advertisement

'เยอรมนี' บุกแหลก 'กรีซ' ตั้งรับรอสวน!!!

โดย ยูโร 2012 22 มิ.ย. 2555 06:00

ศึกฟุตบอลยูโร 2012 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ที่ 2 วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน เวลา 01.45 น. เป็นการพบกันระหว่างทีมอินทรีเหล็ก เยอรมนี อันดับ 1 กลุ่มบี พบกับ ทีมชาติกรีซ อันดับ 2 กลุ่มเอ ทีมใดชนะ จะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นทีมที่ 2 ต่อจากโปรตุเกส แต่ถ้าหากคู่นี้เสมอกันในเวลาปกติ 90 นาที จะต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที หากยังเสมอกันอีก ก็จะใช้การดวลลูกจุดโทษตัดสินหาทีมชนะต่อไป...

 

เยอรมนี-กรีซ

 

 

สนาม : พีจีอี อารีนา (กดันส์ค)
ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมินา (สโลวีเนีย)
สถิติที่เคยพบกัน : 2 ครั้ง เยอรมนี ชนะ 2 ครั้ง

ผลงานรอบแรก :
เยอรมนี ชนะ เดนมาร์ก 2-1, ชนะ ฮอลแลนด์ 2-1, ชนะ โปรตุเกส 1-0
กรีซ ชนะ รัสเซีย 1-0, แพ้ เช็ก 1-2, เสมอ โปแลนด์ 1-1

 

 

สถิติของทั้ง 2 ทีมในรอบแรก

ทำประตูได้ : เยอรมนี 5 กรีซ  3
โอกาสในการทำประตู : เยอรมนี 36 กรีซ  19
ส่งบอลเข้ากรอบประตู : เยอรมนี 19 กรีซ 9
ได้เตะมุม : เยอรมนี 10 กรีซ 9
ล้ำหน้า : เยอรมนี 7 กรีซ 10
ใบเหลือง : เยอรมนี 3 กรีซ  9
ทำฟาวล์คู่แข่ง : เยอรมนี 27 กรีซ  38
ถูกคู่แข่งทำฟาวล์ : เยอรมนี 35 กรีซ  57

ดาวซัลโวสูงสุด :
3 ประตู มาริโอ โกเมซ (เยอรมนี)

อายุเฉลี่ยนักเตะในทีม : เยอรมนี 24.6 ปี กรีซ 27.4 ปี

 

 

ขุนพลอินทรีเหล็ก เยอรมนี อดีตแชมป์ยูโร 3 สมัย ทำผลงานสวยหรูด้วยการชนะรวด 3 นัดในรอบแรก ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย นอกจากนี้ยังทำสถิติชนะรวด 14 นัดในเกมเป็นทางการ ไม่นับเกมอุ่นเครื่อง นัดนี้พบกับทีมกรีซ ที่ชื่อชั้นเป็นรองกว่าเยอะ แต่บุนเดสเทรนเนอร์ "โยอาคิม เลิฟ" สั่งลูกทีมห้ามประมาทเด็ดขาด

นัดนี้จะได้ "เยอโรม บัวเต็ง" ปราการหลังผิวสี พ้นโทษห้ามแข่งกลับมาช่วยทีมพอดี เท่ากับว่า "ลาร์ส เบนเดอร์" ที่ลงมาเล่นแทนในนัดก่อนแถมทำประตูแรกในนามทีมชาติได้ด้วย จะต้องนั่งสำรองต่อไป แต่ "โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์" ปราการหลังดาวรุ่ง ถ้าได้ลงสนามห้ามถูกใบเหลืองอีก เพราะมีติดตัว 1 ใบ ถ้าเจออีกใบ จะอดเล่นในรอบรองชนะเลิศ ถ้าเยอรมนีผ่านกรีซไปได้

 

 

สำหรับเกมรุก เลิฟน่าจะใช้งานคู่หู "มาริโอ โกเมซ" และ "ลุคัส โพดอลสกี้" ตามเดิม เพราะเล่นได้เข้าขากันพอสมควร โดยมี "โธมัส มุลเลอร์" เป็นคนคอยเติมเกมบุกทางริมเส้น

 

ทัพนักเตะกรีซ อดีตแชมป์ยูโร 1 สมัย ต้องขาดกำลังสำคัญอย่าง "จอร์กอส คารากูนิส" กองกลางและกัปตันทีมจอมเก๋าที่ติดทีมชาติไปแล้ว 120 นัด และ "โฮเซ โฮเลบาส" กองหลังตัวเก่ง เพราะถูกห้ามแข่ง 1 นัด หลังได้ใบเหลืองครบ 2 ใบในรอบแรก โดยโค้ชชาวโปรตุเกส "เฟอร์นันโด ซานโตส" อาจส่ง "กริกอริส มากอส" หรือ "จอร์กอส โฟตาคิส" ลงแทน ส่วน "คอสตาส ชัลเคียส" นายทวารมือ 1 ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ยังฟิตไม่เต็มร้อย คงเป็นหน้าที่ของมือ 2 อย่าง "มิชาลิส ซิฟาคิส" ต่อไป ขณะที่ตำแหน่งอื่นน่าจะเป็นชุดเดิมกับที่ชนะรัสเซียมา

 

 

ส่วนนักเตะที่มีใบเหลืองติดตัวคนละใบอย่าง คิเรียกอส ปาปาโดปูลอส, ดิมิทริส ซัลปินกิดิส และวาสซิลิส โทรอสซิดิส ถ้าได้ลงในนัดนี้แล้วถูกใบเหลืองอีก จะหมดสิทธิ์เล่นในรอบรองชนะเลิศทันที หากกรีซสามารถผ่านเยอรมนีไปได้  

ผลการแข่งขัน : คู่นี้หากเทียบฟอร์มกันแล้ว เยอรมนีเหนือกว่าเยอะ ทั้งในเรื่องความสดและความมุ่งมั่น ส่วนกรีซได้ลูกเก๋า แต่รูปเกมไม่น่าจะออกมาแบบไล่ต้อนแน่ๆ เพราะแท็คติกของกรีซจะเล่นตั้งรับอย่างรัดกุมแล้วรอสวนกลับ ขณะที่ขุนพลอินทรีเหล็กเน้นเกมบุกตามธรรมชาติอยู่แล้ว คู่นี้ไม่น่ายืดเยื้อถึงต่อเวลา คงจบในเวลาปกติ 90 นาที ซึ่งเยอรมนีน่าจะเบียดเอาชนะไปหวุดหวิด 2-1

'กูรู โต๊ะกีฬา' ไทยรัฐออนไลน์ ฟันธง!!!


JUPITER : เยอรมนี ชนะ กรีซ 2-1   

No.18 : เยอรมนี ชนะ กรีซ 1-0

Mr.Unknown : เยอรมนี ชนะ กรีซ 2-0

บับเบิ้ม บางนรา : เยอรมนี ชนะ กรีซ 2-0

มาดามเรด : เยอรมนี เสมอ กรีซ 0-0

หมายเหตุ : เป็นผลภายในเวลาปกติ 90 นาที ไม่รวมต่อเวลาพิเศษ

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement