advertisement

โฉมหน้า 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2014

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ย. 2556 10:00

ในที่สุด ศึกลูกหนังที่มวลมนุษยชาติทั่วโลกรอคอยก็มาถึงแล้ว เพราะตอนนี้ได้ 32 ทีมสุดท้าย สู้ศึกฟุตบอลโลก 2014 ครบถ้วนแล้ว มีทั้งเจ้าภาพ บราซิล, แชมป์เก่า สเปน และอดีตแชมป์โลกอย่าง เยอรมนี, อาร์เจนตินา, อิตาลี, อังกฤษ และฝรั่งเศส ที่ต้องวัดดวงกันถึงนัดสุดท้ายของการเพลย์ออฟเลยทีเดียว และในวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า จะจัดพิธีจับสลากแบ่งกลุ่มที่ "คอสตา โด เซาอิเป รีสอร์ท" ในเมืองมาตา เดอ เซา โจอัว รัฐบาเฮีย ประเทศบราซิล ซึ่งคอบอลทั่วโลกต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่าทีมโปรดของตนจะอยู่กลุ่มไหน แต่วันนี้มาทำความรู้จักทั้ง 32 ทีม แบบเล็กๆ น้อยๆ กันก่อนดีกว่า...

 

โซนอเมริกาใต้ (6 ทีม)

1. บราซิล (เจ้าภาพ)

อดีตแชมป์ 5 สมัย (1958, 1962, 1970, 1994, 2002) เข้ารอบแบบอัตโนมัติในฐานะเจ้าภาพ ลงเล่นรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 20 มากที่สุด ตอนนี้อันดับโลกของฟีฟ่า อยู่ที่ 11 และในฐานะเจ้าภาพ จึงถูกกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อมว่าต้องเป็นแชมป์สมัยที่ 6 ทีมแรกเท่านั้น น้อยกว่านี้ถือว่าล้มเหลว

2. อาร์เจนตินา (แชมป์รอบคัดเลือก)


อดีตแชมป์ 2 สมัย (1978, 1986) และทีมอันดับ 3 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม ลงแข่ง 16 นัด ชนะ 9 เสมอ 5 แพ้ 2 ทำได้ 35 เสีย 15 ประตู มี 32 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 16 และตั้งเป้าคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ให้ได้

3. โคลอมเบีย (อันดับ 2 รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 4 โลก เข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ลงแข่ง 16 นัด ชนะ 9 เสมอ 3 แพ้ 4 ทำได้ 27 เสีย 13 ประตู มี 30 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 5 เคยทำผลงานดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในปี 1990 แต่ครั้งนี้หวังมากกว่านั้นแน่นอน

4. ชิลี (อันดับ 3 รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 12 โลก เข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม ลงแข่ง 16 นัด ชนะ 9 เสมอ 1 แพ้ 6 ทำได้ 29 เสีย 25 ประตู มี 28 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 9 เคยทำผลงานดีที่สุดคืออันดับ 3 ในปี 1962 ส่วนในครั้งนี้ ถ้าถูกจับอยู่ในกลุ่มไม่แข็งมากนัก มีลุ้นเข้ารอบลึกๆ

5. เอกวาดอร์ (อันดับ 4 รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 22 โลก เข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 4 ของกลุ่ม ทำผลงานได้ดีแบบผิดคาด โดยลงแข่ง 16 นัด ชนะ 7 เสมอ 4 แพ้ 5 ทำได้ 20 เสีย 16 ประตู มี 25 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 เคยเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในปี 2006 ส่วนในครั้งนี้น่าจะตั้งเป้ารอบ 16 ทีมเป็นอย่างต่ำ

6.อุรุกวัย (เพลย์ออฟ ชนะ จอร์แดน รวมผล 2 นัด 5-0)


ทีมอันดับ 6 โลก และอดีตแชมป์ 2 สมัย (1930, 1950) เข้ารอบมาอย่างจวนเจียน เพราะเป็นทีมอันดับ 6 ของกลุ่ม ต้องเตะเพลย์ออฟ 2 นัดกับทีมจอร์แดน จากโซนเอเชีย โดยในรอบแบ่งกลุ่ม แข่ง 16 นัด ชนะ 7 เสมอ 4 แพ้ 5 ทำได้ 25 เสีย 25 ประตู มี 25 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 12 ซึ่งในครั้งนี้ได้เล่นในทวีปอเมริกาใต้ น่าจะมีแฟนบอลของตัวเองเดินทางมาให้กำลังใจล้นหลาม และด้วยศักยภาพของทีม เป้าหมายคือรอบรองชนะเลิศเป็นอย่างต่ำ แต่ก็หวังได้แชมป์เหมือนที่เคยทำได้ในปี 1950 ที่บุกมาคว้าแชมป์ในถิ่นแซมบ้า

โซนยุโรป (13 ทีม)


1. เบลเยียม (แชมป์กลุ่มเอ รอบคัดเลือก)


ทีมอันดับ 5 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม ซึ่งทำผลงานได้ดีเกินคาด โดยลงแข่ง 10 นัด ชนะ 8 เสมอ 2 ไม่เคยแพ้ใคร ทำได้ 18 เสีย 4 ประตู มี 26 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 12 เคยทำผลงานดีที่สุดด้วยการคว้าอันดับ 4 ในปี 1986 ส่วนในครั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ารอบแรกจะเจอใคร ถ้าไม่หนักมากนักอาจมีลุ้นถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

2. อิตาลี (แชมป์กลุ่มบี รอบคัดเลือก)

อดีตแชมป์ 4 สมัย (1934, 1938, 1982, 2006) ทีมอันดับ 9 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มตามคาด เพราะอยู่ในสายไม่แข็งมากนัก ลงแข่ง 10 นัด ชนะ 6 เสมอ 4 ไม่เคยแพ้ใคร ทำได้ 19 เสีย 9 ประตู มี 22 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 18 ครั้งนี้หวังซิวแชมป์เป็นสมัยที่ 5 เทียบเท่าบราซิลให้ได้ แต่ก็เป็นงานยากพอสมควร

3. เยอรมนี (แชมป์กลุ่มซี รอบคัดเลือก)

อดีตแชมป์ 3 สมัย (1954, 1974, 1990) ทีมอันดับ 2 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มตามคาดอีกเหมือนกัน แต่อยู่ในสายไม่แข็งมากนัก ลงแข่ง 10 นัด ชนะ 9 เสมอ 1 ไม่เคยแพ้ใคร ทำได้ 36 มากที่สุดของโซนยุโรป และเสีย 10 ประตู มี 28 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 18 ครั้งนี้หวังซิวแชมป์เป็นสมัยที่ 4 ให้ได้ แต่ต้องลุ้นหนักพอสมควรทีเดียว

4. เนเธอร์แลนด์ (แชมป์กลุ่มดี รอบคัดเลือก)

อดีตรองแชมป์ 3 สมัย (1974, 1978, 2010) ทีมอันดับ 8 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มตามคาดอีกเหมือนกัน เพราะอยู่ในสายอ่อน ลงแข่ง 10 นัด ชนะ 9 เสมอ 1 ไม่เคยแพ้ใคร ทำได้ 34 เสีย 5 ประตู มี 28 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 10 ซึ่งในครั้งนี้ ทีมรองแชมป์เก่า ตั้งเป้าเข้าชิงเพื่อคว้าแชมป์สมัยแรกให้ได้ แต่ต้องลุ้นหนักพอสมควรทีเดียว

5. สวิตเซอร์แลนด์ (แชมป์กลุ่มอี รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 7 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มแบบไม่น่าแปลกใจมากนัก เพราะในกลุ่มไม่มีทีมแข็งอยู่เลย ลงแข่ง 10 นัด ชนะ 7 เสมอ 3 ไม่แพ้ใครเช่นกัน ทำได้ 17 เสีย 6 ประตู มี 24 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 10 ซึ่งในครั้งนี้ ขุนพลจากแดนนาฬิกา หวังจะเข้าให้ถึงรอบ 8 ทีม เป็นอย่างต่ำ เพราะเคยทำได้มาแล้วถึง 3 สมัย

6. รัสเซีย (แชมป์กลุ่มเอฟ รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 19 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มแบบหวุดหวิด เพราะต้องขับเคี่ยวกับทีมโปรตุเกส  ลงแข่ง 10 นัด ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 2 ทำได้ 20 เสีย 5 ประตู มี 22 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 10 เคยทำผลงานดีที่สุดด้วยการคว้าอันดับ 4 ในปี 1966 ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อว่า สหภาพโซเวียต ส่วนในครั้งนี้ อาจมีลุ้นเข้ารอบลึกๆ ถ้าเล่นได้คงเส้นคงวาตลอด

 

7. บอสเนีย และ เฮอร์ซาโกวีนา (แชมป์กลุ่มจี รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 16 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะเฉือนทีมกรีซด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าเท่านั้น โดยลงแข่ง 10 นัด ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 ทำได้ 30 เสีย 6 ประตู มี 25 แต้ม ที่สำคัญ บอสเนียฯเป็นทีมเดียวในครั้งนี้ที่เข้ารอบเป็นสมัยแรก ต้องมาดูกันว่านักเตะจะตื่นสนามกันหรืแเปล่ากับรายการระดับโลกแบบนี้ ถ้าไม่ตกรอบแรก ยอมยกนิ้วให้เลย

 

8. อังกฤษ (แชมป์กลุ่มเอช รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 10 โลก ขวัญใจแฟนบอลเกือบทั่วโลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มแบบต้องรอลุ้นถึงนัดสุดท้าย เพราะต้องขับเคี่ยวกับทีมยูเครน  ลงแข่ง 10 นัด ชนะ 6 เสมอ 4 ทำได้ 31 เสีย 4 ประตู มี 22 แต้ม ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 14 เคยทำผลงานดีที่สุดด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1966 ที่รับเป็นเจ้าภาพ ซึ่งความหวังของทัพสิงโตคำรามคือการคว้าแชมป์สมัยที่ 2 เท่านั้น

 

9. สเปน (แชมป์กลุ่มไอ รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 1 โลก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มแบบต้องรอลุ้นกับทีมฝรั่งเศสถึงนัดสุดท้ายเหมือนกัน ลงแข่ง 8 นัด ชนะ 6 เสมอ 2 ทำได้ 14 เสีย 3 ประตู มี 20 แต้ม เป็นทีมเดียวในรอบคัดเลือกที่เสียประตูน้อยที่สุด ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 14 เคยทำผลงานดีที่สุดด้วยการคว้าแชมป์ในปี 2010 จึงทำให้ในครั้งนี้มาป้องกันแชมป์ในฐานะแชมป์เก่า ซึ่งเป้าหมายของฝูงกระทิงดุมีเพียงอย่างเดียวคือ การคว้าแชมป์สมัยที่ 2 กลับบ้านสถานเดียว

 

10. กรีซ (เพลย์ออฟ รวมผล 2 นัด ชนะโรมาเนีย 4-2)

ทีมอันดับ 15 โลก รองแชมป์กลุ่มจี ต้องเล่นเพลย์ออฟ 2 นัดกับทีมโรมาเนีย นัดแรกชนะ 3-1 และในนัดที่ 2 บุกไปเสมอ 1-1 รวมผล 2 นัด ชนะ 4-2 ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 เคยทำผลงานดีที่สุดคือรอบแรกเท่านั้น ดังนั้นเป้าหมายของทีมในครั้งนี้คือการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างต่ำ

 

11. โครเอเชีย (เพลย์ออฟ รวมผล 2 นัด ชนะไอซ์แลนด์ 2-0)

ทีมอันดับ 18 โลก รองแชมป์กลุ่มเอ ต้องเล่นเพลย์ออฟ 2 นัดกับทีมไอซ์แลนด์ นัดแรกบุกไปเสมอ 0-0 และในนัดที่ 2 กลับมาเล่นในบ้าน ชนะ 2-0 รวมผล 2 นัด ชนะ 2-0 ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 4 เคยทำผลงานดีที่สุดคืออันดับ 3 ในปี 1998 และในครั้งนี้หวังเข้ารอบให้ลึกที่สุด อย่างต่ำต้องถึงรอบรองชนะเลิศให้ได้

 

12. โปรตุเกส (เพลย์ออฟ รวมผล 2 นัด ชนะ สวีเดน 4-2)

ทีมอันดับ 14 โลก รองแชมป์กลุ่มเอฟ ต้องเล่นเพลย์ออฟ 2 นัดกับทีมสวีเดน นัดแรกเล่นในบ้านชนะ 1-0 และในนัดที่ 2 บุกไปชนะ 3-2 รวมผล 2 นัด ชนะ 4-2 ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 6 เคยทำผลงานดีที่สุดคืออันดับ 3 ในปี 1966 ในครั้งนี้หวังถึงรอบรองชนะเลิศเป็นอย่างต่ำเช่นกัน

 

13. ฝรั่งเศส (เพลย์ออฟ รวมผล 2 นัด ชนะ ยูเครน 3-2)

ทีมอันดับ 21 โลก รองแชมป์กลุ่มไอ ต้องเล่นเพลย์ออฟ 2 นัดกับทีมยูเครน นัดแรกออกไปแพ้ 0-2 และในนัดที่ 2 กลับมาชนะในบ้าน 3-0 รวมผล 2 นัด ชนะ 3-2 ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 14 เคยทำผลงานดีที่สุดคือคว้าแชมป์ ในปี 1998 ที่เป็นเจ้าภาพ จึงไม่แปลกถ้าทีมจะหวังถึงแชมป์สมัยที่ 2 ในครั้งนี้


โซนเอเชีย (4 ทีม)

1. ญี่ปุ่น (แชมป์กลุ่มบี รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 44 โลก เข้ารอบสุดท้ายเป็นทีมแรกของโลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 5 เคยทำผลงานดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้ 2 สมัย มาในครั้งนี้หวังที่จะทำให้ได้อีกเป็นสมัยที่ 3 และมองไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วย

 

2. ออสเตรเลีย (รองแชมป์กลุ่มปี รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 57 โลก เข้ารอบสุดท้ายเป็นทีมที่ 2 ต่อจากญี่ปุ่น ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 4 เคยทำผลงานดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เช่นกัน ซึ่งในสมัยนี้ ถ้าทำได้อีกก็ถือว่าสุดยอดแล้วหากมองถึงศักยภาพของทีม

 

3. อิหร่าน (แชมป์กลุ่มเอ รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 49 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 4 โดยใน 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ตกรอบแรกตลอด ทำให้ในครั้งนี้พวกเขาตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์ว่าจะต้องเข้ารอบ  16 ทีมสุดท้าย เป็นสมัยแรกให้ได้

 

4. เกาหลีใต้ (รองแชมป์กลุ่มเอ รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 56 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 9 เคยทำผลงานได้ถึงอันดับ 4 ในปี 2002 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพร่วม แต่ในครั้งนี้ หากเข้าถึงรอบ  16 ทีมสุดท้ายได้ก็หรูแล้ว

โซนแอฟริกา (5 ทีม)

1. ไนจีเรีย (เพลย์ออฟ ชนะ เอธิโอเปีย รวมผล 2 นัด 4-1)

ทีมอันดับ 33 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 5 เคยทำผลงานเข้าถึงรอบ  16 ทีมสุดท้าย 2 สมัย โดยในครั้งนี้ ก็ตั้งเป้าจะทำให้ได้แบบนั้นอีกเป็นสมัยที่ 3

 

2. ไอวอรี โคสต์ (เพลย์ออฟ ชนะ เซเนกัล รวมผล 2 นัด 4-2)

ทีมอันดับ 17 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 โดยใน 2 ครั้งแรก ตกรอบแรกทั้งหมด ทำให้ในครั้งนี้ ตั้งเป้าเข้าถึงรอบ  16 ทีมสุดท้าให้ได้เป็นครั้งแรก

 

3. แคเมอรูน (เพลย์ออฟ ชนะ ตูนิเซีย รวมผล 2 นัด 4-1)

ทีมอันดับ 59 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 7 เคยทำผลงานทะลุถึงรอบ  8 ทีมสุดท้าย ในปี 1990 แต่ในครั้งนี้ เข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว

 

4. กานา (เพลย์ออฟ ชนะ อิยิปต์ รวมผล 2 นัด 7-3)

ทีมอันดับ 23 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 เคยสร้างความตื่นตะลึงด้วยการเข้าถึงรอบ  8 ทีมสุดท้ายในปี 2010 ทำให้ในครั้งนี้ พวกเขาก็ตั้งเป้าที่จะทำให้ได้แบบนั้นอีกครั้งหนึ่ง

 

5. แอลจีเรีย (เพลย์ออฟ รวมผล 2 นัด เสมอ บูร์กินาฟาโซ 3-3 แอลจีเรีย เข้ารอบตามกฎประตูทีมเยือน)

ทีมอันดับ 32 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 4 โดย 3 สมัยที่ผ่านมา ตกรอบแรกตลอด มาในครั้งนี้ ดูแล้วก็ไม่น่ารอด โอกาสทะลุถึงรอบ  16 ทีมสุดท้าย ดูริบหรี่มาก

 

โซนคอนคาเคฟ (4 ทีม)

1. สหรัฐอเมริกา (แชมป์รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 13 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 10 เคยทำผลงานดีที่สุดคืออันดับ 3 ในปี 1930 มาในครั้งนี้ หากเข้าถึงรอบ  16 ทีมสุดท้ายได้ ก็เจ๋งแล้ว

 

2. คอสตาริกา (อันดับ 2 รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 31 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 4 เคยทำผลงานดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ  16 ทีมสุดท้าย ในปี 1990 ครั้งนี้จึงหวังที่จะทำให้ได้อีกครั้ง

 

3. ฮอนดูรัส (อันดับ 3 รอบคัดเลือก)

ทีมอันดับ 34 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 ส่วนใน 2 สมัยที่ผ่านมา ตกรอบแรกทั้งหมด ซึ่งในครั้งนี้ก็ไม่น่ารอดอีกเช่นกัน

 

4. เม็กซิโก (เพลย์ออฟ ชนะ นิวซีแลนด์ รวมผล 2 นัด 9-3)

ทีมอันดับ 24 โลก ได้เล่นในรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 15 เคยทำผลงานดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย 2 ครั้ง จึงหวังที่จะทำให้ได้เป็นอย่างต่ำอีกครั้งหนึ่ง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement