advertisement

'หลับให้สบายและเดินทางไปหาพี่ชายบนสวรรค์...' อาลัย 'น้องหนู' ธราวุธ นพจินดา !

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2555 13:21

คล้ายภาพเก่าย้อนความโศกเศร้าของคนในวงการกีฬามาอีกครั้ง หลังจากเมื่อ 15 ปีก่อน วงการกีฬาต้องสูญเสียบุคลากรด้านกีฬาชั้นเยี่ยม อย่าง "เอกชัย นพจินดา" หรือ "ย.โย่ง" นักพากย์ระดับ "คัมภีร์ลูกหนัง" ครั้งนี้อารมณ์ความโศกเศร้าได้ย้อนกลับมาอีกคราในการจากไปแบบฉับพลัน ของ "ธราวุธ นพจินดา" หรือ  "น้องหนู" น้องชายของ ย.โย่ง อย่างไม่มีวันกลับ น้ำตาแห่งความเสียใจ เสียดายของคนไทยทั้งประเทศก็คงไม่แตกต่างกัน...

ในห้วงเวลาแห่งความเสียใจกับการจากไปของ "ธราวุธ นพจินดา" แบบไม่ทันได้สั่งเสียอะไร ไทยรัฐออนไลน์จึงขอรวบรวมคำไว้อาลัยจากคนกีฬา ที่ฟังแล้วเชื่อได้ว่า ถ้าผู้ตายได้ยิน คงจะร้องไห้ปนยิ้มด้วยความอิ่มใจ....

นายพิษณุ นิลกลัด ผู้ประกาศข่าวและบรรยายกีฬาชื่อดังของเมืองไทย กล่าวด้วยอารมณ์โศกเศร้าว่า ตนรู้สึกเสียใจมากต่อการจากไปของคนใกล้ตัว และการสูญเสียครั้งนี้ ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนคนเราได้มองเห็นสัจธรรมของชีวิตว่า ความตายไม่ใช่เรื่องใกล้ตัวของทุกคน

"คนที่ตายเป็นคนใกล้ตัวเรา และความตายคนเรารู้ว่ามีวันตาย แต่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญเราต้องเตือนตัวเองและคนรอบข้างเราตลอด เมื่อถึงเวลาเราจะได้ไม่เสียใจ รวมถึงคนที่อยู่ข้างตัวเรา เพราะถ้าหากวันนั้นมาถึง เราก็จะได้รับมือกับมันได้ แต่พอรู้เรื่องข่าวหนูเสียชีวิตไปแล้ว ผมเสียใจมาก ทำให้ผมเองกลับไปย้อนนึกถึงวันเก่าๆ ที่เราเล่นฟุตบอลกัน ร่วมงานด้วยกัน และเขาเองก็เป็นคนแรกที่ผมชวนมาพากษ์กีฬา พร้อมกับแต่งหน้าให้เขาออกทีวี เขาเป็นเพื่อนที่ดีมาก การจากไปครั้งนี้ของเขา ผมไว้อาลัยเป็นอย่างยิ่ง"

ด้าน นายวรเทพ มากโภคา" เจ้าของนามปากกา "บี บางปะกง" คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอมรับว่า ถือเป็นบทเรียนให้กับ นักกีฬารุ่นหลังๆ ต้องหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเอง โดยเฉพาะโรคหัวใจที่เป็นภัยเงียบร้ายแรงในยุคปัจจุบัน

"หลังรู้ข่าวก็รู้สึกใจหายมาก พี่หนูเป็นคนที่สนิทสนมกัน เราทำงานร่วมกันมาโดยตลอด หลังจากพี่ ย.โย่ง-เอกชัย นพจินดา เสียชีวิตไป ก็มีพี่หนูนี่แหละที่เข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนได้ ทำให้เรารู้สึกว่ามี พี่ ย.โย่ง อยู่ใกล้ๆ เรา เพราะลักษณะคล้ายๆ กัน ซึ่งเขาเป็นพี่น้องกันด้วย และการจากไปในครั้งนี้ ยอมรับว่าโรคนี้เป็นโรคที่โหดร้ายมาก ที่เกิดแบบกะทันหัน มันทำให้เป็นบทเรียนกับน้องๆ นักข่าวกีฬารุ่นหลังๆ ทุกคน ให้ควรเช็กสุขภาพร่างกายของตัวเองบ้าง และการสูญเสียพี่หนูไปนั้น ถือเป็นการเสียคนดีๆ ของวงการกีฬาไทย เพราะพี่หนูก็เหมือนเป็นญาติคนสนิทคนหนึ่งของผม อยากให้เป็นคนสุดท้ายของวงการกีฬาในบ้านเรา"

ขณะที่ "แจ๊คกี้" นายอดิสรณ์ พึ่งยา นักข่าว, คอลัมนิสต์ และผู้บรรยายกีฬาชื่อดัง เปิดเผยว่า ทราบก่อนหน้านี้อยู่แล้วว่า นายธราวุธมีอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ได้รักษาตัวมาตลอด ทำให้รู้สึกช็อก เพราะไม่คิดว่าจะมาด่วนจากไปโดยที่ไม่ได้ร่ำลากันแบบนี้

"ตอนแรกที่ได้ข่าวเรื่องพี่หนูเสียชีวิตแล้วกลางดึก รู้สึกช็อกและตกใจมาก เพราะปกติแล้วเขาเป็นคนที่สุขภาพแข็งแรง พี่เขาออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ และคอยดูแลรักษาสุขภาพตลอดเวลา เท่าที่ผมจำได้ พี่หนูเริ่มเกิดอาการมือชาเมื่อครั้งไปทำข่าวซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ จ.นครราชสีมา ด้วยกัน เลยพาไปเช็กที่โรงพยาบาล ผลออกมาว่าพี่หนูเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ แล้วพี่เขาลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น แต่การมาเสียคนกีฬาแบบพี่หนูไปครั้งนี้ ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ ตัวผมก็เสียใจมากด้วย"

ส่วน "แชมป์" นายพีรพล เอื้ออารียกูล พิธีกรกีฬารุ่นใหม่ แห่งสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ได้ยกย่องให้ ตระกูล "นพจินดา" เป็นไอดอลของตัวเอง ในการทำหน้าที่สื่อมวลชนกีฬา และเป็นบุคคลที่มีพระคุณช่วยกันทำให้วงการกีฬาบ้านเราบูมอย่างในปัจจุบันอีกด้วย

"การจากไปของพี่น้องหนู ยอมรับว่ารู้สึกช็อกมาก เพราะผมเองได้ข่าวเมื่อตอนกลางดึกเช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นข่าวร้ายต่อวงการกีฬาบ้านเราเลยก็ว่าได้ และแม้ว่าตัวผมเองอาจจะไม่เคยร่วมงานกับพี่เขาอย่างเป็นทางการ แต่เราในฐานะคนกีฬาด้วยกัน ก็ต้องสานต่อในสิ่งที่พี่เขาทำกันมาให้ต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ผมจะทำงานผมก็นึกถึงพี่เขาตลอด รวมถึงพี่ ย.โย่ง ด้วย เพราะพี่เขาทั้งสองคนเป็นไอดอลผมตั้งแต่เด็ก ซึ่งผมเองก็ได้เข้ามาเป็นคนในครอบครัวกีฬาแล้ว ก็รู้สึกอาลัยกับการเสียพี่เขาไปในครั้งนี้ ที่สำคัญผมจะไม่ลืมตระกูล "นพจินดา" ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งพวกเขาเป็นคนหนึ่งที่ทำให้คนไทยหันมาสนใจวงการกีฬามากขึ้น"

ทั้งนี้ ศพของ นายธราวุธ นพจินดา หรือ "น้องหนู" จะถูกนำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรวิมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพฯ วันนี้ โดยจะมีกำหนดการรดน้ำศพ ณ ศาลา 9 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. จากนั้นจะมีการสวดพระอภิธรรมศพ วันที่ 20-26 มิ.ย. ณ ศาลา 10 เวลา 18.30 น. และประชุมเพลิง วันที่ 27 มิ.ย. เวลา 17.00 น.


ประวัติโดยย่อของ นายธราวุธ นพจินดา (ชื่อเล่น หนู)

- เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2499 (อายุ 56 ปี)
- เป็นลูกชายคนสุดท้อง ของ นายไพฑูรย์ และ นางอุไร นพจินดา จากพี่น้องทั้งหมด 3 คน
- จบการศึกษาจากโรงเรียนวชิราวุธ จากนั้นไปเรียนต่อที่วิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนมาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศ, คอลัมนิสต์ของสยามกีฬารายวัน และสตาร์ซอคเก้อร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 โดยใช้นามปากกาว่า "น้องหนู" จากนั้นได้ทำงานเป็นผู้บรรยายกีฬา, ผู้ประกาศข่าว และพิธีกรทางโทรทัศน์ อีกหลายรายการ
- เป็นน้องชายของ นายเอกชัย นพจินดา หรือ "ย.โย่ง" ตำนานผู้สื่อข่าวกีฬา เจ้าของฉายา "คัมภีร์ฟุตบอลเมืองไทย" ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย เมื่อ 15 ปีก่อน ด้วยวัย 44 ปี
- สมรสกับ นางวัลยา นพจินดา และมีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นลูกชาย 1 คน  (อายุ 13 ปี) และลูกสาว 1 คน (อายุ 10 ปี)


สำหรับการจากไปของ คุณธราวุธ นพจินดา "ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์" ขอร่วมไว้อาลัยคนในครอบครัวกีฬาในครั้งนี้ด้วย.

 

Twitter : Thirath_sport

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement