วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักวิชาการติง อย่าด่วนสรุปจีนทำน้ำโขงแห้ง

ปธ.สภาธุรกิจฯลุ่มแม่น้ำโขงอ้าง เขื่อนจีนไม่ใช่ต้นเหตุทำน้ำโขงแห้ง ให้น้ำหนักวิกฤติภัยแล้ง ชี้ชาติต้นน้ำมีสิทธิกักน้ำ เพราะไม่มีกฎหมายจัดการ อาจารย์ม.หัวเฉียวฯหนุนอย่าด่วนว่าจีนเป็นต้นเหตุ...

19 มี.ค.53 นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ประธานสภาธุรกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งในลุ่มน้ำโขงว่า กรณีนี้จีนเคยอธิบายแล้ว ไม่ได้กักน้ำจนทำให้แม่น้ำโขงแห้ง คิดว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะจีนเปิดให้ตรวจสอบ และมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แสดงระดับปริมาณการกักน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้ส่งผลถึงขั้นทำให้แม่น้ำโขงแห้ง  อีกทั้งการกักน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องมีการปล่อยน้ำออกมาตลอด จึงเชื่อว่ากรณีนี้เกิดมาจากปัญหาความแห้งแล้งมากกว่า

ทั้งนี้ การที่จีนจะกักน้ำไว้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะช่วงพื้นที่บริเวณเขื่อนที่ต้องกักน้ำนั้น ไม่ใช่บริเวณอู่ข้าวอู่น้ำที่ต้องกักน้ำไว้ ต้องปล่อยน้ำออกมา และจากประสบการณ์ที่เคยสำรวจพื้นที่ในจีน บริเวณตอนใต้ของการสร้างเขื่อนประสบปัญหาแล้ง ส่วนบริเวณเหนือเขื่อนขึ้นไป ไม่แน่ใจว่าแล้งหรือไม่ ต้องตรวจสอบกันต่อไป

นายชิงชัย กล่าวต่อว่า ประเด็นที่น่าห่วงใยหากเกิดภัยแล้งหนักว่า ผลกระทบตามมามากกว่าเพียงประเด็นการสร้างเขื่อน ประเทศที่น่าห่วงมากที่สุดคือ เวียดนาม และกัมพูชา ที่ต้องรับปัญหาหนักมากหากเกิดภัยแล้ง เพราะอยู่ปลายน้ำ เรื่องนี้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ที่มีประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ควรพยายามเจรจาร่วมกันตรวจสอบปัญหาแล้งนี้ เพื่อหาแนวทางเสนอประเทศจีน ในฐานะเป็นประเทศต้นน้ำ ซึ่งมีสิทธิจะกักเก็บน้ำได้ และเชื่อว่าจีนคงต้องยอมรับฟังปัญหาแน่นอน แม้จีนจะไม่ได้เป็นสมาชิกเอ็มอาร์ซีก็ตาม

"ขณะนี้ไม่มีกฎหมายในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรน้ำ ดังนั้นประเทศต้นน้ำมีสิทธิจะเก็บกักน้ำในส่วนที่ไหลผ่าน ทำให้จีนได้เปรียบ เพราะอยู่ต้นน้ำ ซึ่งหลายฝ่ายอาจไม่พอใจ จนเกิดประเด็นมากกว่าการแย่งชิงน้ำ มีผลกระทบถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับแม่น้ำนานาชาติด้วย ในส่วนนี้ยังไม่มีกฎหมายมาควบคุมการกักเก็บน้ำของประเทศต้นน้ำได้ ในลักษณะนี้มีเพียงกฎหมายทะเล ส่วนการแก้ปัญหาเพื่ออนาคตนั้น ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย" นายชิงชัยกล่าว

ด้านนายพิษณุ เหรียญมหาสาร รองอธิการบดี และคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา กล่าวถึงสถานการณ์แม่น้ำโขง มีระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปีว่า เป็นเรื่องปกติของฤดูแล้ง ไม่คิดว่าจะเป็นเพราะจีนกักน้ำในแม่น้ำสาขาไว้ หากย้อนดูในฤดูแล้งปีที่ผ่านมา ประสบปัญหานี้เช่นกัน แต่อาจจะไม่หนักเท่า จึงไม่ควรจะรีบสรุปว่า จีนเป็นต้นเหตุ ต้องมีการศึกษากัน

ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นในแง่ของการเกษตรนั้น คิดว่าปัญหาน้ำแล้งคงไม่ใช่จากกรณีแม่น้ำโขงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับระบบบริหารจัดการของเกษตรกรด้วย ต้องไปดูแม่น้ำสายอื่นๆ เช่น แม่น้ำมูลว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้หรือไม่ ส่วนการขนส่งสินค้าผ่านทางแม่น้ำโขง คิดว่าไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะส่วนใหญ่การขนส่งทางนี้ไม่ได้มีมากเช่นในอดีต

สำหรับกรณีมีความพยายามจะพูดคุย เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งแม่น้ำโขงกับทาง ประเทศจีนนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแน่นอน ไม่อยากให้รีบตัดสินหรือสรุปไปก่อน โดยไม่มีการพิสูจน์ตรวจสอบอย่างแน่ชัด