วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอ็นจีโอบุกสถานทูตจีน จี้หยุดสร้างเขื่อน

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว

เอ็นจีโอแม่น้ำโขง บุกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย ร้องหยุดสร้างเขื่อน หากไม่ยุติ เตรียมฟ้องศาลโลก...

เวลา 09.00 น. 3 เม.ย. กลุ่มเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา เครือข่ายสมัชชาคนจน โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง พร้อมด้วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงของประเทศจีน กว่า 100 คน นำโดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย และนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติลุ่มน้ำโขงล้านนา เดินทางมายื่นหนังสือถึงรัฐบาลจีน เพื่อเรียกร้องให้ลงมาแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขง โดยมีนายเหยว เหวิน ผอ.ฝ่ายการเมือง สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ลงมารับหนังสือร้องเรียน



จากนั้นนายนิวัฒน์กล่าวว่า เครือข่ายฯมายื่นหนังสือเพื่อให้รัฐบาลจีน ลงมาดูแลและแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขงอย่างจริงจังและจริงใจ กับประเทศท้ายน้ำโขงตอนล่างคือ ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา พร้อมกับขอให้รัฐบาลจีนดำเนินการใน 4 เรื่อง คือ 1.ขอให้รัฐบาลจีนหยุดสร้างเขื่อนเพิ่มเติมในแม่น้ำโขง 2.ให้หยุดระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง 3.ให้มีการตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงภาคประชาชน และ 4.ขอให้รัฐบาลจีนเป็นหัวขบวนในการแก้ไขปัญหาแม่น้ำโขง

ทั้งนี้ หากรัฐบาลจีนไม่มีการตอบรับข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งเกิดจากข้อสรุปของภาคประชาชนของทั้ง 4 ชาติในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ก็อาจจะพิจารณาใช้ช่องทางกฎหมายฟ้องต่อศาลโลก เพื่อให้จีนยอมทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว 

“หลังการประชุมสุดยอดผู้นำโขงตอนล่างครั้งที่ 1 ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สิ้นสุดลงในวันที่ 5 เม.ย. นี้ เครือข่ายฯจะให้เวลากับจีนสักระยะหนึ่งในการแก้ปัญหา แต่หากยังไม่มีการตอบสนอง ภาคประชาชนทั้ง 4 ชาติก็จะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อฟ้องศาลโลก นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงคณะกรรมการธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) เพื่อให้ทบทวนบทบาทขององค์กรนี้ว่าตั้งมาเพื่ออะไร เพราะตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เอ็มอาร์ซีไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในน้ำโขงเลย แต่กลับวางเฉย และปล่อยให้ประเทศจีนสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขง ที่สำคัญตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา เอ็มอาร์ซีกลับชี้ว่าสาเหตุที่แม่น้ำโขงแห้งลงมาจากภาวะโลกร้อน ทั้งที่ข้อเท็จจริง เครือข่ายฯมีหลักฐานที่เก็บข้อมูลของสถานีวัดน้ำเฉพาะในไทย 6 สถานี พบว่าการที่น้ำขึ้นและลงผิดปกติมาจากการสร้างเขื่อน นอกจากนั้น เมื่อเทียบกับแม่น้ำสาละวิน ที่ห่างจากน้ำโขงแค่ 30 เมตร ทำไมไม่เกิดวิกฤติน้ำแล้งและน้ำท่วมหนัก” นายนิวัฒน์ กล่าว

ประธานเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนม่านวาน แห่งแรกบนลำน้ำโขง ในปี 2539 เขื่อนต้าเฉาซาน ในปี 2546 และเขื่อนจิงหงในปี 2551 ชาวบ้านโดยเฉพาะไทยและลาว ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะเกิดภาวะน้ำท่วมหนักและแล้งหนัก ซึ่งกระทบต่อการเกษตกรรมตามแนวชายฝั่งน้ำโขง รวมทั้งการทำการประมง หากสถานการณ์ยังดำเนินแบบนี้โดยไม่มีการแก้ไข ชาวบ้านก็คงต้องอยพพย้ายถิ่นในที่สุด