advertisement

'โอ้' เบิ้ล 'อัซซูรี' เข้าชิง ดับฝัน 'อินทรีเหล็ก' 2-1

โดย ยูโร 2012 29 มิ.ย. 2555 03:45

"อินทรีเหล็ก"เยอรมนี ล้างคำสาปไม่สำเร็จ โดน มาริโอ บาโลเตลลี สังหารสองประตูช่วย "อัซซูรี"อิตาลี ลิ่วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโร 2012 ไปด้วยสกอร์ 2-1...

 

ศึกฟุตบอลยูโร 2012 ประจำวันที่ 28 มิถุนายน เป็นเกมรอบรองชนะเลิศ คู่ที่ 2 สนามเนชันแนล สเตเดี้ยม กรุงวอร์ซอว์ ประเทศโปแลนด์ "อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี รองแชมป์เก่า อดีตแชมป์ 3 สมัย พบกับ"อัซซูรี" ทีมชาติอิตาลี อดีตแชมป์ 1 สมัย โดยผู้ชนะจากเกมนี้จะได้เข้าไปพบกับแชมป์เก่า สเปน ที่เข้าไปรอในรอบชิงเรียบร้อย

เกมนัดนี้ของเยอรมนี กุนซือ โยอาคิม เลิฟ ที่ต้องการล้างคำสาปได้ "บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์" กองกลางจอมทัพกลับมาลงสนามเป็น 11 คนแรก พร้อมส่ง "โทนี โครส" ที่ได้ลงตัวจริงนัดแรก รวมทั้ง มาริโอ โกเมซ, ลูคัส โพดอลสกี้ กลับมายืนกองหน้าคู่กันอีกครั้ง ด้านแนวรับเป็นทีมงานเดิม ทั้งกัปตันทีม ฟิลิปป์ ลาห์ม, เยอโรม บัวเต็ง, มัตส์ ฮุมเมลส์ และโฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วน "มานูเอล นอยเออร์" ประจำการเฝ้าเสาเช่นเดิม


ขุนพลอัซซูรี อิตาลี ของโค้ช "เชซาเร ปรันเดลลี" เปลี่ยนคนเดียวจากเกมชนะอังกฤษ นั่นคือ จอร์โจ คิเอลลินี ที่หายเจ็บกลับมาส่วนตำแหน่งอื่นไม่เปลี่ยนแปลง "จิอันลุยจิ บุฟฟอน" กัปตันทีมเป็นปราการด่านสุดท้าย อันเดรีย บาร์ซายี, เลโอนาร์โด โบนุชชี, เฟเดริโก บัลซาเร็ตติ ลงตามเดิม


เริ่มเกมได้ 5 นาที อิตาลี หวิดเสียประตูจากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย มัตส์ ฮุมเมลส์ ตวัดยิงจ่อๆผ่านตัว จิอันลุยจิ บุฟฟอน โชคยังดีที่ อันเดรีย ปีร์โล ยืนคุมเสาเตะสกัดไว้ได้ เยอรมนี ขึงเกมบุกใส่ต่อนาทีที่ 12 อิตาลีหวิดทำเข้าประตูตัวเอง บุฟฟอน จับบอลไม่อยู่มือลูกไปชนหน้าแข้ง อันเดรีย บาร์ซายี โชคดีที่หลุดออกนอกกรอบ จังหวะต่อมาอินทรีเหล็กได้ซัดตรงอีกครั้ง โทนี โครส ตั้งป้อม ซัดนอกกรอบบอลพุ่งติดเซพของ บุฟฟอน


นาทีที่ 16 อิตาลีได้ยิงเป็นครั้งแรกจากจังหวะผ่านบอลอยู่หน้ากรอบเขตดทษคู่แข่งและก็เป็น  ริคาร์โด มอนโตลิโว ที่ยิงแต่ติดเซฟของ มานูเอล นอยเออร์ ถัดมา 2 นาที  อันโตนิโอ คาสซาโน ลองส่องนอกกรอบ นอยเออร์ เซฟไว้ได้อีก

จนกระทั้งนาทีที่ 20 อัซซูรี ก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน คาสซาโน เปิดบอลจากกราบซ้ายให้ มาริโอ บาโลเตลลี โฉบหลบตัวประกบเข้าโขกเน้นๆ เป็นประตูนำไปก่อน 1-0


เยอรมนี เร่งเกมกลับมาไล่กดดันคู่แข่งต่อ นาทีที่ 27 เมซุต โอซิล ได้โอกาส บรรจงแปบอลกะเล่นทางแต่ไม่พ้นมือนายด่านอัซซูรี  แต่ในนาทีที่ 36 อิตาลี ก็แผลงฤทธิ์จาก ริคาร์โด มอนโตลิโว เปิดบอลยาวข้ามแดนให้ มาริโอ บาโลเตลลี ดึงบอลลงหลุดเดียวเข้าไปซัดด้วยขวาเสียบสามเหลี่ยมเป็นประตูทิ้งห่างให้ อิตาลี นำ 2-0


ครึ่งหลังกุนซือเลิฟ แก้เกมเปลี่ยนทีเดียวสองคนส่ง มาร์โก รอยส์ กับ มิโรสลาฟ โคลเซ ลงสนามแทน มาริโอ โกเมซ และ ลูคัส โพโดลสกี

เปิดมาไม่ทันไร มาร์โก รอยส์ ได้โอกาสงามๆ แต่ติดเซฟของ บุฟฟอน นาทีที่ 50 อินทรีเหล็กน่าจะได้ประตูสุดๆ ฟิลิปป์ ลาห์ม เล่นชิ่งกับ โทนี โครอส ก่อนจะสอดขึ้นมายิงโล่งๆหน้าประตู แต่เจ้าตัวซัดข้ามคาน

นาทีที่ 58 อิตาลีเปลี่ยนตัวส่ง อเลสซานโดร เดียมานติ ลงแทน อันโตนิโอ คาสซาโน  เกมผ่านมาครบชั่วโมง เยอรมนี มีลุ้นได้ประตูจากลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษ รอยส์ รับหน้าที่สังหารปั้นบอลพุ่งเสียบใต้คานแต่ นอยเออร์ บินเซฟไว้ได้ ถัดมาสองนาที อิตาลีเปลี่ยนตัวอีกครั้งส่ง ดิอาโก ม็อตตา ลงแทน อันโตนิโอ คาสซาโน


เกมบุกของเยอรมนีเริ่มแผ่วโอกาสเข้าทำประตูน้อยลงผิดกับช่วงแรก นาทีที่ 67 อิตาลีหวิดมีประตูทิ้งห่าง อันเดรีย ปีร์โล จ่ายบอลเข้ากลางให้ เดียมานติ แทงออกขวาต่อให้ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ กดเน้นๆบอลพุ่งเฉียดเสาออกหลังไป หลังจากนั้นอิตาลีก็เปลี่ยนตัวครั้งสุดท้ายส่ง อันโตนิโอ ดิ นาตาเล ลงแทน มาริโอ บาโลเตลลี ที่เจ็บ


นาทีที่ 81 อิตาลี น่าจะได้ประตูที่สุดจากจังหวะโต้กลับ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล จับบอลหลุดเดียวขึ้นมาดวลกับ นอยเออร์ ตัวต่อตัว แต่จังหวะจบไม่สวยยิงออกข้างไป แต่แล้วนาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลาเยอรมนี ก็ได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ ดิอาโก มอตตา ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ กรรมการเป่าฟาล์วพร้อมให้จุดโทษกับอินทรีเหล็ก และก็เป็น เมซุส โอซิล ที่รับหน้าที่สังหารยิงประตูส่งท้ายเกม

หมดเวลาการแข่งขัน อิตาลี เอาชนะ เยอรมนี ไป 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโร 2012 พบกับ แชมป์เก่า สเปน ในวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งจะแข่งที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน

รายชื่อ11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์, มัทส์ ฮุมเมิลส์, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, เยอโรม บัวเต็ง, ซามี เคดิรา, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, เมซุต โอซิล, โทนี โครส, มาริโอ โกเมซ, ลูคัส โพดอลสกี้

อิตาลี : จิอันลุยจิ บุฟฟอน, จอร์โจ คิเอลลินี, เลโอนาร์โด โบนุชชี, เฟเดริโก บัลซาเร็ตตา, อันเดรีย บาร์ซายี, ริคาร์โด มอนโตลิโว, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, ดานิเอเล เด รอสซี, อันเดรีย ปีร์โล, อันโตนิโอ คาสซาโน, มาริโอ บาโลเตลลี

 

โหวตข่าวนี้