advertisement

ถึงฎีกา!! 'อัซซูรี'ซัดโทษดับ'สิงห์'4-2 เข้าตัดเชือกยูโร

โดย ยูโร 2012 25 มิ.ย. 2555 04:40

ทัพ"อัซซูรี"ทีมชาติอิตาลี ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกยูโร 2012 ได้สำเร็จหลังต้องดวลเดือด 120 นาที กับ"สิงโตคำราม"ทีมชาติอังกฤษ แต่สุดท้ายก็ทำประตูกันไม่ได้ ต้องอาศัยการดวลจุดโทษชี้ชะตาและก็เป็น อเลสซานโดร เดียมานติ ที่ยิงปิดท้ายพาทีมชนะ 4-2 เข้าไปพบกับทีมชาติ เยอรมนี...

ศึกยูโร 2012 วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน เป็นเกมนัดสุดท้ายของรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งทัพ"สิงโตคำราม อังกฤษ" แชมป์ของกลุ่มดี ลงดวลแข้งกับขุนพล"อัซซูรี" ทีมชาติอิตาลี ณ สนาม โอลิมปิก สเตเดียม หากใครชนะจะเข้าไปพบกับเต็ง 1 เยอรมนี ในรอบรองชนะเลิศ

เกมนัดนี้กุนซือ"รอย ฮอดร์สัน"นายใหญ่สิงโตคำราม ยังใช้นักเตะชุดพิชิตเจ้าภาพร่วม ยูเครน โดยมี เวย์น รูนีย์ กับ แดนนี เวลเบค สองหัวหอกทีม"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงล่าตาข่าย ด้าน เกล็น จอห์นสัน ที้มีข่าวบาดเจ็บที่นิ้วเท้าหายทันติดตัวจริง


ด้าน "เซซาเร ปรันเดลลี" โค้ชอัซซูรี ส่ง เลโอนาร์โด โบนุคคี ลงเล่นแบ็กขวาแทน จอร์โจ คิเอลลีนี ที่มีอาการบาดเจ็บ พร้อมทั้งส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ศูนย์หน้าเลือดเดือด ลงล่าตาข่ายคู่กับ อันโตนิโอ คาสซาโน


เริ่มเกมได้ 2 นาที อิตาลีก็หวิดมีประตูขึ้นนำไปก่อน ดานิเอเล เด รอสซี ได้ช่องยิงไกล 35 หลา ด้วยซ้ายสุดแรงบอลโค้งหนีมือ โจ ฮาร์ท ชนเสา เล่นเอาแฟนบอลผู้ดีใจหาย แต่ผ่านไป 2 นาทีอังกฤษได้ลองบ้าง เจมส์ มิลเนอร์ โยนบอลเข้ากรอบเขตโทษลูกแฉลบ เฟเดริโก บัลซาเร็ตติ มาเข้าเท้า เกล็น จอห์นสัน แต่จังหวะจบไม่เด็ดขาดงัดบอลเข้ามือ จิอันลุยจิ ปุฟฟอน


อังกฤษได้ใจขึงเกมบุกต่อนาทีที่ 13 เกล็น จอห์นสัน หยอดบอลเข้าหน้าประตู เวย์น รูนีย์ โฉบเข้ามาแต่โดน เฟเดริโก บัลซาเรตติ ตามประกบโขกไม่ถนัดงัดบอลข้ามคาน จากนั้นนาทีที่ 25 อิตาลีได้โอกาสทอง อันเดรีย ปีร์โล เปิดบอลยาวให้ มาริโอ บาโลเตลลี หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าถึงหน้าเขตโทษแต่จังหวะยิงถูก จอห์น เทอร์รี เข้ามาขวางเอาไว้ได้


อิตาลีกลับมาครองบอลนาทีที่ 31 ริคคาร์โด มอนโตลิโว วางบอลข้ามแนวรับให้ บาโลเตลลี กระฉากหลุดกับดักล้ำหน้าเอี่ยวตัววอลเลย์แต่ไม่เต็มเท้ากดลูกซอง โจ ฮาร์ท นาทีต่อมาอังกฤษโต้กลับเร็ว รูนีย์ ให้บอล แดนนี เวลเบค ซัดโล่งๆแต่หลุดกรอบ


จากนั้นนาทีที่ 37 อันโตนิโอ คาสซาโน หวิดทำประตูให้อิตาลีได้สำเร็จจากจังหวะยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ โจ ฮาร์ท ปัดไว้ได้ อิตาลีกลับมาเป็นฝ่ายได้บุกต่อ นาทีที่ 40 ปีร์โล วางบอลให้ คาสซาโน โขกชงให้ บาโลเตลลี เข้าชาร์จแต่โดนกองหลังผู้ดีเตะสกัดออกไปได้ หมดครึ่งแรกเสมอกัน 0-0


มาต่อกันในครึ่งหลังนาทีที่ 48 อิตาลี น่าจะได้ประตูขึ้นนำสุดๆจากจังหวะที่ โจ ฮาร์ท ชกบอลออกไปหน้าเขตโทษผู้เล่นอิตาลีโขกย้อนกลับมาหน้าประตูให้ ดานิเอเล เด รอสซี ตวัดยิงจ่อๆแต่ออกหลัง

นาทีที่ 53 อิตาลีมีโอกาสได้ทำประตูติดๆกันถึง 3 ครั้ง  เด รอสซี ซัดนอกรอบ โจ ฮาร์ท ปัดมาเข้าทาง บาโลเตลลี กดซ้ำถูกนายด่านสิงโตคำรามปัดได้อีก บอลลอยมาหน้าประตูเข้าทาง ริคาร์โด มอนโตลิโว ดีดด้วยซ้ายข้ามคาน พลาดโอกาสที่จะได้ประตู


จากนั้นกุนซือ ฮอดจ์สัน แก้เกมส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ กับ แอนดี คาร์โรลล์ ลงสนามแทน แดนนี เวลเบค กับเจมส์ มิลเนอร์  นาทีที่ 64 อังกฤษได้ลุ้น วัลค็อตต์ ลาบอลหลุดมาทางขวา ก่อนจะเปิดเข้ากลางกรอบเขตโทษบอลแฉลบ อิกนาซิโอ อบาเต ไปเข้าเท้า แอชลีย์ ยัง ยิงแต่แฉลบกองหลังอิตาลีออกหลังไป


นาทีที่ 76 อังกฤษได้ลุ้นประตูจากลูกฟรีคิก สตีเวน เจอร์ราร์ด เปิดบอลเข้าหน้าประตู เวย์น รูนีย์ ขึ้นโขกแต่โดนบอลไม่เต็มใบ ปุฟฟอน รับไว้ได้ จากนั้น กุนซือ ปรันเดลลี ก็แก้เกมส่ง อเลสซานโดร เด ซานซ์ติส ลงสนามแทน อันโตนิโอ คาสซาโน พร้อมส่ง อันโตนิโอ โนเซริโน ลงแทน ดานิเอเล เด รอสซี

ท้ายเกมนาทีที่ 88 อิตาลีหวิดจะได้ประตู โนเซริโน โฉบเข้ามารับบอลลงหน้าประตูแต่จังหวะจบถูก เกล็น จอห์นสัน ขวางไว้ได้ ก่อนหมดเวลากุนซืออิตาลีเปลี่ยนตัวส่ง คริสเตียน มักโจ ลงแทน อิกนาซิโอ อบาเต

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บอังกฤษมีลุ้นประตูชัย แอชลีย์ ยัง ผ่านบอลให้ แอชลีย์ โคล เปิดให้ คาร์โรลล์ โขกชงให้ รูนีย์ จักรยานอากาศ แต่ออกหลัง หมดเวลา 90 นาทีทั้งสองทีมยังเสมอ 0-0 ต้องไปลุ้นกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที


กลับมาต่อกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ อิตาลีเป็นฝ่ายครองเกมบุก ในขณะที่อังกฤษ เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงแทน สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ นาทีที่ 94 อังกฤษได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิก เจอร์ราร์ด เปิดเข้าหน้าประตู โจลีออน เลสคอตต์ เข้าชาร์จแต่โดนจับล้ำหน้า

นาที 100 อังกฤษได้เสาช่วยชีวิตอีกครั้ง อเลสซานโดร เดียมานติ เปิดบอลเข้าหน้าประตูให้ อันโตนิโอ โนเซริโน แต่ลึกเกินไปบอลตกผ่านมือ โจ ฮาร์ท ชนเสาเต็มๆ สิงโตคำรามหวิดเสียประตู


ในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลังนาทีที่ 111 อิตาลีได้ลุ้นอีกที เฟเดริโก บัลซาเร็ตติ ขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะตบเข้ากลางให้ เดียมานติ วอลเลย์ออกหลัง แต่หลังจากนั้นกองเชียร์อิตาลีก็เกือบจะได้เฮ นาทีที่ 115 เดียมานติ เปิดบอลเข้าเสาสองให้ อันโตนิโอ โนเซริโน โขกจ่อๆตุงตาข่าย แต่กลายเป็นลูกล้ำหน้า หมดเวลาการแข่งขัน 120 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอ 0-0 ต้องไปดวลจุดโทษตัดสิน ผลปรากฏว่าทั้งสองทีมยังเสมอกันทั้ง บาโลเตลลี และ  เจอร์ราร์ด ยิงเข้า แต่คนที่สองของอิตาลี ริคคาร์โด มอนโตลิโว ยิงออก เปิดช่องให้ เวย์น รูนีย์ ยิงเข้าประตูพาอังกฤษขึ้นนำ 2-1


แต่คนที่สาม แอชลี ยัง ทำพลาดยิงชนเสาเต็มๆ เปิดช่องให้ อันเดร ปีร์โร ยิงตีเสมอให้อิตาลีสำเร็จ 2-2 อันโตนิโอ โนเซริโน ยิงคนที่สี่พลิกพาอิตาลีขึ้นมานำ 3-2 ในขณะที่ แอชลีย์ โคล ยิงติดเซฟของ บุฟฟอน และคนสุดท้าย อเลสซานโดร เดียมานติ ก็จัดการยิงปิดฉาก พาอิตาลี คว้าชัยเอาชนะ อังกฤษไป 4-2 อิตาลี ได้พาเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ เยอรมนี ทีมเต็งแชมป์.

11 ตัวจริงทั้งสองทีม

อังกฤษ : โจ ฮาร์ท, เกล็น จอห์นสัน, แอชลีย์ โคล, จอห์น เทอร์รี, โจลีออน เลสคอตต์, สตีเวน เจอร์ราร์ด, แอชลีย์ ยัง, เจมส์ มิลเนอร์, สกอตต์ ปาร์เกอร์, แดนนี เวลเบค, เวย์น รูนีย์

 

อิตาลี : จิอันลุยจิ บุฟฟอน, เลโอนาร์โด โบนุคคี, เฟเดริโก บัลซาเร็ตตา, อิกนาซิโอ อบาเต, อันเดรีย บาร์ซายี, ริคาร์โด มอนโตลิโว, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, ดานิเอเล เด รอสซี, อันเดรีย ปีร์โล, อันโตนิโอ คาสซาโน, มาริโอ บาโลเตลลี

โหวตข่าวนี้