วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลวงพ่อเมืองสามหมอก คิดเครื่องดึงดูดเมฆฝน

เผยใช้ศาสตร์ที่อยู่เหนือความคาดหมาย เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังประสบกับภัยแล้งอยู่ ขณะนี้ โดยนำไปติดตั้งฟรีให้กับประชาชนในภาคอีสาน...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 มิ.ย.)  ที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนบูรณะรักษ์ธรรม เลขที่ 38/1 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พระอาจารย์รัตน์ รัตนญาโณ อายุ 62 ปี 32 พรรษา เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้แถลงข่าวการประดิษฐ์เครื่องดึงดูดเมฆฝน จำนวน 5 เครื่อง เพื่อนำไปติดตั้งฟรีให้กับประชาชนในภาคอีสาน เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังประสบกับภัยแล้งอยู่ขณะนี้ พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักทั้งทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ไปดูที่ลานหน้ากุฎิ ซึ่งมีช่าง 3 คนกำลังช่วยกันทำเครื่องช่วยดึงดูดเมฆฝน

รายงานข่าวแจ้งว่า ลักษณะเครื่องดังกล่าวประกอบไปด้วยแท่งเหล็ก สูงประมาณ 2 เมตร แล้วนำท่อน้ำมาม้วนรอบเป็นเกลียว โดยตรงกันแท่งเหล็กจะมีก้อนหินรูปพีรมิด ทรงสามเหลี่ยม มุม 60 องศา จำนวน 7 ก้อน นำพีระมิดมาจัดเรียงแนวตั้ง แล้วพันรอบด้วยสายยาง ก่อนบรรจุน้ำเข้าไป ภายในติดตั้งปั๊มน้ำจากถังน้ำสีฟ้าขณาด 30 ลิตร เมื่อเปิดปั๊มน้ำทำงาน แรงดันจากปั๊มน้ำจะทำให้น้ำหมุนวนรอบพีระมิด จนเกิดเป็นเกลียววนจากขวาไปซ้าย พระอาจารย์รัตน์ ได้สาธิตเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู และระบุว่าเครื่องดังกล่าวใช้งบประมาณ 8 พันบาทเท่านั้น และเครื่องดังกล่าวคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2540 เริ่มทดลองอย่างจริงจังเพิ่งประสบความสำเร็จ

 


พระอาจารย์รัตน์  กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้นำเครื่องดังกล่าวเปิดตั้งไว้ที่วัดดอยเกิ้ง อ.แม่สะเรียง เปิดเครื่องทิ้งไว้ตั้งแต่วันที่ 6-15 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าเกิดฝนตกลงมาในทุกเย็นในรัศมี 19 ก.ม. รอบๆวัดจนชุ่มชื้นไปหมด พอดีเห็นข่าวทางทีวีว่า ตอนนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนเรื่องภัยแล้ว ฝนกไม่ตกตามฤดูกาล ทางลูกศิษย์ จึงบริจากปัจจัยมาจำนวนหนึ่งให้ทางอาตมา สร้างเครื่องดูดเมฆฝนจำนวน 5 เครื่องที่กำลังก่อสร้างในวันนี้ โดยสร้างเสร็จไปแล้ว 1 เครื่อง เหลือระหว่างประกอบอีก 4 เครื่อง นำไปมอบให้กับชาวบ้านในภาคอีสาน ประกอบไปด้วย จ.มหาสารคา จ.อุดรธานี และจบุรีรัมย์

 

เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง กล่าวต่อว่า พระไม่มีมุสา ที่อาตมาทำขึ้นมาไม่ได้ทำเพื่อเชิงการค้า ทำแล้วนำไปมอบให้ชาวบ้านฟรีๆ ที่มาที่ไปของเครื่องนี้มาจาก เมื่อประมาณสิบปีก่อนอาตมาได้นั่งสมาธิ และนิมิตไปพบ หลักวิธีการทำดังกล่าวโดยบังเอิญ พร้อมกับอธิบายการทำงานของเครื่องจะอาศัย แรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจะถูกผลักขึ้นมาด้านบนของเครื่อง และจะทำให้น้ำบริเวณรอบวิ่งมาแทนที่และอากาศไหลตัวจนเกิดลมขึ้น ขณะที่เครื่องทำงานจะมีการดึงความชื้นและดึงดูดฝนให้ตกลงมารอบรัศมีของเครื่อง

พระอาจารย์รัตน์ กล่าวถึงการเกิดแรงดึงดูดอันมหาศาลว่า เพจราะระบบการทำงานดังกล่าว เกิดจากหลังงานจากวัตถุ 80% เกิดจากพลังจิตอีก 20% และพลังงานนั้นเกิดจาก หินรูปพีระมิด ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องดึงเมฆ เนื่องจากทำจากแร่ชนิดหนึ่งที่ถูก ค้นพบในถ้ำแห่งหนึ่งใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ผลงานดังกล่าวได้ดัดแปลงมาจากเครื่องใช้ลดมลพิษในอากาศ ที่เคยคิดค้นเมื่อปี 2548 มีลักการทำงานคล้ายๆกัน ซึ่งตอนนั้นหลังเป็นข่าวออกไป ก็มีฝรั่งมาขอไปจดสิทธิบัตร แต่อาตมาไม่ให้ไปเพราะอาตมาไม่ได้ทำในเชิงพาณิชย์ ทำแล้วแจกให้ฟรีๆเท่านั้น

 

เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง กล่าวอีกว่า เคยมีนักวิชาการทั้ง นาซ่า จากสหรัฐอเมริกา และจากประเทศอื่นมาดูจำนวนมาก ร่วมทั้งอดีต รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ   ชินวัตรเป็นนายกก็มาดูด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาเหล่านั้นก็มาดูก็ดูเฉยๆ เพราะอาตมาก็ชี้แจงว่าอาตมาค้นพบได้วิธีการอย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะมีไม่หลักทางวิชาการมารองรับ ก็ตาม เพราะจะเอาวิชาการมารองรับได้ เพราะสิ่งที่อาตมาค้นพบพบเป็นเพียงสิ่งแรก อาจจะมีค้นไม่เชื่อ แต่ก็พร้อมที่ท้าให้มีการพิสูจน์

พระอาจารย์รัตน์ กล่าวด้วยว่า หากคนอื่นนำมาลอกเลียนแบบ อาจทำได้เหมือนแต่คงไม่สามรถให้เครื่องทำงานเหมือนอาตมาได้ ตอนนี้ทางอาตมาก็อยากจะเผยแพร่สิ่อที่ค้นพบ เพื่อช่วยเหลือความทุกข์ของประชาชนในเรื่องฝนแล้ง หากหน่วยงานราชการ หรือว่าสถาบัน องค์กรใดๆต้องการนำไปทำต่อยอดแต่ไม่ใช่ทำเพื่อการค้า ก็สามารถมาคุยกันได้

ขณะที่พระอาจารย์รัตน์ กำลังชี้แจงกำลังผู้สื่อข่าวอยู่นั้นปรากฎว่า เหนือท้องฟ้าสที่สำนักสงฆ์เมฆเริ่มทะยอยมาปกคลุม และครึ้มไปหมด