อันสดใสให้กับทีมได้เดินหน้าต่อ


ธีโอ วัลคอตต์ (อาร์เซนอล)


ร้ายกาจจริงๆ สำหรับปีกตัวจี๊ดรายนี้ นัดนี้ทำคนเดียว 2 ประตู โดยเป็นการยิง 1 และโหม่ง 1 ช่วยให้พลพรรคปืนใหญ่พลิกกลับมาชนะเวสต์แฮม 3-1 ทวงบัลลังก์จ่าฝูงคืนกลับมาได้สำเร็จ 


โยอัน กาบาย (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)


ถือเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางที่ทัพสาลิกาดงต้องใส่ไว้ในทีม ถ้าขาไม่ขาด ได้ลงทุกนัดแน่นอน และในเกมถล่มสโต๊ก 5-1 ทำได้ 1 ประตู ช่วยให้ทีมเก็บ 3 แต้มในรังตัวเองได้อีกครั้ง


พัจทิม คาซามี (ฟูแลม)


กองกลางชาวสวิส ยิ่งเล่นยิ่งโดดเด่น ในนัดนี้ซัดฟรีคิกสุดสวยให้ทีมไล่ตีเสมอนอริช ก่อนที่จะพลิกกลับมาชนะ 2-1 ชุบชีวิตให้ทีมกลับมาลุ้นหนีตกชั้นอีกครั้ง

กองหน้า



เจย์ โรดริเกซ (เซาแธมป์ตัน)


ยิง 2 จ่าย 1 ในเกมที่พลพรรคนักบุญ บุกไปถล่มคาร์ดิฟฟ์ 3-0 น่าจะทำให้ชื่อของเขาเป็นที่กล่าวขานถึงมากขึ้น เพราะตอนนี้ ซัดไป 8 ประตู จากเกมลีก 18 นัด เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้เลย


โลอิค เรมี (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)


ดาวยิงผิวสีเหมาคนเดียว 2 ประตู ให้ทัพสาลิกาดงพลิกกลับมาชนะสโต๊กถล่มทลาย 5-1 เป็นประตูที่ 10 จากเกมลีก 15 นัด รับประกันความคมได้เป็นอย่างดี


ผู้จัดการทีม



มานูเอล เปเยกรินี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)


7 นัดหลังสุดในลีก ทัพเรือใบสีฟ้า ชนะ 6 เสมอ 1 ทำได้ 25 ประตู ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดาแน่นอน โดยเฉพาะการจัดทีมและแก้เกมของยอดกุนซือชาวชิลีรายนี้ แม้ตอนนี้ทีมจะรั้งอันดับ 2 อยู่ แต่ก็ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ไปแล้ว

ตัวสำรอง


จูเลียน สเปโรนี, โจลีออน เลสคอตต์, คี ซุง ยอง, ยวน ชูฟฟราน, ซานติ กาซอร์ลา, เวย์น รูนีย์, อัลบาโร เนเกรโด

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement