การพระศพ สมเด็จพระสังฆราช

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ต.ค. 2556 17:00

การพระศพ สมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระมหาเถระเชิญพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จากอาคารวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร ไปยังตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร โดยขบวนจะมีพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร อัญเชิญประดิษฐานในรถพระประเทียบ และรถพยาบาลที่นำส่งพระศพ

โดยเคลื่อนออกจาก รพ.จุฬาลงกรณ์ไปทางถนนราชดำริ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 4 ข้ามสะพานลอยไทย-เบลเยี่ยม ขึ้นทางด่วนพระราม 4 แล้วลงทางด่วนที่ยมราช เข้าถนนหลานหลวง ข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนที่จะเลี้ยวขวาเข้าถนนพระสุเมรุ และเทียบขบวนรถที่บริเวณด้านหน้าพระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างเส้นทาง ขอเชิญพุทธศาสนิกชนเฝ้าถวายสักการะตามเส้นทางดังกล่าว


เมื่อประดิษฐานพระศพ ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหารแล้วนั้น พระมหาเถระ พระเถระ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะขึ้นถวายน้ำสรงพระศพ ส่วนประชาชนทั่วไป ทางวัดบวรนิเวศวิหาร ได้เตรียมสถานที่บริเวณอาคารมนุษยนาควิทยาคาร ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ และจัดที่ถวายน้ำสรง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

 

ในเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังศุโขทัย ไปถวายน้ำสรงพระศพ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เสร็จแล้วเจ้าพนักงานสุกำพระศพลงสู่หีบ แล้วเชิญไปประดิษฐานหลังชั้นแว่นฟ้าทอง ประกอบพระโกศกุดั่นใหญ่ ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระเกียรติยศ เสร็จแล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 20 รูป สดับปกรณ์ ทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ในการพระราชทานพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมประจำทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้า 8 รูป เพล 4 รูป กำหนด 7 วัน โดยหลังจากนี้จนกว่าจะออกพระเมรุ ตามธรรมเนียมก็จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรมพระศพ โดยหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่วัดบวรนิเวศวิหาร


พระโกศ

 

พระโกศเป็นภาชนะเครื่องสูง มีรูปทรงเป็นกรวยมียอดแหลม อาจแยกตามวัตถุประสงค์การใช้งานเป็น 2 ประเภทคือ พระโกศสำหรับทรงพระบรมศพหรือพระศพ และพระโกศพระบรมอัฐิ หรือพระอัฐิ ซึ่งพระโกศพระบรมศพมี 2 ชั้น คือชั้นนอกเรียกว่า "ลอง" ทำด้วยโครงไม้หุ้มทองปิดทอง ประดับกระจกอัญมณี และชั้นใน เรียก "โกศ" ทำด้วยเหล็ก ทองแดงหรือเงิน ปิดทอง ลองชั้นนอกใช้ประกอบปิดโครงชั้นในสำหรับลอง หรือพระลอง ที่ประดับอยู่ภายนอกของโกศ ต่อมานิยมเรียกพระลอง เป็นพระโกศแทน จนเข้าใจว่าเป็นสิ่งเดียวกัน เช่น เรียกพระลองทองใหญ่ว่าพระโกศทองใหญ่ พระโกศ และโกศ แบ่งตามลำดับ ตามฐานันดรศักดิ์อย่างชัดเจน แต่โกศพระศพนี้อาจมีการเลื่อนลำดับชั้นได้ มีอยู่ 12 อย่าง ดังนี้

1. พระโกศทองใหญ่

2. พระโกศทองรองทรง นับเสมอพระโกศทองใหญ่

3. พระโกศทองเล็ก

4. พระโกศทองน้อย

5. พระโกศกุดั่นใหญ่

6.พระโกศกุดั่นน้อย

7. พระโกศมณฑปใหญ่

8. พระโกศมณฑปน้อย

9. พระโกศไม้สิบสอง

10. พระโกศพระองค์เจ้า เดิมเรียกว่า โกศลังกา

11. โกศราชนิกุล

12. โกศเกราะ

13. โกศแปดเหลี่ยม

14. โกศโถ


พระโกศกุดั่นใหญ่

 

สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อปีมะแม จุลศักราช 1161 (พ.ศ.2342) สำหรับทรงพระศพสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ เมื่อทรงพระศพสมเด็จพระพี่นาง หุ้มทองคำทั้งสององค์ และมีการเล่าขานกันว่าพระโกศองค์หนึ่งชำรุดไป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงค้นหาได้มาแต่ตัวพระโกศ จึงทรงทำฝา และฐานใหม่ประกอบเข้า เรียกพระโกศองค์นี้ว่า "กุดั่นใหญ่" ฝีมือทำซึ่งปรากฏอยู่ที่กาบพระโกศนั้นงามอย่างยิ่ง สมกับที่มีตำนานว่าเป็นของทำในรัชกาลที่ 1 อีกทุกวันนี้ถือว่าพระโกศกุดั่นใหญ่เกียรติยศสูงกว่าพระโกศกุดั่นน้อย สำหรับพระราชทานทรงพระศพสมเด็จเจ้าฟ้า สมเด็จพระบรมวงศ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า หรือสมเด็จพระสังฆราช ถึงแม้รายละเอียดขั้นตอนพระราชพิธี เหมือนกันกับพระศพเจ้านาย แต่จะต่างกันบางประการ คือ พระโกศพระอัฐิ จะเป็นพระโกศศิลา และไม่มีพระโกศไม้จันทน์ทรงพระโกศ เมื่อพระราชทานเพลิงพระศพ

โหวตข่าวนี้