advertisement

กลุ่มดี : อังกฤษ 'ถึงเวลาสิงโตคำรามถามหาแชมป์แรก'

โดย ยูโร 2012 5 มิ.ย. 2555 00:05

อังกฤษ

 

ข้อมูล

ทีมชาติอังกฤษ จัดเป็นทีมชาติเก่าแก่ที่สุดของโลก ร่วมกับทีมชาติสกอตแลนด์ แต่มันก็ไม่ได้การันตีว่า พวกเขาจะมีเกียรติประวัติเป็นชิ้นเป็นอันในโลกของฟุตบอลช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่อังกฤษมีนักเตะชั้นยอดเกิดขึ้นต่อเนื่องก็ตาม กระทั่งในปี 1966 ความสำเร็จที่พวกเขารอคอยก็มาถึง เมื่ออังกฤษคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในบ้านตัวเอง หลังจากการต่อเวลาชนะเยอรมันตะวันตก 4-2 พร้อมกับลูกปัญหาแฮตทริกของ เจฟฟ์ เฮิร์ส ว่าเข้าหรือไม่เข้า

และนั่นก็น่าจะถือว่าเป็นรางวัลเป็นชิ้นเป็นอันครั้งแรกและครั้งเดียวกับอังกฤษ ชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้คิดเกมฟุตบอลขึ้นมา แม้ผลงานโดยรวมของพวกเขาจะผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกและยูโรบ่อยครั้ง จนกลายเป็นอีกหนึ่งทีมขาประจำ แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีบุญวาสนาที่จะได้สัมผัสจุดสูงสุดอีกเลย จนต้องสังเวยกุนซือไปหลายราย ใกล้เคียงสุดก็คือการคว้าอันดับ 4 ในศึกบอลโลก 1990 ที่อิตาลี และเข้าถึงรอบตัดเชือก ยูโร 1996 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ

ส่วนผลงานล่าสุดในทัวร์นาเมนต์บอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ อังกฤษโดนเยอรมันสอนบอลขาดลอย 4-1 ในรอบ 16 ทีม หลังจากผ่านรอบแรกมาได้อย่างกระท่อนกระแท่น ทิ้งความอับอายและผิดหวังสุดๆ ให้กับแฟนบอลผู้ดีทั้งแผ่นดิน แต่ก็ยังมีที่ขายหน้ากว่า เมื่อคราวที่อังกฤษไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2008 ที่สวิตเซอร์แลนด์กับออสเตรีย ภายใต้การคุมบังเหียนของ สตีฟ แม็คลาเรน ดังนั้นการกลับมาสัมผัสศึกยูโรรอบสุดท้ายอีกครั้ง ในรอบ 8 ปี พวกเขาก็หวังที่จะล้างอายให้ได้

 

 

นักเตะเด่น
เวย์น รูนีย์

ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเขาประเดิมเกมทีมชาตินัดแรกปี 2003 และได้โอกาสเล่นฟุตบอลยูโร 2004 ที่โปรตุเกส โดยยิงไป 4 ลูก จากนั้นก็ได้เล่นฟุตบอลโลก 2006 และ 2010 ต่อเนื่อง และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะดีที่สุดของประเทศ และหนึ่งในนักเตะดีที่สุดของโลก ขณะเดียวกันเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับ แมนฯยูไนเต็ด ต้นสังกัด ไม่ว่าจะการคว้าแชมป์ลีก 4 สมัย, แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย และแชมป์ลีกคัพ 2 สมัย รวมถึงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมและอื่นๆ อีกมากมาย

ดังนั้น เชื่อแน่ว่าด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นได้ทั้งตัวยิง, ตัวจ่าย, ตัวสร้างสรรค์เกมของดาวยิงวัย 26 ปี จะช่วยให้ทีมชาติอังกฤษมีทางเลือกในการวางแผนระบบการเล่นมากขึ้น โดยเฉพาะตอนนี้ กองหน้าจากทีมผีแดงถือว่าอยู่ในฟอร์มกำลังฮอตทีเดียว หลังจากยิงไป 27 ประตู ในลีกฤดูกาลนี้ เป็นรองดาวซัลโว โรบิน ฟาน เพอร์ซี อยู่เพียง 3 ลูก แตกต่างจากช่วงบอลโลก 2010 ที่เจ้าตัวมีปัญหามากมาย ทำให้โชว์ฟอร์มไม่ออก จนกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาแฟนบอลสิงโตคำรามไปพักใหญ่ แม้ว่า 2 นัดแรกในรอบแรกจะลงไม่ได้เพราะติดโทษห้ามแข่ง แต่นัดที่ 3 ซึ่งเขาจะกลับมาลงสนามได้ อาจเป็นนัดตัดสินการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของทีมสิงโตคำรามก็เป็นได้

 

 

โค้ช

รอย ฮอดจ์สัน

กุนซือวัย 64 ปี เข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่นานหลังจาก ฟาบิโอ คาเปลโล ลาออกไป โดยเขาไม่โดดเด่นมากนักสมัยค้าแข้งเป็นนักเตะ ทำให้หันมาเอาดีด้านการคุมทีม ตั้งแต่ปี 1967 โดยเริ่มคุมทีมฮาล์มสตัด ในสวีเดน เป็นสโมสรแรก จากนั้นรับงานกุนซือมาแล้วทั่วสารทิศในทวีปยุโรป ซึ่งผลงานถือว่าไม่เลว ในฐานะที่ประสบความสำเร็จพาต้นสังกัดชูถ้วยแชมป์ได้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ฮาล์มสตัด, มัลโม, อินเตอร์ มิลาน, โคเปนเฮเกน และล่าสุดรองแชมป์ยูโรปา ลีก 2010 กับฟูแลม จนทำให้ได้รางวัลกุนซือยอดเยี่ยมแห่งปี 2010 ของสมาคมผู้จัดการลีก (แอลเอ็มเอ)

ก่อนที่จะมาแป้ก หลังย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล จนต้องโดนไล่ออกไปเพียงไม่ถึงปี กระทั่งมาสร้างชื่อได้อีกครั้ง ในการคุมทีมเวสต์บรอมวิช และได้รับการทาบทามมาเป็นผู้จัดการทีม "สิงโตคำราม" ในที่สุด ซึ่งถือเป็นงานคุมทีมชาติครั้งที่ 4 ต่อจากการคุมทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ฟินแลนด์ ตามลำดับ

รายชื่อ 23 นักเตะ

ผู้รักษาประตู : โจ ฮาร์ท (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) โรเบิร์ต กรีน (เวสต์แฮม) แจ๊ค บัตแลนด์ (เบอร์มิงแฮม)

กองหลัง : เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน เคลลี (ลิเวอร์พูล) แอชลีย์ โคล, จอห์น เทอร์รี (เชลซี) โจลีออน เลสคอตต์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) เลห์ตัน เบนส์, ฟิล จาเกียลกา (เอฟเวอร์ตัน) ฟิล โจนส์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

กองกลาง : สตีเวน เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สจวร์ต ดาวนิง (ลิเวอร์พูล) เจมส์ มิลเนอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) แอชลีย์ ยัง (แมนฯยูไนเต็ด) สกอตต์ ปาร์เกอร์ (สเปอร์ส)

กองหน้า : เวย์น รูนีย์, แดนนี เวลเบค (แมนฯยูไนเต็ด) แอนดี้ คาร์โรลล์ (ลิเวอร์พูล) เจอร์เมน เดโฟ (สเปอร์ส) ธีโอ วัลคอตต์, อเลกซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (อาร์เซนอล)

เส้นทางรอบคัดเลือก

เข้ารอบสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่มจี โดยลงเล่น 8 นัด ชนะ 5 เสมอ 3 มี 18 คะแนน ทำได้ 17 ประตู เสีย 5 ประตู

โอกาสคว้าแชมป์

ขอยกให้เป็นอีกหนึ่งทีม "ท่าดีทีเหลว" สำหรับอังกฤษ เพราะแม้จะมีนักเตะชั้นยอดที่ได้รับการยกย่องมากมายจากในยุโรป แต่พอลงสนามจริง กลับเป็นทีมที่ไม่มีอะไรในกอไผ่เลย แนวรับกับแดนกลางถือว่าเวิลด์คลาส แต่กองหน้า ยังมีแค่รูนีย์ที่ไว้ใจได้ งานนี้คงเป็นเรื่องของกุนซือคนใหม่ ที่จะต้องคิดหาทางว่า จะดึงศักยภาพของนักเตะเหล่านี้ออกมาใช้ให้ได้สูงสุดยังไง ซึ่งถ้าทำได้โอกาสที่เข้าไปถึงรอบตัดเชือกพอมีลุ้นเหมือนกัน แต่ถ้ามองถึงแชมป์คงยากไปสักหน่อย

โปรแกรมรอบแรก

11 มิ.ย. ฝรั่งเศส-อังกฤษ (23.00 น.)

15 มิ.ย. สวีเดน-อังกฤษ (01.45 น.)

19 มิ.ย. อังกฤษ-ยูเครน (01.45 น.)

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement