'หลวงปู่มา' พระดังร้อยเอ็ดละสังขารแล้ว - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'หลวงปู่มา' พระดังร้อยเอ็ดละสังขารแล้ว

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2552 16:00
4,858 ครั้ง


"เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำชี" หลวงปู่มา ถาวโร พระสายวิปัสสนากรรมฐาน และเกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอาพาธมาหลายเดือน ได้ละสังขาร เมื่อเวลา 10.59 น. อายุ 97 ปี..



เมื่อวันที่ 2 พ.ย. พระมงคลญาณเถระ หรือ หลวงปู่มา ถาวโร "เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำชี" พระสายวิปัสสนากรรมฐาน และเกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.ร้อยเอ็ด หัวหน้าคณะสงฆ์วัดสันติวิเวก บ้านดอนคำ ต.เมืองไพร อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอาพาธมาหลายเดือน ได้ละสังขาร เมื่อเวลา 10.59 น. อายุ 97 ปี

ต่อมานายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมศิษยานุศิษย์ และผู้เลื่อมใสศรัทธา จากหลายจังหวัด พากันไปเคารพศพ ก่อนตกลงกันว่าจะไม่ทำพิธีฌาปนกิจ แต่จะเอาศพบรรจุไว้ในโลงแก้ว เพื่อสักการะต่อไป



ด้านนายเจริญ ธงทอง อายุ 68 ปี อดีตนายอำเภอ ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิดกับหลงปู่มา เปิดเผยว่า หลวงปู่มาบรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ จากนั้นอายุครบ 20 ปี จึงบวชเป็นพระ ไม่เคยลาสิกขา กระทั่งอายุได้ 97 ปี ระหว่างที่หลวงปู่มามีชีวิต เป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติเคร่งในสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นเกจิอาจารย์ที่โด่งดังรูปหนึ่งของภาคอีสาน วัตถุมงคลที่หลวงปู่มาสร้างคือ "พระเศรษฐีนวโกฏิ" ศิษยานุศิษย์นำติดตัวไปต่างประเทศทำให้ชาวต่างประเทศ เช่น ชาวอเมริกันหลายคนอยากมีไว้ในความครอบครอง แต่หลวงปู่มาได้สอนไว้ว่า วัตถุมงคลจะดีนั้น ขึ้นอยู่กับผู้มีไว้ในความครอบครัวปฏิบัติตัวดีหรือไม่มีศีลปฏิบัติธรรมหรือไม่ เพราะสิ่งมีชิวีตทุกสิ่ง ย่อมเวียนว่าย ตายเกิดไปตามกฎแห่งกรรม และวัฏสงสาร  

หลวงปู่มาได้นำศิษยานุศิษย์สร้างสถานพยาบาล จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ สร้างสถานศึกษา สร้างสิ่งสาธารณประโยชน์อย่างมากมาย ฝึกอาชีพให้ชาวบ้าน แต่หลวงปู่มาไม่ต้องการประชาสัมพันธ์ผลงาน และชอบทำงานแบบปิดทองหลังพระ จึงทำให้ผู้เคารพศรัทธาเรียกท่านว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำชี" ศพของหลวงปู่มาตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดสินติวิเวก บ้านดอนคำ ต.เมืองไพร อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 

ส่วนสาเหตุที่หลวงปู่อาพาธหนักอย่างรวดเร็ว นายเจริญ ธงทอง ให้ความเห็นเช่นเดียวกับศิษยานุศิษย์คนอื่นว่า เพราะก่อนหน้านี้ หลวงปู่มา ต้องคอยดูแลช่างก่อสร้างศาลาทรงไทยแบบล้านนา จำนวน 2 หลัง ต้องกรำแดดกรำฝน และยืนหายใจเอาฝุ่นละอองจากสิ่งก่อสร้างเป็นระยะเวลานาน แพทย์บอกว่าเป็นสาเหตุทำให้หลวงปู่ซึ่งอายุมากแล้ว ขาดการผักผ่อน ต้องเป็นโรคปอดติดเชื้อ ซึ่งศิษยานุศิษย์นำเข้ารักษาตาม รพ.หลายแห่ง แต่ระหว่างอยู่ใน รพ.ได้บ่นอยากออกไปอยู่วัด เพราะต้องการให้งานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ จึงเป็นเหตุให้การอาพาธทรุดหนักอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมรณภาพในที่สุด

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement