advertisement

ม็อบอุรุพงษ์โดนระเบิดเจ็บ1ตร.จ่อเปิดcctvหามือบึม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2556 09:24

เกิดเหตุคนร้ายลอบปาระเบิดเพลิงจากทางด่วนศรีรัช ลงมาที่แยกอุรุพงษ์ จุดที่มีกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน และทรัพย์สินเสียหาย ยังไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่ จนท.สน.พญาไท ระบุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นน่าจะเป็นเพียงพลุไฟ...

เมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา  มีรายงานข่าวว่า ได้มีคนร้ายขับรถไม่ทราบชนิดขึ้นมาบนทางด่วนศรีรัช จากนั้นได้ปาระเบิดเพลิง ใส่กลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณแยกอุรุพงษ์ ก่อนจะหลบหนีจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้น ได้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้เล็กน้อยและมีผู้บาดเจ็บ 1 คน และมีเต็นท์ของกลุ่มผู้ชุมนุมไหม้เสียหาย

 

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่ สน.พญาไท เจ้าของพื้นที่ ทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่อาวุธที่คนร้ายใช้ไม่ใช่ระเบิดเพลิง แต่เป็นเพียงพลุเท่านั้น โดยมีผู้บาดเจ็บ ที่นิ้วมือ 1 ราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนหาสาเหตุต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท. )ส่วนใหญ่ ที่ได้ชุมนุมที่ข้างทำเนียบ บริเวณประตู 3 ได้เดินทางกลับไปชุมนุมที่บริเวณสวนลุมแล้ว ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.30 วันที่ 10 ต.ค. จากนั้น แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนประมาณ 100 คน ได้แยกตัวไปชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ต่อ

ขณะที่ต่อมาหลังเกิดเหตุ มีรายงานข่าวจาก ศอ.รส. เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวโดยระบุว่าเมื่อเวลา02.05 น. วันที่ 11ต.ค.56 คนร้ายไม่ทราบจำนวนโยนระเบิดเพลิงจากทางด่วนใส่กลุ่มผู้ชุมนุมแยกอุรุพงษ์ มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย

โดยความคืบหน้าเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมที่จะเปิดกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบหาผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าวแล้ว

นอกจากนี้ทางด้านการจราจรในกรุงเทพมหานครนั้น พล.ต.ต.อดุลย์   ณรงค์ศักดิ์  รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  (รองผบช.น.)รับผิดชอบงานด้านการจราจร เปิดเผยว่าเนื่องจากบริเวณแยกอุรุพงษ์ถนนพระราม6 มีการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ประมาณ 200 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เห็นต่างจากแกนนำในการถอยออกจากทำเนียบรัฐบาลแยกตัวมาจัดชุมนุมกันเอง บริเวณสี่แยกอุรุพงษ์ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาอาชีวะพิทักษ์ราชบัลลังก์ กลุ่มกองทัพนิรนาม และองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

ผู้ชุมนุมใช้รถกระบะติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัย ส่งผลให้เสียช่องการจราจรถนนพระราม 6 ขาเข้าใต้ทางด่วนศรีรัชมุ่งหน้าโรงพยาบาลรามาธิบดี2 ส่งผลให้การจราจรติดขัดต่อเนื่องไปถึงสนามม้านางเลิ้ง ถนนพิษณุโลกหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนินนอกกระทบไปถึงวงกว้างฝั่งถนนพระราม4 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่และถนนพระราม6ถึงแยกศรีอยุธยาและจุดขึ้นลงทางด่วนอุรุพงษ์ท้ายแถวยาวต่อเนื่องบนทางด่วนมุ่งหน้าบางนาดาวคนอง โดยสั่งการตำรวจจราจรพื้นที่โดยรอบเร่งระบายรถแล้ว รวมถึงประสานตำรวจทางด่วนเข้าจุดคุมเข้มการจราจรอย่างใกล้ชิดเร่งระบายรถไปใช้เส้นทางอื่นแทนพร้อมจัดกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยผู้ชุมนุมห้ามไม่ให้มีการละเมิดกฎหมายโดย กทม. ได้ส่งรถสุขาเคลื่อนที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุมด้วยเช่นกัน

ส่วนการจราจร 5 เส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกการเรือนถึงแยกราชวิถี  ถนนพิชัย ตั้งแต่แยกขัตติยานีถึงถนนราชวิถี  ถนนอู่ทองใน ตั้งแต่แยกพระรูปถึงแยกอู่ทองในการจราจรคล่องตัวดี ถนนพิษณุโลกตั้งแต่แยกพาณิชย์ผ่านแยกสวนมิกสกวันถึงแยกวังแดง   และถนนราชดำเนินการจราจรขาออกคล่องตัวขาเข้าติดขัด การจราจรถนนราชสีมา ถนนสุโขทัย ถนนอำนวยสงคราม ถนนพระราม 5 รถหนาแน่นต่อเนื่องถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ถนนกรุงเกษมขาเข้าติดขัดเจ้าหน้าที่นำป้ายประกาศมีการชุมนุมไปติดไว้ตามจุดต่างๆให้มีการหลีกเลี่ยงเส้นทางการชุมนุมทางการเมือง

รองผบช.น.กล่าวต่อว่า การปิดการจราจรดังกล่าวมีผลกระทบต่อการสัญจรไปมาของประชาชนซึ่งจะมีการเจรจาขอเปิดใช้ช่องการจราจรโดยเร็วเนื่องจากวันนี้ถึง 13 ต.ค. นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนมีกำหนดเดินทางมาเยือนประเทศไทยเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการและเข้าพบนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลด้วย โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติที่วางไว้จากขั้นตอนเจรจาก่อนทุกครั้ง ขอให้ผู้ชุมนุมเคารพกฎหมายชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธห้ามลุกล้ำในพื้นที่ต้องห้ามเด็ดขาดต่างๆหากบุกรุกจะมีการจับกุมดำเนินคดีทันที.

 

 

โหวตข่าวนี้