advertisement

ห่วยจริงหรือกรรมตามสนอง!? หมดยุคโคตรนักมวย 'แมนนี ปาเกียว'...

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2555 12:00

หลังจากเอาชนะคะแนน "ฮวน มานูเอล มาร์เกซ" มาอย่างกังขา ในไฟต์ที่แล้ว ล่าสุด "แมนนี ปาเกียว" ยอดนักมวยชาวฟิลิปปินส์ ต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับ นักชกชาวเม็กซิกัน จากการเป็นฝ่ายแพ้คะแนนให้กับ ทิโมธี แบรดลีย์ นักมวยโนเนม ชาวอเมริกัน ไปอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา...

 

น่าเสียดายที่ ปาเกียว ต้องหยุดสถิติชนะรวดติดต่อกัน 15 ไฟต์ ให้กับ กำปั้นไร้ชื่ออย่าง แบรดลีย์ และเสียเข็มขัดแชมป์ องค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) รุ่นเวลเตอร์เวท พร้อมกับคำถามที่หลายคนกำลังสงสัย

หรือนี่จะเป็นสัญญาณ ใกล้จะหมดยุครุ่งโรจน์ ของสตาร์นักชกที่ชื่อว่า "ปาเกียว" แล้ว???

แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความปราชัยครั้งแรก แต่มันก็เป็นความปราชัยที่ค้านสายตา หากใครได้ชม ด้วยใจเป็นกลาง ไม่เอาเรื่อง มาร์เกซ มาเอี่ยว ต้องยอมรับว่า ปาเกียว แม้จะไม่ได้มาบู๊ล้างผลาญตามสไตล์ตัวเอง แต่ก็ออกอาวุธได้เข้าเป้าในหลายยก

ขณะที่ แบรดลีย์ ออกหมัดมากกว่าก็จริง แต่โดนนับครั้งได้ ส่วนใหญ่ ก็เป็นหมัดแย็บ ไม่ได้รุนแรงอะไร และที่ตลกกว่านั้นคือ หลังการชก แบรดลีย์ กลับไม่ได้อยู่ในสภาพที่เหมือนผู้ชนะเลย เพราะนั่งวีลแชร์มาแถลงข่าว เพราะเจ็บเท้าทั้ง 2 ข้างระหว่างชก

คำถามจึงย้อนกลับไปยังไฟต์ปลายปี 2011 ที่อาจจะเรียกได้ว่า ทำให้ "ปาเกียว" ดูมีมลทินมากที่สุดในชีวิตนักมวย ในการเอาชนะ มาร์เกซ มาได้ในลักษณะแบบเดียวกัน!!!

แฟนมวยบางราย อาจได้หัวเราะสะใจว่างานนี้ เป็นเรื่องของกรรมตามสนอง เพราะในไฟต์ระหว่าง เขากับ มาร์เกวซ เป็นนักชกจังโก้ ที่วางแผนมาชกดักสวนเข้าเป้าจะแจ้งหลายครั้ง ส่วน ปาเกียว ก็เหมือนกับ แบรดลีย์ ที่เป็นฝ่ายไล่ออกอาวุธ แต่ก็ชกลมเป็นส่วนใหญ่ และสุดท้าย กลายเป็นว่า ปาเกียว เอาชนะไปได้ ด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์

ผู้สันทัดกรณีมวย ฟันธงชับๆ เลยว่า ชัยชนะครั้งนั้นของปาเกียว เป็นเรื่องของธุรกิจ ล้วนๆ แม้จะมีอีกกระแสมองในแง่บวกว่าการให้คะแนนของกรรมการว่า อาจมีหลักเกณฑ์ในใจอยู่แล้วว่า "ใครออกอาวุธมากกว่า ก็ย่อมมีสิทธิ์กว่า" 

เมื่อเทียบกับเหตุการณ์นี้ มันอาจจะเป็นจริงอย่างนั้นก็ได้? ซึ่งก็คงต้องโทษที่ ปาเกียว วางแผนการชกมาผิดเอง แทนที่จะมาบู๊อย่างที่เคยทำ แต่กลับมากั๊กออกหมัดน้อยไป

แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ดูห่างชั้นกันเกินไปอยู่ดี จึงทำให้เกิดกระแสต่อมาว่า "ปาเกียว" หมดประโยชน์สำหรับธุรกิจมวยโลกแล้วหรือ? หลังจากเสียความน่าเชื่อถือไปมากในไฟต์กับ มาร์เกซ

ขณะเดียวกัน หากเราดูฟอร์มการชกของ ปาเกียว ในช่วง 4-5 ไฟต์หลัง หลายคนบอกว่าคู่ชกของเขาแต่ละคนแทบไม่มีอะไร แต่เจ้าตัวไม่อาจเช็กบิลก่อนครบ 12 ยกได้ และด้วยวัย 33 ปี แน่นอน หลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับพละกำลัง รวมถึงความรวดเร็วปราดเปรียวของเขา

ต่อให้บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์คู่ใจ จะยื่นเรื่องให้สอบสวนไฟต์นี้ว่ามีนอกมีในอะไรหรือไม่ แต่เชื่อว่า ในปัจจุบัน ปาเกียว ก็คงไม่ใช่ ปาเกียว คนเดิมอีกต่อไป ขณะที่หลายคน ก็อาจกลับมามองว่า เรายกย่องฝีมือของ ปาเกียว เกินความจริงหรือเปล่า?

ยิ่งไปกว่านั้น ที่น่าสนใจ แฟนมวยในบ้านเกิด ของเขาก็นึกไปถึงขั้นว่า นี่อาจเป็นสาส์น จากพระเจ้า ที่ต้องการให้ ปาเกียว หันหลังให้กับวงการมวย และผันตัวมารับใช้สังคมอย่างเต็มตัวเสียที หลังจากเขาควบตำแหน่ง ส.ส. พร้อมกับอาชีพ นักชก มาตั้งแต่ปี 2010

อย่างไรก็ตาม ปาเกียว ยืนยันว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้เขาถอดใจ แขวนนวม และประกาศกร้าวว่า อยากที่จะรีแมตช์กับ แบรดลีย์ อีกครั้ง และหลังจากนั้น ไฟต์หยุดโลกกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ก็จะตามมา ซึ่งไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความปราชัยที่เกิดขึ้น ทำให้ชื่อของ "ปาเกียว" ดูเสียราคาในการฟาดปากกับยอดนักชกไร้พ่ายเสียแล้ว แม้เขาจะยังเหลือเข็มขัดแชมป์โลกอีก 7 รุ่น คล้องเอวอยู่ก็ตาม.

 

 

 

ไฮไลท์ในชีวิตของ ปาเกียว


- ปาเกียว ไม่ใช่นักมวยที่เพอร์เฟกต์ ไร้พ่าย เพราะไล่เรียงประวัติการชกของ "แพ็คแมน" ตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา ก่อนจะมาเสียเข็มขัด เขาแพ้ให้กับคู่ต่อสู้มาแล้ว 3 ไฟต์  ได้แก่ รัสติโก ตอร์เรคัมโป จากฟิลิปปินส์ (1996), เม็ดเงิน กระทิงแดงยิม จากไทย (1999) และ เอริก โมลาเรส จากเม็กซิโก (2005) ซึ่ง 2 รายแรก เขาเป็นฝ่ายแพ้น็อก

- แชมป์โลก 7 รุ่นที่เหลืออยู่ของปาเกียว ได้แก่ รุ่น ซุปเปอร์เวลเตอร์เวท ของสภามวยโลก (1), รุ่น จูเนียร์เวลเตอร์เวท ของ องค์กรมวยนานาชาติ (2), รุ่นไลท์เวท ของสภามวยโลก (3), รุ่น ซุปเปอร์เฟเธอร์เวท ของสภามวยโลก (4), รุ่นเฟเธอร์เวท เดอะริง (5), รุ่น ซุปเปอร์แบนตั้มเวท ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (6) และรุ่นฟลายเวท ของสภามวยโลก (7)

 

 

Twitter : thairath_sport

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement