advertisement

นิวไอ-โมบาย สเตเดียม ลมหายใจแห่ง 'บุรีรัมย์'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มิ.ย. 2554 13:15

“มีอย่างนี้ด้วยหรือในเมืองไทย”

นี่คือคำอุทานของผมและชาวคณะ สื่อมวลชนสายกีฬา ที่ร่วมทริปเดินทางไปดูเกมนัดประเดิมสนาม “นิวไอ-โมบาย สเตเดียม” ของทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ พีอีเอ จ่าฝูงและแชมป์เลกแรกของศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2011 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ความยิ่งใหญ่ อลังการ สมบูรณ์แบบ ของสังเวียนแข้งแห่งนี้ทำให้พวกเราทุกคนตะลึงตา และหยิกตัวเองว่านี่อยู่เมืองนอกกันหรือเปล่า หลังจากรถบัสที่นั่งอยู่เลี้ยวผ่านวงเวียนราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เข้าสู่อาณาเขตของเดอะบิ๊กสเตเดียมแดนอีสานแห่งนี้

อาจารย์ใหญ่ เนวิน ชิดชอบ  ผู้เนรมิตอาณาจักรนิวไอ-โมบาย สเตเดียม บนผืนแผ่นดินบุรีรัมย์บ้านเกิดของตัวเอง รับบทไกด์กิตติมศักดิ์พาพวกเราชาวสื่อและแขกวีไอพี ทัวร์ชมสนามด้วยความภาคภูมิใจ โดยเจ้าตัวบอกว่า นิวไอ-โมบาย ตั้งอยู่บนพื้นที่ 160 ไร่ วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ปีที่แล้ว และใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 251 วัน ด้วยงบประมาณการก่อสร้างมหาศาลที่เจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน แต่เท่าที่ทราบมาไม่น่าจะต่ำกว่า 500 ล้านบาท

 

นิว ไอ-โมบายสเตเดียม อันทันสมัย ไฮเทค เป็นการผสมผสานกันระหว่างสนามเหย้าของ 2 สโมสรดังในอังกฤษที่  “บิ๊กเน” มีความผูกพัน โดยรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับ “วอล์คเกอร์ สเตเดียม” ของทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิติี้ ในลีกแชมเปียนชิพที่มีเจ้าของเป็นคนไทย คือ เสี่ยวิชัย รักศรีอักษร เจ้าพ่อคิงพาวเวอร์ ที่เสี่ยเนซี้ปึ้ก! ส่วนห้องหับและการตกแต่งภายในก๊อบปี้มาจาก “สแตมฟอร์ด บริดจ์” ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี รองแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นทีมในดวงใจของเจ้าตัว

ด้วยภูมิศาสตร์และสภาพพื้นดินที่เต็ม ไปด้วยหินภูเขาไฟเก่า ทำให้การก่อสร้างไม่สามารถลงเสาเข็มได้ แต่ดัดแปลงระบบฐานรากให้เหมือนกับถาดขนาดยักษ์ที่รองรับตัวสนามอยู่อย่าง มั่นคง แข็งแรง แถมรองรับภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวได้อีกต่างหาก ส่วนวัสดุที่ใช้ประกอบเป็นตัวสนามกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นโลหะทั้งสิ้น ดังนั้นจึงสร้างได้อย่างรวดเร็วทันใจเจ้าของสนาม

ประธานเนวินให้ ข้อมูลว่า พื้นที่ใช้สอยในตัวสนาม สร้างตามเกณฑ์ของ เอเอฟซี แบบเป๊ะๆ จะเรียกว่าเป็นสนามแห่งแรกของไทยที่ได้มาตรฐาน สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียที่สุดก็ว่าได้ โดยห้องหับต่างๆมีกว่า 20 ห้อง ทั้งห้องประชุม ห้องพักนักกีฬา ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั้งทีมเหย้า-ทีมเยือน ห้องผู้ตัดสิน ห้องตรวจโด๊ป ห้องรับประทานอาหาร ฯลฯ ขณะที่ “เมกาสโตร์” ร้านขายของที่ระลึกของสโมสรก็อยู่ภายในตัวสเตเดียมด้วย

สำหรับพื้นหญ้าเขียวขจีที่ถือเป็นจุดตัดกับสีน้ำเงินของอัฒจันทร์ได้อย่างลงตัว “เสี่ยเน” เลือกที่จะใช้ “หญ้าพาสพาลัม” ที่มีสายพันธุ์ต้นกำเนิดมาจากประเทศบราซิล เช่นเดียวกับสนามโอลด์-แทรฟเฟิร์ด ของแมนฯยูไนเต็ด เพราะนอกจากจะเป็นสีอ่อนเป็นมันสวยเงางามแล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษ ทนร้อน ทนแล้ง และสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับภูมิอากาศของอีสานใต้เป็นอย่างยิ่ง

สังเวียน ไอ-โมบาย สเตเดียม จะใช้รองรับการเป็นเจ้าบ้านของทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ และทีมบุรีรัมย์ เอฟซี ขณะเดียวกันก็กำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ยู 16 ปี รอบคัดเลือก ในเดือน ก.ย.นี้ด้วย โดยเร็วๆนี้สโมสรจะเปิดอะคาเดมีพัฒนาเยาวชนอยู่ในบริเวณสนาม ด้วยหวังที่จะสร้างนักเตะสายเลือดใหม่ป้อนขึ้นสู่วงจรนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในอนาคต

บิ๊กเนวิน เขียนเอาไว้ในสูจิบัตรของสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ อย่างหยดย้อยว่า “ไอ-โมบาย สเตเดียม เป็นมากกว่าสนามฟุตบอล เพราะที่แห่งนี้คืออนุสาวรีย์แห่งความศรัทธา ความรัก ความผูกพัน ระหว่างผมกับคนบุรีรัมย์”

ก็เหมือนกับสโลแกนที่โชว์หราอยู่เหนือหลังคาสเตเดียมนั่นแหละ “BREATH OF BURIRUM”

นี่คือสนามแห่ง “ลมหายใจของบุรีรัมย์” อย่างแท้จริง!!!

วรเทพ มากโภคา ...เรื่อง
ชาติชาย จันทรวัติ ...ภาพ

โหวตข่าวนี้