วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตรงกัน3หน่วยงานตรวจชิ้นเนื้อปอดหญิงเยอรมัน

โดย

สธ.-ศิริราช-ตร. ร่วมกันแถลงผลการตรวจชิ้นเนื้อจากปอดของหญิงชราเยอรมัน ที่เสียชีวิตเมื่อ 18 พ.ค.ไม่ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ปอดอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

วันนี้ (26 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และนายกสมาคมไวรัสวิทยา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และดร.วัฒนา อู่วาณิชย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภูมิคุ้มกันวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันแถลงข่าว ผลตรวจสอบชิ้นเนื้อจากปอดของนักท่องเที่ยวหญิงชาวเยอรมนี วัย 65 ปี ที่ป่วยด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในอำเภอหัวหิน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาชัย จ.สมุทรสาคร ระหว่างนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2552

นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิต ได้มีการนำไปศพชันสูตรที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. พบว่าปอดมีลักษณะผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการอักเสบอย่างรุนแรง ได้ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ที่ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพาะเชื้อและทดสอบทางชีวเคมี หาเชื้อที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอาการปอดอักเสบรุนแรงและเสียชีวิต ผลการตรวจปรากฏว่าไม่ได้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 แต่อย่างใด แต่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ สูโดโมแนส แอรูจิโนซ่า (Pseudomonas aeruginosa) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่มีความรุนแรงและทำให้เสียชีวิตได้ เชื้อนี้พบได้ทั่วโลก มียาปฏิชีวนะรักษา แต่หากผู้ป่วยมีร่างกายอ่อนแอหรือภูมิต้านทานต่ำ ก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นและเสียชีวิตได้รวดเร็ว

นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า ในการตรวจยืนยันผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ทุกราย กระทรวงสาธารณสุขได้มีความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานแบบคู่ขนานกัน เพื่อความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นในระบบรายงานผลการตรวจ ประกอบการวินิจฉัยของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งใช้เป็นมาตรฐานมาตั้งแต่มีการระบาดของโรคซาร์ส และไข้หวัดนก จึงขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจ