advertisement

รวมตัวร้องดีเอสไอ บริษัทหางานลวง ส่งเก็บผลไม้สวีเดน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ต.ค. 2556 19:09

ชาวอีสานที่ถูกบริษัทจัดหางานหลอกไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดน เข้าร้องดีเอสไอตรวจสอบ หลังมีเหยื่อบริษัทดังกล่าว เครียดจัดผูกคอตายเนื่องจากมีหนี้สินจากการเดินทางไป ขณะที่ดีเอสไอรับเรื่องเตรียมเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ

วันที่ 15 ต.ค. ชาวบ้านกว่า 50 คน มาจากจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน ซึ่งเป็นแรงงานที่เคยเดินทางไปทำงานเก็บผลไม้ยังประเทศสวีเดนแล้วถูกหลอก จนเพื่อนคนงานเครียดผูกคอตาย เนื่องจากถูกบริษัทจัดหางานหลอก เข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายภาสกร เจนประวิทย์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เนื่องจาก นายวินัย เกล็ดแก้วคำ อายุ 40 ปี ชาวตำบลนาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พร้อมชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งจากจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มหาสารคาม เข้าร้องเรียนกับดีเอสไอว่า ถูกนายหนุ่ม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง นายวรชิต ไม่ทราบนามสกุล และนายบุญมี ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นนายหน้าหาคนงานของบริษัทเอ็ม ฟินิกซ์ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาแรงงาน ไปทำงานต่างประเทศ ตั้งอยู่เลขที่ 401/9 ต.ช่องสามหมอ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ หลอกให้ทำสัญญาและพาไปทำงานเก็บผลไม้ที่ประเทศสวีเดน เสียค่าใช้จ่ายคนละ 80,460 บาท แต่ทำงานแล้วไม่ได้เงิน

 

โดยคนไทยทั้งหมดถูกบริษัทดังกล่าวพาไปทำงานตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 จนถึงวันที่ 29 กันยายน 2556 แต่ทุกคนไม่ได้เงินตามสัญญาและถูกลอยแพ เป็นเหตุให้ นายบัวลา เหล่าพรม อายุ 39 ปี ชาวมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เครียดและผูกคอตายในห้องน้ำเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา จากปัญหาที่ถูกหลอกให้ทำงานแล้วไม่ได้เงิน หนี้สินก็ตามมา คนงานทั้งหมดจึงขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยในสวีเดน เพื่อให้ส่งตัวกลับประเทศไทยในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา


พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นพบว่า คนอีสานถูกบริษัทดังกล่าว หลอกลวงในลักษณะเดียวกันกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้คณะสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ กำลังรวบรวมพยาน หลักฐานและข้อมูลที่ได้ นำเข้าที่ประชุมเพื่อจะพิจารณาเป็นคดีพิเศษที่มีความผิดทางอาญา ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ในขณะนี้พบผู้เกี่ยวข้องร่วมกันกระทำความผิดหลายคน ส่วนจะมีข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่นั้นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ในคดีแรงงานในครั้งนี้ ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นใครก็ตามจะถูกแจ้งข้อหาและดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด

ด้าน นายวิศรุต สุดาวัน อายุ 42 ปี ชาวตำบลโพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า มีนายหน้าของบริษัท ฟินิกซ์ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด ออกไปหาคนงานตามหมู่บ้าน ตนและเพื่อนบ้านอีกหลายคนเห็นว่าเป็นงานที่น่าสนใจ จึงตกลงทำสัญญากับบริษัทดังกล่าว ตามสัญญาจ้างแรงงานเก็บผลไม้ป่าในต่างประเทศ เลขที่ 464 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2556 มีบริษัทดังกล่าวเป็นนายจ้าง ตนเป็นลูกจ้างในตำแหน่งคนงานเก็บผลไม้ป่า ณ ประเทศสวีเดน มีกำหนด 2 เดือน 22 วัน เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2556 ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน วันละ 8 ชม. ค่าจ้างนั้นจ่ายตามจำนวนที่เก็บผลไม้ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ จำนวน 18,975 โครนสวีเดน โดยบริษัทจะจ่ายเงินด้วยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีทุกวันที่ 15 และ 30 ของทุกเดือน และในสัญญาข้อที่ 5 ระบุว่า ในกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานตามสัญญาจ้าง ที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของลูกจ้าง และลูกจ้างมีรายได้น้อยกว่า 85,000 บาท นายจ้างจะต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างครบตามจำนวน


กรณีของพวกตนไม่มีใครทำผิดสัญญา เพราะเมื่อเดินทางไปถึงสวีเดน แล้วกลับพบว่าผลไม้ป่ามีไม่มาก ทุกคนก็ต้องลุกตั้งแต่ตี 3 ออกเก็บผลไม้ป่า จำพวกผลบลูเบอร์รี่ และผลไม้ท้องถิ่นจนถึง 3 ทุ่มทุกวัน ซึ่งตัวแทนบริษัทที่สวีเดนไปพบแรงงานชาวไทยเพียงครั้งเดียว แจ้งว่าใครเก็บได้มากก็จะได้เงินมาก โดยคิดค่าจ้างให้ตามจำนวนผลไม้ที่เก็บได้เป็นกิโลกรัม กิโลกรัมละ 10 โครน ซึ่งตนสามารถเดินเก็บผลไม้ได้วันละ 80-100 กิโลกรัม ซึ่งจดบันทึกไว้อย่างละเอียด แต่เมื่อครบ 15 วัน คนงานไม่มีใครได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีแม้แต่คนเดียว และระหว่างที่อยู่ประเทศสวีเดน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ทำให้ไม่มีรายได้ซ้ำยังไม่มีเงินกลับมาใช้หนี้ที่กู้เพื่อเดินทางไปทำงานอีก เป็นเหตุให้เพื่อนบ้านเครียดผูกคอตาย สำหรับบริษัทเอ็ม ฟินิกซ์ เอ็นเตอร์ไพร์ซ์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ 401/9 ต.ช่องสามหมอ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement