วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำแห้งกระทบเรือขนสินค้าข้ามโขงไปเวียงจันทน์

เรือขนส่งสินค้าข้ามแม่น้ำโขงจากหนองคายไปเวียงจันทน์ ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำโขงลดระดับ อาจต้องปรับเปลี่ยนไปใช้ทางรถยนต์แทน ด้านผู้ว่าฯยันรับมือไหว มีน้ำพอสำหรับเกษตรกร...

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.  นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้ออกตรวจสภาพแม่น้ำโขงบริเวณท่าเรือหายโศกไปจนถึงพระธาตุกลางน้ำ พบว่าปริมาณน้ำโขงหลังจากที่ทำสถิติลดต่ำสุดในรอบ 50 ปี อยู่ที่ 0.32 เมตร เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ในวันนี้ระดับน้ำโขงวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย วัดได้ 0.46 เมตร เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าเป็นระดับต่ำที่สามารถลดลงได้อีก

นอกจากนี้ ปริมาณน้ำโขงที่ลดต่ำลง ทำให้เรือขนส่งสินค้าที่ผู้ประกอบการเดินเรือจากท่าเรือหายโศก อ.เมืองหนองคาย ไปยังท่าเรือบ้านท่าเดื่อ นครหลวงเวียงจันทน์ ได้รับผลกระทบ เนื่องจากระดับน้ำโขงลดลงทำให้ร่องน้ำลึกเปลี่ยนแปลง เกิดสันดอนและพื้นทราย เรือขนส่งสินค้าต้องขับเรืออ้อมไปในร่องน้ำลึก เพื่อหลบหลีกสันดอนพื้นทรายสูง จากเดิมที่ใช้เวลาเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปมาเพียง 5 นาที ขณะนี้การเดินเรือข้ามแม่น้ำแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานประมาณ 15-20 นาที นอกจากต้องใช้เวลานานขึ้นแล้วยังสิ้นเปลืองค่าน้ำมันเรืออีกด้วย

นายคมสัน กล่าวว่า หากปริมาณน้ำโขงยังต่ำอยู่เช่นนี้ คาดว่าในเดือน เม.ย. อาจต้องเปลี่ยนระบบการขนส่งสินค้าจากทางเรือไปใช้ทางรถยนต์ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แทนก็เป็นได้ ผู้ประกอบการทั้งไทยและลาวจึงต้องเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้าไว้ด้วย แต่หากปริมาณน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้สันดอนพื้นทรายอยู่ต่ำกว่าท้องเรือมากก็จะทำให้เดินเรือได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ในการบรรเทาและช่วยเหลือความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งนั้น ในส่วนของภาคเกษตร ปีนี้พบว่ามีเกษตรกรปลูกข้าวนาปรังประมาณ 110,000 ไร่ ซึ่งมีแหล่งน้ำทั้งโครงการชลประทาน หรือการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอย่างเพียงพอที่ให้เกษตรกรได้ใช้ในไร่นาจนถึงเก็บเกี่ยว ส่วนพืชระยะสั้นประเภทข้าวโพด มะเขือเทศ พริก และใบยาสูบ บางส่วนเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้ขุดร่องน้ำและบ่อน้ำซึมแม่น้ำโขง ต่อท่อส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร และสำหรับน้ำประปาในครัวเรือนทั้งในเขตเมืองและชานเมืองต่างๆ น้ำดิบที่ใช้ผลิตประปามีเพียงพอ หรือแม้แต่พื้นที่ตอนในที่อาจมีปัญหาบ้าง ก็ได้กำชับให้นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำน้ำออกไปแจกจ่ายแก่ประชาชน ซึ่งภาพรวมแล้วยืนยันว่ายังไม่ได้รับความเสียหาย.