advertisement

โอนสปก.4-01 ให้ธนารักษ์ แก้ปัญหาที่ดินฉาวรอบ ม.พะเยา

โดย ทีมข่่าวภูมิภาค 12 ก.ย. 2556 12:30

ที่ดิน สปก.4-01 ฉาวอีก เลขาธิการ สปก. สั่งระงับการก่อสร้าง อาคารรอบบริเวณพื้นที่มหาวิทยาลัยพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา หลังจาก พบว่ามีการใช้ที่ดินผิดประเภท ไม่ทำการเกษตรกลับนำไปก่อสร้างอาคารหอพัก ร้านค้านับพันไร่ และมีการทุจริตแอบสวมสิทธิ์ที่ดิน สปก. 4-01 เป็นชื่อคนอื่นนำไปขายต่อในราคาสูง แต่ ส.ป.ก. วางแนวทาง แก้ไขแบบพิลึกจะใช้ “พะเยาโมเดล” ให้เรียกคืนที่ดิน สปก. 4-01 ไม่สั่งรื้อถอนอาคาร และจะโอนให้ กรมธนารักษ์เข้าดูแลจัดทำประโยชน์นำรายได้เข้ารัฐ ด้านทนายความเจ้าของที่ดินที่ถูกสวมสิทธิ์โวยเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้กระทำผิด

ปัญหาการบุกรุกที่ดิน สปก.4-01 รอบบริเวณมหาวิทยาลัยพะเยา ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งมีการบุกรุกกันมานานหลายปี และมีการก่อสร้างอาคารร้านค้าเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ใส่ใจเข้าไปแก้ไขปัญหา และยังมีเจ้าหน้าที่ สปก.บางคน ร่วมกับกลุ่มนายทุนใน จ.พะเยา แอบสวม สิทธิ์เจ้าของสิทธิ์ที่ดิน สปก.4-01 เอาชื่อคนอื่นมาใส่แทนและนำออกขายกันในราคาแพง เพื่อนำมาก่อสร้างอาคารหอพักและร้านค้าใกล้ๆมหาวิทยาลัยพะเยา ต่อมามีเจ้าของที่ดิน สปก.4-01 เดิมทราบว่า มีการแอบสวมสิทธิ์ที่ดิน สปก.4-01 ของตัวเองไปเป็นชื่อคนอื่นแล้วนำไปขายต่อ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีชื่อมาสวมสิทธิ์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ สปก.ได้วางแนวคิดแก้ปัญหาดังกล่าว ให้จังหวัดพะเยาเรียกที่ดิน สปก.4-01 คืนจากผู้ครอบครอง โดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคาร หอพัก ร้านค้านับพันไร่ กลายเป็นชุมชนใหญ่จนยากที่จะดำเนินการรื้อถอน และวางแผนจะใช้เป็น “พะเยาโมเดล” เรียกคืนที่ดิน สปก.4-01 กลับมา และโอนอำนาจให้กรมธนารักษ์ดูแล เพื่อจัดประโยชน์ที่ดินนำรายได้เข้ารัฐ ปรากฏว่ามีเสียงคัดค้านเนื่องจากจะทำให้ผู้กระทำผิดบุกรุกที่ดิน สปก.4-01 จังหวัดอื่นได้ประโยชน์ไปด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวรายงานมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ว่า จากการสอบถามนายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) เปิดเผยว่าได้รับทราบปัญหาที่ดิน สปก.4-01 รอบมหาวิทยาลัยพะเยา ใน อ.เมือง จ.พะเยา ไปใช้ผิดประเภทที่กฎหมายกำหนด โดยมีการนำไปสร้างหอพักและร้านค้า จากที่กฎหมายอนุญาตให้ทำการเกษตรได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขณะนี้ได้สั่งให้หยุดการก่อสร้างอาคารหอพักและร้านค้าในที่ดินของ สปก. รอบมหาวิทยาลัยพะเยาทั้งหมด และได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลแม่กา ไม่ให้จัดสรรไฟฟ้า น้ำประปา และออกทะเบียนบ้านให้แก่ผู้เข้าไปก่อสร้างในที่ สปก.แล้ว ซึ่งเดิมที่ดินเหล่านี้ สปก.ได้จัดสรรให้เกษตรกรไปแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบภายหลังพบว่า มีการใช้ที่ดินผิดประเภท สปก.จึงได้ออกหนังสือเตือน ทำให้เกษตรกรยอมนำที่ดินกลับมาคืนให้ สปก.

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะนำที่ดินเหล่านี้ไปดำเนินการอย่างไรได้บ้าง จึงจะเหมาะสม เพราะหลังจากมีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยพะเยาขึ้น ในพื้นที่ก็มีความเจริญตามไป มีการสร้างหอพักเพื่อรองรับนักศึกษานับพันคนที่เข้าไปเล่าเรียน หาก สปก. จะเข้าไปไล่รื้ออาคารหอพักและร้านค้าทั้งหมดที่ก่อสร้างขึ้นมาแล้ว จะกลายเป็นความยุ่งยาก ที่สำคัญ คือชุมชนและนักศึกษาอาจจะเสียประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นต้องนำทุกฝ่ายมาหารือร่วมกันว่าจะทำอย่างไรจะได้รับประโยชน์สูงที่สุด เบื้องต้นได้หารือไว้กับกรมธนารักษ์ว่า อาจโอนที่ดินของ สปก.ในส่วนนี้ให้กรมธนารักษ์ไปดูแล เพื่อให้มีการจัดประโยชน์ที่ดินได้สูงสุด และภาครัฐยังได้รับผลประโยชน์มากขึ้นด้วย” นายวีระชัยกล่าว

นายวีระชัยกล่าวถึงกรณีที่มีชาวบ้านที่ถือครองสิทธิ์ในที่ สปก.4-01 อยู่ แต่ท้ายสุดกลับปรากฏว่าสิทธิ์บนที่ดินถูกโอนไปเป็นของผู้อื่น โดยที่เจ้าของเดิมไม่ทราบมาก่อนนั้น เรื่องนี้ต้องนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ์การถือครอง หากผู้ที่ประสบปัญหาเข้ามาร้องเรียน สปก.พร้อมจะดำเนินการตรวจสอบให้ตามกระบวนการ และหากตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของ สปก. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนสิทธิ์เปลี่ยนมือที่ดิน สปก. ในลักษณะนี้ จะต้องถูกลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน

ทางด้าน จ.พะเยา นายประพันธ์ เทียนวิหาร นายกเทศมนตรีตำบลแม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ได้ให้ความเห็นว่า การที่จะมีการโอนพื้นที่ สปก.4-01 ต.แม่กา ไปให้กรมธนารักษ์ เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่าเป็นเพียงแนวคิดหาทางออกเท่านั้น แต่การกระทำเป็นเรื่องยากเพราะจะต้องมีการประชุมกันในหลายๆฝ่าย เนื่องจากในขณะนี้ยอมรับว่าหลายฝ่ายเกือบถึงทางตันหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่จะให้ทางเทศบาลยับยั้งการให้ใช้ไฟฟ้าและน้ำในพื้นที่ ทางเราได้ปฏิบัติมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะการสร้างอาคารต่างๆ ทางเทศบาลยับยั้งมาตลอด ส่วนบ้านเลขที่นั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ร้องขอที่จะต้องได้รับ เรื่องนี้ตนเห็นว่าให้ทุกฝ่ายเดินตามกฎหมายของ สปก.ว่าจะดำเนินการอย่างไร จะให้ท้องถิ่น มีส่วนร่วมอย่างไร ก็พร้อมจะปฏิบัติตามอยู่แล้ว

ขณะที่นายวันชัย ศฤงชัยธวัช ทนายความ ที่ได้รับมอบอำนาจจากนางวิชญา ตะพานวงศ์ นามสกุลเดิม ทวีศักดิ์เจริญผล อายุ 53 ปี เจ้าของพื้นที่ สปก.4-01 ที่ถูกฮุบพื้นที่ทำกินไปสร้างหอพักและบ้านพักหรู จนต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์ผู้หนึ่ง กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูว่าการโอนไปให้กรมธนารักษ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เรื่องนี้ในหลายพื้นที่ยังมีข้อพิพาทกันอยู่ แต่ทางเลขาธิการ สปก.กลับจะแก้ปัญหาโดยโอนให้กรมธนารักษ์เพื่อจะให้จัดเก็บมีเงินรายได้ให้รัฐ จะต้องดูว่าคำสั่งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เจ้าของสิทธิเดิมที่เสียหายก็มีสิทธิฟ้องร้องได้ และกฎหมาย สปก.เป็นพระราชบัญญัติ การจะโอนก็ต้องออกพระราชกฤษฎีกามารองรับ ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ สปก.รู้เรื่องมาตลอดว่ามีการกระทำผิด แต่ไม่ฟ้องร้องให้รื้อถอนอาคาร กลับจะแก้ปัญหาให้โอนไปให้กรมธนารักษ์ดูแลเท่ากับเอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่กระทำผิด

โหวตข่าวนี้