เลขาสกอ.เผยวิกฤติเด็กไทยอ่อนเลข เร่งติวเข้มครูคณิต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เลขาสกอ.เผยวิกฤติเด็กไทยอ่อนเลข เร่งติวเข้มครูคณิต

โดย 5 พ.ค. 2552 19:02
1,296 ครั้ง


เลขา สกอ.ชี้ นักเรียนไทยอ่อนคณิตศาสตร์ถึงขึ้นวิกฤติ ติวเข้มครูคณิตศาสตร์ทั้งเหนือ อีสาน เพื่อพัฒนาการคิดคณิตศาสตร์ของนักเรียนไทย และพัฒนาวิชาชีพครู ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาประเทศ

วันนี้ (5 พ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "โครงการพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการ แบบเปิด" มีครูและบุคลากรทางการศึกษาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด และภาคเหนือ 4 จังหวัด จำนวน 450 คน เข้าอบรม ตั้งแต่วันที่ 5-30 พ.ค. 2552 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรม นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายกนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น นายไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกันเปิดการอบรม ที่โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น

นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวถึง "โครงการพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ โดยใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach)" ว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 450 คน จะต้องเข้าอบรมโครงการดังกล่าวหนึ่งเดือน ก่อนกลับเข้าไปปฏิบัติงานที่โรงเรียนหรือหน่วยงานเดิม เพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการทำงาน

เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวต่อว่า ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ของประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากผลการสอบ หรือการประเมินความก้าวหน้าทางด้านคณิตศาสตร์ในทุกประเภท ไม่ว่ารายงานความก้าวหน้าทางการศึกษาที่จัดทำมานานหลายปี ผลปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนทุกระดับชั้น ที่ทำการวัดผล ไม่ว่าจะเป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หรือระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ถึง 50 % มานานหลายปีและลดลงอย่างต่อเนื่อง ผลการสอบ NT ในปีการศึกษา 2551 โดยจัดสอบในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลปรากฏว่า คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 48.39% โดยอยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง 31.78% เกณฑ์ดี 20.28% โดยได้คะแนนสูงสุดเต็ม 30 คะแนน จำนวน 2,944 คน คะแนนต่ำสุด 0 คะแนน จำนวน 101 คน ผลการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยโดยตรงในปีการศึกษา 2552 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าคะแนนสอบ O-Net มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ย 30 คะแนน โดยมีคะแนนสูงสุด 99 คะแนนและคะแนนต่ำสุด 8 คะแนน ปรากฏการณ์ดังกล่าว บ่งชี้ว่าความสามารถพื้นฐานของเยาวชนของชาติ ทั้งที่จะออกไปศึกษาต่อในสายอาชีพ เพื่อประกอบอาชีพในด้านต่างๆ และผู้ที่จะไปศึกษาในระดับอุดมศึกษา อยู่ในขั้นวิกฤตอย่างมาก

นายสุเมธ กล่าวต่ออีกว่า การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย เป็นผลมาจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มีวาระแห่งชาติที่ชัดเจน เรื่อง "การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้" ที่มีเป้าหมายที่จะเคลื่อนย้ายสังคม ที่เน้นการเรียนรู้แต่เพียง "ผลลัพธ์ (Products Oriented Society)" มาเป็นสังคมที่เน้นทั้ง "ผลลัพธ์และกระบวนการ (Products-Process Oriented Society)" รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สังคมต้องการ แนวคิดในการปฏิรูปการศึกษาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นได้จากความพยายาม ในการกำหนดความสามารถและคุณลักษณะของเยาวชน ที่ต้องการผ่านหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ที่เน้นการบูรณาการ ทั้งเนื้อหาสาระทักษะและกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในรายวิชาคณิตศาสตร์ในระดับโรงเรียน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ได้กำหนดเนื้อหาสาระไว้ในรูป สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 6 สาระ ได้แก่ สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ สาระที่ 2 การวัด สาระที่ 3 เรขาคณิต สาระที่ 4 พีชคณิต สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น และสาระที่ 6 ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์

"ความยุ่งยากของครูผู้สอนคณิตศาสตร์ทั่วประเทศ ในการตอบสนองต่อหลักสูตรดังกล่าว คือการไม่สามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อเน้น สาระที่ 6 ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ได้ เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปในระหว่างการสอน สาระที่ 1-5 แต่ไม่มีวิธีการที่จะทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของเวลา และที่สำคัญที่สุด การจะสามารถบูรณาการ ทั้งสามเรื่อง ได้แก่ เนื้อหาสาระ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม เข้าด้วยกันนั้นไม่สามารถทำได้ แค่เพียงเปลี่ยนวิธีการสอน แต่จำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมที่เปลี่ยนทั้งมุมมองของครูที่มีต่อกระบวนการ เรียนรู้ของผู้เรียน วัฒนธรรมการทำงานในโรงเรียน หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาวิชาชีพในระยะยาว ที่เป็นการพัฒนาทั้งครูและกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนไปพร้อมๆกัน ขณะนี้การพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ของประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องต่อจิ๊กซอว์อีกต่อไปแล้ว เรามีแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครูที่ชัดเจน ทั้งในส่วนของรูปแบบโปรแกรมการฝึกหัดครูคณิตศาสตร์ และรูปแบบการพัฒนาวิชาชีพครูประจำการ ที่พัฒนาโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน และมีวิธีการแบบเปิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนประจำการ และเมื่อครูเป็นครูประจำการซึ่งจะทำให้การพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์เป็นการ พัฒนาวิชาชีพที่ยั่งยืน และส่งเสริมการพัฒนาทั้งครูและเยาวชนไปพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป" เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าว

เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวต่อว่า การพัฒนา วิชาชีพครูคณิตศาสตร์และการพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะการคิดคณิตศาสตร์ สพฐ.ตระหนักถึงการแก้ปัญหาในภาคปฏิบัติ ที่ต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนา จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆจำนวนมาก เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการพัฒนาและนำนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิดไปใช้ในโรงเรียน นั้น และพัฒนารูปแบบการพัฒนาการคิดคณิตศาสตร์ ไปใช้จริงในโรงเรียน รวมทั้งพัฒนารูปแบบการพัฒนาบุคลากรในการใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2549-2551 ทั้งได้นำครูโรงเรียนต่างๆ เข้าร่วมเรียนรู้จากการเปิดชั้นเรียน ที่โรงเรียนนำร่องการใช้นวัตกรรม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ภาคเหนือ 4 จังหวัด และครูจากการเรียนอื่นๆในทุกภาคของประเทศ ร่วมศึกษาดูงานที่แหล่งต้นกำเนิดของโรงเรียนพัฒนาการศึกษาชั้นเรียนที่มหาวิ ทยาลัยสึคุบะประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งขณะนี้ศูนย์วิจัยคณิตศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังได้พัฒนาหลักสูตรการผลิตครูคณิตศาสตร์ 5 ปีขึ้นไป และใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิด ในการจัดการเรียนการสอน ทำให้เกิดความต่อเนื่องและเชื่อมโยงการพัฒนาครูประจำการ โดยใช้นวัตกรรมดังกล่าว จะทำให้การขยายผลทั่วถึงทั้งประเทศต่อไป

ด้าน นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยศูนย์วิจัยคณิตศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ดำเนินการพัฒนาวิชาชีพครู ภายใต้โครงการ วิจัยและพัฒนารูปแบบการพัฒนา การพัฒนาการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน ด้วยวิธีการศึกษาชั้นเรียน(Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ดำเนินการตั้งแต่ปี 2549-2551 เป็นเวลา 7 ปี ที่ได้พัฒนาวิชาชีพครู จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และก่อให้เกิดความร่วมมือของหน่วยงานทางการศึกษาทั้งในปละต่างประเทศ

"โครงการพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการ แบบเปิด" เป็นโครงการนำร่องการขยายผล ระยะ 1 ปี การศึกษา เริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย. 2552 ถึงเดือนมี.ค. 2552 ใน 9 จังหวัด 9 พื้นที่เขตการศึกษา 10 โรงเรียน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือจังหวัด ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย อุบลราชธานี ส่วนที่ภาคเหนือ มี 4 จังหวัด 6 เขตพื้นที่การศึกษา 7 โรงเรียน คือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะพัฒนาชั้นเรียนคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกับความ ต้องการ การพัฒนาประเทศต่อไป และจะขยายผลให้ครอบคลุมทั้งประเทศในปี 2553-2557

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงโครงการพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ โดยใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน(Lesson study)และวิธีการแบบเปิด (open approach) ว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในระยะยาว ที่จะพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ เพราะประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติอย่างมากทางด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ พิจารณาได้จากการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ การที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา และสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกันทำการวิจัยพัฒนารูปแบบการพัฒนา การพัฒนาการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย สึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่นวัตกรรมพัฒนาชีพครูคณิตศาสตร์ จึงเป็นการยืนยันถึงทิศทางที่ถูกต้อง ในการพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ในทิศทางที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไป ฉะนั้นการพัฒนารูปแบบการใช้นวัตกรรม การศึกษาชั้นเรียน(Lesson study)และวิธีการแบบเปิด (open approach) จะสำเร็จได้ ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน จะต้องร่วมผลักดันการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จ สามารถเปลี่ยนแปลงชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการคิดคณิตศาสตร์ของนักเรียนไทย ไปพร้อมๆกับการพัฒนาวิชาชีพของตนเอง และหวังว่าในอนาคตอย่างน้อย 10 ปีถัดไป ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กไทยจะเพิ่มขึ้น และมีความสามารถเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ในระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครูคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษา ประเทศไทย

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement