advertisement

กระทรวงวิทย์ฯ ชวนชมฝนดาวตกลีโอนิดส์คืนวันลอยกระทง

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 16 พ.ย. 2556 03:30

ชาวไทยเตรียมชมปรากฏการณ์ "ฝนดาวตกลีโอนิดส์" ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย.ต่อเนื่องไปถึงเช้ามืดของวันที่ 18 พ.ย.ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณใกล้กลุ่มดาวสิงโต โดยจจะเห็นมากที่สุดช่วง 03.00 - 04.00 น.โดยควรอยู่ในที่ที่มีแสงรบกวนน้อย...

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2556 ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ในคืนวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2556 จะเกิดปรากฏการณ์ "ฝนดาวตกลีโอนิดส์" สังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 ต่อเนื่องไปถึงเช้ามืดของวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 ช่วงเวลาที่คาดการณ์ว่าสามารถเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์มากที่สุด คือ 03:00 ถึง 04:00 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณใกล้กลุ่มดาวสิงโตซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระ จายของฝนดาวตก ในปีนี้ดวงจันทร์ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกลีโอนิดส์เนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์ เต็มดวงพอดี แสงสว่างของดวงจันทร์เต็มดวงเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการสังเกตการณ์ฝนดาวตก ทั้งนี้นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจเห็นดาวตกประมาณ 10-20 ดวงต่อชั่วโมง

รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวต่อว่า ฝนดาวตกลีโอนิดส์เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวหางตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวหางเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ทิศทางวงโคจรของฝนดาวตกลีโอนิดส์สวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ความเร็วของเม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วค่อนข้าง มาก โดยมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที

ดร.ศรัณย์ กล่าวอีกว่า สำหรับฝนดาวตกลีโอนิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จึงได้รับการขนานนามว่า “ราชาแห่งฝนดาวตก” สำหรับข้อแนะนำในการชมฝนดาวตก ควรเป็นสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงไฟรบกวน จะสังเกตดาวตกมีความสว่างมาก ทั้งนี้ วิธีการชมฝนดาวตกให้สบายที่สุด ให้นอนรอชมเนื่องจากช่วงที่เกิดฝนดาวตกจุดศูนย์กลางจะอยู่เหนือท้องฟ้ากลาง ศีรษะพอดี ส่วนการบันทึกภาพฝนดาวตกนั้น ไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่าควรตั้งกล้องทางทิศไหน ต้องอาศัยการเดาหรือเปิดหน้ากล้องเพื่อรอให้ดาวตกวิ่งผ่านหน้ากล้อง เนื่องจากฝนดาวตกลีโอนิดส์มีอัตราเร็วสูงมาก และกระจายทั่วท้องฟ้า นอกจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ที่จะได้ชมกันในเดือนพฤศจิกายนแล้ว ในเดือนธันวาคมยังมีฝนดาวตก เจมินิดส์หรือฝนดาวตกคนคู่ ให้ชมส่งท้ายปี 2556 อีกด้วย จะเกิดขึ้นมากที่สุดในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2556 สามารถสังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธันวาคม 2556 ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดของวันที่ 14 ธันวาคม 2555 ในปีนี้ดวงจันทร์ก็ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกเจมินิดส์อีกเช่นกัน เนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์ข้างขึ้น 11-12 ค่ำ แสงสว่างของดวงจันทร์นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเฝ้ารอชมฝน ดาวตก

รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวด้วยว่า แม้ว่าในปี 2556 สภาพท้องฟ้าไม่เอื้ออำนวยต่อการชมฝนดาวตกลีโอนิดส์และฝนดาวตกเจมินิดส์ แต่ในปีนี้นับว่าเป็นปีแห่งดาวหาง มีดาวหางสว่างหลายดวงแวะเวียนเข้ามาในระบบสุริยะชั้นในหลายดวง เช่น ดาวหางแพนสตารร์ ดาวหางเลมมอน ดาวหางเองเค ดาวหางลิเนียร์ ดาวหางเลิฟจอย และดาวหาง ไอซอน สำหรับดาวหางไอซอนนั้น เป็นที่จับตามองของนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเนื่องจากนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่า อาจมีความสว่างมากจนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยในวันที่ 28 พ.ย.2556 นี้ ดาวหางไอซอนจะโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด คาดว่าช่วงที่เหมาะในการสังเกตการณ์ได้แก่ 15-25 พฤศจิกายน 2556 และ 8-15 ธันวาคม 2556 คงต้องรอลุ้นกันว่าดาวหางไอซอนจะรอดพ้นจากพลังทำลายล้างของดวงอาทิตย์โผล่มา อวดโฉมให้ชาวโลกได้ชมกันหรือไม่ ต้องรอติดตาม.

โหวตข่าวนี้