นราธิวาส น้ำเริ่มท่วมหนัก หลังถูกฝนถล่มติดต่อกัน 3 วันซ้อน ชาวบ้านเดือดร้อนใน 4 อำเภอ ที่สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี จะแนะ และ เจาะไอร้อง ด้าน จ.ยะลา เฝ้าระวังน้ำท่วมรอบสอง ...
วันนี้ ( 21 พ.ย.) หลังจากที่จังหวัดยะลา ได้ประกาศเตือนประชาชน ที่อาศัยยังพื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่ราบลุ่มที่มีน้ำท่วมขังซ้ำซากให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน และ น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจาก จังหวัดยะลาเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับอิทธิพล จากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงเช้าวันนี้
ด้าน นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า เพื่อเตรียมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม อันเกิดจากสภาวะอากาศ และฝนตกหนัก รอบที่สอง อาจจะสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงของประชาชนได้ จึงให้ทางอำเภอดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมการป้องกัน และระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าติดตามเฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ หากฝนยังไม่หยุดตก
ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส หลังจากฝนได้ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก มีปริมาณสูงขึ้นจนล้นตลิ่งและไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร และ พื้นที่ทางการเกษตรที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่ง โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูง โดยเฉลี่ย 40 - 50 เซนติเมตร โดยบางพื้นที่ต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะเพื่อเดินทาง และจากการตรวจสอบ ล่าสุดมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว จำนวน 4 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.จะแนะ และ อ.เจาะไอร้อง ซึ่งมีราษฎรได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้นจำนวน 345 หลังคาเรือน รวม 1,250 คน
ล่าสุด ระดับน้ำท่วมยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงจากน้ำป่าบนเทือกเขา ได้ไหลทะลักลงมาท่วมบ้านเรือนของราษฎร และถนนหนทางในหมู่บ้าน อันเป็นผลพวงของภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และยังไม่มีท่าทีที่ว่าจะหยุดตก และคาดว่าหากอยู่ในสภาวะเช่นนี้ จะทำให้ภาวะน้ำท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร ขยายเป็นวงกว้างและเกิดภาวะน้ำท่วมขังอีกครั้ง




















